กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 16-02-2026, 17:44
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,598
ได้ให้อนุโมทนา: 227,910
ได้รับอนุโมทนา 830,833 ครั้ง ใน 41,046 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 34 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 17-02-2026, 01:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,513 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพรู้สึกว่าอยากให้มีเวลาวันหนึ่งสัก ๓๖ ชั่วโมง..! จะได้ทำงานทำการต่าง ๆ ให้เสร็จสิ้นทันกับความต้องการของตนเอง ในบางช่วงซึ่งเดินทางไปทวีปยุโรปก็ดี ไปมณฑลซินเจียงของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ดี รู้สึกชอบมาก ๆ เนื่องเพราะว่าบ้านเขาเช้าเร็วเป็นพิเศษ ประมาณตี ๓ ของบ้านเราก็สว่างแล้ว ๒ ทุ่ม ๓ ทุ่ม ก็ยังไม่มืด สามารถทำการทำงานอะไรได้มากกว่าปกติ

เพียงแต่ว่าวันนี้ที่นึกอยากให้มีเวลาเพิ่มขึ้นก็เพราะว่า มีงานการประเดประดังเข้ามามากเป็นพิเศษ เริ่มจากการวิ่งไปทำวัตรเช้าและเจริญพระกรรมฐาน ร่วมกับผู้เข้าฝึกซ้อมอบรมเพื่อสอบความรู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ประจำปี ๒๕๖๙ ของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดบางช้างเหนือ ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

เมื่อเจริญพระกรรมฐานแล้ว บรรดาพิธีกรต่างก็ขอให้กระผม/อาตมภาพบรรยายพิเศษเพิ่มขึ้นไปอีก ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านเห็นกระผม/อาตมภาพพูดมาก หรือว่าเห็นกระผม/อาตมภาพมีประสบการณ์มากก็ไม่รู้ ? จึงต้องบรรยายให้ท่านถึง ๒ รอบ ก็คือหลังทำวัตรเช้าและเจริญพระกรรมฐาน ๑ รอบ และหลังจากที่พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร. (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี บรรยายในหัวข้อ "กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ ๑๗ หมวดที่ ๕" ไปแล้วอีก ๑ รอบ

อยู่ในลักษณะที่ว่าถ้ากระผม/อาตมภาพเห็นว่าตรงไหนยังขาดอยู่ก็ให้เสริมเข้าไปด้วย และกระผม/อาตมภาพก็ดันไปเห็นในส่วนที่ขาดเข้าจริง ๆ จึงต้องทำหน้าที่บรรยายถวายความรู้ ให้กับท่านทั้งหลายในส่วนที่ขาดตกบกพร่องอยู่ เล่นเอาแทบจะเดินทางกลับที่พักไม่ทันเวลาฉันเพล..!

หลังเพลแล้วก็ต้องมาออกหนังสือในนามของประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ อันดับแรกเลย ก็เพื่อเชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมงานประจำปีปิดทองรอยพระพุทธบาทวัดท่าขนุน และทำบุญถวายอดีต ๗ เจ้าเมืองหน้าด่านจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี ๒๕๖๙ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ นั้น เฉพาะในอำเภอทองผาภูมิก็มีถึง ๓๐ กว่าหน่วยงานแล้ว ยังมีหน่วยงานข้างเคียงและภายในจังหวัดอีกต่างหาก..!

จากนั้นก็ต้องทำหนังสือขอให้หน่วยงานต่าง ๆ ส่งการจัดนิทรรศการเข้ามาร่วมงานด้วย ซึ่งนิทรรศการต่าง ๆ นี้ก็เพื่อที่จะเพิ่มสีสันให้กับทางงานโดยเฉพาะ เราจัดตั้งแต่วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๓ มีนาคม ถ้าหากว่าในช่วงซึ่งไม่มีการแสดง ที่ภาษาพิธีกรเขาเรียกว่า "เวทีตาย" แล้วเราไม่มีงานนิทรรศการให้ผู้มาร่วมงานดู ก็จะเป็นอะไรที่กร่อยมาก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-02-2026 เมื่อ 18:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 17-02-2026, 01:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,513 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จากนั้นก็ต้องส่งหนังสือถึงบรรดาหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะมาสาธิตงานทางด้านวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาหารพื้นเมือง การทอผ้า การแกะสลักผักผลไม้ เหล่านี้เป็นต้น แล้วยังต้องทำหนังสือถึงผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เพื่อมาเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาหารพื้นเมืองก็ดี การแข่งขันที่เพิ่มความสนุกสนานแก่งาน อย่างเช่นการขูดมะพร้าวด้วยมือก็ตาม

ในระหว่างนั้นก็มีงานต่าง ๆ แทรกเข้ามาเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นงานของทางกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ ซึ่งจัดงานธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ๗๕ พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยที่ปีนี้ขออนุญาตมาเดินธุดงค์เลียบริมแม่น้ำแคว ซึ่งก็แปลว่ากระผม/อาตมภาพต้องรับเป็นเจ้าภาพใหญ่นั่นเอง จึงต้องประสานงานกับวัดต่าง ๆ ในเส้นทาง ขอทั้งที่พักและอาหารเช้า ให้แก่ผู้เข้าร่วมเดินธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ ซึ่งเรารับไม่เกิน ๗๕ รูป

แต่ก็มีบุคคลผู้มีจิตศรัทธาเป็นแม่ออกแม่ขาว พูดง่าย ๆ ว่าแม่ชีนั่นเอง จะขอมาร่วมเดินธุดงค์ด้วย กระผม/อาตมภาพต้องตัดออกไปจนหมด เนื่องเพราะว่าแม้จะเป็นการธุดงค์ที่เรียกว่าทำไปเพื่อขัดเกลากิเลสก็จริง แต่การที่มีพระภิกษุเดินนำ แล้วผู้หญิงเดินตาม อย่างไรเสียก็ดูไม่งามในสายตาคนอื่น..!

แล้วไหนจะมีเรื่องราวประมาณว่า มีการมอบวุฒิบัตรเกียรติบัตรในงานให้หรือไม่ ? มีการจ่ายค่ารถให้กับผู้ร่วมเดินธุดงค์ในครั้งนี้หรือไม่ ? มีการแจกจ่ายย่ามที่ระลึกให้เหมือนกับงานก่อน ๆ หรือไม่ ? สามารถใส่รองเท้าหุ้มข้อในการเดินได้หรือไม่ ? เหล่านี้เป็นต้น ต้องคอยแก้ปัญหาเป็นระยะ ๆ ไหนจะต้องส่งงานทางไลน์ของทางชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุนอีก เจอหลาย ๆ งานเข้าก็ออกอาการเมา ถึงขนาดส่งรูปงานซ้ำไปก็มี..!

แล้วก็ยังต้องมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนสำหรับท่านทั้งหลายอีก ถ้าหากว่าวันไหนบันทึกเสียงธรรมเร็ว ท่านทั้งหลายก็ชอบใจ แต่ถ้าหากว่าบันทึกเสียงธรรมช้า อย่างเช่นว่าอยู่วัด ก็ต้องบันทึกในเวลา ๑๘.๕๐ น. ซึ่งก็คือเวลาหลังการทำวัตรค่ำรอบแรกของพระภิกษุสามเณรและญาติโยมวัดท่าขนุน อันเป็นต้นแบบของเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนนั่นเอง ซึ่งก็คือเรื่องต่าง ๆ ที่กระผม/อาตมภาพบ่นบ้าง ว่าบ้าง เกี่ยวกับความประพฤติและการกระทำของพระภิกษุสามเณร ตลอดจนแม่ชีและฆราวาสในวัด

แล้วเกิดมีคนเห็นประโยชน์ ไม่อยากให้บ่นทิ้งบ่นขว้าง จนกระทั่งนำไปลงในยูทูบ กลายเป็นเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนอย่างที่เห็นอยู่ในทุกวันนี้ แต่พอไปบันทึกตามเวลาต้นฉบับก็กลายเป็นช้าไปอีก และถ้าหากว่าอยู่ต่างประเทศ การเดินทางติดพัน บางทีก็ต้องบันทึกตอน ๒ ทุ่ม ๓ ทุ่ม ท่านทั้งหลายก็ออกอาการ "ลงแดง" เสียนี่..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-02-2026 เมื่อ 02:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 17-02-2026, 01:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,513 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ขอให้คิดถึงคนแก่อย่างกระผม/อาตมภาพบ้าง ว่าตรากตรำทำงานมาทั้งวันแทบไม่ได้พักไม่ได้ผ่อน ทำอะไรล่าช้าไปบ้าง ก็โปรดอดทนรอสักนิดหนึ่ง เป็นการวัดกำลังใจของตนเองด้วยว่า เรายังอยากได้ใคร่ดีอะไรมากมายอยู่หรือไม่ ? ถ้าประมาณว่าเร็วก็ได้ ช้าก็ดี ถือว่าท่านทั้งหลายเสมอตัวแค่นั้น แต่ถ้าต้องการเร็วอย่างเดียวแล้วช้าไม่ได้ แปลว่ากำลังใจของท่านทั้งหลายยังใช้ไม่ได้..!

เรื่องทั้งหลายที่เราทำในแต่ละวันจึงเป็นเครื่องบ่งบอกถึงการปฏิบัติของเราเองว่า การปฏิบัติธรรมของเรานั้นมีความก้าวหน้าขึ้นหรือไม่ ทำแล้วใจเย็นลงหรือไม่ สามารถ
"อดได้ ทนได้ รอได้" อย่างที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ทอง - พระพรหมมงคล วิ. (ทอง สิริมงฺคโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ท่านเคยกล่าวเอาไว้หรือไม่ ?

ในแต่ละวัน เราจะรู้ว่ากำลังใจของเรานั้นดีกว่าเมื่อวานหรือแย่กว่าเมื่อวาน ก็จากการที่พยายามมองดูตนเองอยู่เสมอ การมองจริยาคนอื่นนั้น เรามีแต่ขาดทุน เพราะว่านอกจากส่งใจออกนอกแล้ว ยังเป็นเครื่องสร้าง รัก โลภ โกรธ หลง ให้งอกงามในใจของเราอีกด้วย เพราะว่าถ้าชอบใจก็เป็นราคะและโลภะ ถ้าไม่ชอบใจก็เป็นโทสะและโมหะ เหล่านี้เป็นต้น การดูคนอื่นจึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร ยกเว้นว่าดูแบบผู้มีปัญญา ดูแล้วนำมาเป็นครูสอนตนเอง

ในเรื่องของการปฏิบัติธรรมนั้น การดูที่ตัว แก้ที่ตัว จึงจะตรงปัญหามากที่สุด และทำให้เรามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไป แต่ละวันเราจึงต้องประเมินตัวเอง ดูใจตัวเองอยู่เสมอว่า รัก โลภ โกรธ หลง กินใจของเราได้มากน้อยเท่าไร ? ถ้าไม่สามารถดูตรงนี้ได้ ต่อให้ท่านทั้งหลายปฏิบัติไปกี่ปีก็ไร้ประโยชน์ หรือว่าถึงสามารถดูได้ แต่แก้ไขกำลังใจของตนเองไม่ได้ ก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก ประมาณว่าเห็นหนทางอยู่แท้ ๆ แต่ไม่ยอมเดินไป..!

วิธีที่ดีที่สุดในขณะที่ รัก โลภ โกรธ หลง กำลังโจมตีเราอยู่นั้น ก็คือการเลิกส่งใจออกนอกไปเรื่องราวต่าง ๆ ย้อนกลับมาอยู่กับปัจจุบัน คือลมหายใจเข้าออกของเรา สามารถกลับมาได้เร็วเท่าไร โอกาสที่ไฟกิเลสจะเผาเราให้เร่าร้อนก็มีน้อยเท่านั้น กลับมาช้าเท่าไร บางทีก็โดนไฟกิเลสโหมท่วมไปหลายวันก็มี..!

ท่านทั้งหลายจึงต้องตระหนักและแก้ไขตนเองตรงนี้ให้ได้ พยายามอย่าไปยินดียินร้ายกับสิ่งต่าง ๆ ที่มากระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของเรา วางกำลังใจให้เป็นกลาง ๆ ประมาณว่าอยู่ก็ได้ ตายก็ดี อยู่เราก็ได้สร้างบุญสร้างบารมี ถ้าตายลงไปวันนี้ เราขอไปพระนิพพาน ถ้าท่านทั้งหลายสามารถตั้งกำลังใจไว้แบบนี้ และชำระศีลของตนให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ ถึงเวลาท่านทั้งหลายย่อมจะมีสุคติเป็นที่ไปได้ดังที่หวังเอาไว้

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-02-2026 เมื่อ 02:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:39



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว