กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 15-02-2026, 17:26
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,598
ได้ให้อนุโมทนา: 227,910
ได้รับอนุโมทนา 830,844 ครั้ง ใน 41,046 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 16-02-2026, 00:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,518 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพตรงไปยังศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดบางช้างเหนือ ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม แต่เช้ามืด เพื่อร่วมในการทำวัตรเช้าและปฏิบัติธรรม ร่วมกับผู้เข้าฝึกซ้อมอบรมเพื่อสอบความรู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ประจำปี ๒๕๖๙ โดยมีท่านเจ้าคุณอาจารย์พระศรีวิสุทธิวงศ์, ดร. (สุวิทย์ ปวิชฺชญฺญู ป.ธ. ๙) รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เป็นผู้นำในการทำวัตรและปฏิบัติธรรม

ก็อย่างที่ทุกท่านได้ยินมา คือว่าการที่มีพระเถระซึ่งตนเองรู้จักนั้น ถ้าหากว่าไปถึงก็จะเป็นกำลังใจแก่ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการต่าง ๆ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ นี้ กระผม/อาตมภาพเคยกล่าวแล้วว่า "ถ้าไม่ใช่เพื่อนก็เป็นลูกศิษย์" โดยเฉพาะผู้เข้าฝึกซ้อมอบรม เพื่อสอบความรู้เป็นพระอุปัชฌาย์งวดนี้ของภาค ๑๔ มีทั้งหมด ๓๐ รูป เฉพาะจังหวัดกาญจนบุรีที่กระผม/อาตมภาพเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดอยู่ก็ ๑๐ รูปเข้าไปแล้ว แล้วไหนจะจังหวัดอื่นอีก

เนื่องเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วก็เป็นลูกศิษย์ที่กระผม/อาตมภาพสอนมา ไม่ว่าจะในระดับประกาศนียบัตร ปริญญาตรี หรือว่าปริญญาโทก็ตาม เมื่อเห็นครูบาอาจารย์มาถึง หลายท่านก็ดีใจ ขอเข้ามากราบก่อน จนกระผม/อาตมภาพต้องยกมือห้ามไว้ ให้ทำวัตรเช้าและปฏิบัติธรรมให้เรียบร้อยเสียก่อน

เมื่อทำวัตรเช้าและปฏิบัติธรรมเสร็จเรียบร้อย มีการแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลแล้ว ทางพิธีกรก็ยังนิมนต์กระผม/อาตมภาพให้โอวาทแก่บรรดาว่าที่พระอุปัชฌาย์อีกต่างหาก กระผม/อาตมภาพเองจึงได้บอกกล่าวกับทุกท่านว่า พระอุปัชฌาย์นั้นเป็นตำแหน่งเจ้าคณะปกครองที่สำคัญมาก ๆ เนื่องเพราะว่าในสมัยโบราณนั้น พระอุปัชฌาย์ก็คือผู้ปกครองลูกศิษย์ ไม่ว่าลูกศิษย์จะเป็นใหญ่เป็นโต เป็นที่นับหน้าถือตาของบุคคลอื่นขนาดไหนก็ตาม ถึงเวลาก็ต้องมากราบกรานพระอุปัชฌาย์ตามพระธรรมวินัยอยู่ดี

แม้กระทั่งพระอุปัชฌาย์บางท่าน เมื่อทำการบวชให้กุลบุตรเป็นจำนวนมาก ๆ แล้ว ก็โดนทางราชการเพ่งเล็ง ถึงขนาดจับเข้าคุกมาแล้วก็มี อย่างเช่นหลวงปู่ครูบาศรีวิชัย เป็นต้น เนื่องเพราะว่าถึงเวลาแล้ว ด้วยความที่ท่านเคร่งครัดต่อพระธรรมวินัย เมื่อทางราชการเห็นว่ามีลูกศิษย์ขึ้นกับท่านเป็นจำนวนมาก ก็น่าจะมีรายรับอะไรที่ดีมากตามไปด้วย

แต่เมื่อถึงเวลาไปขอแล้ว ท่านบอกว่าไม่มีให้ เนื่องเพราะว่าหลวงปู่ครูบาศรีวิชัยนั้น เฉพาะวัดที่ท่านบูรณปฏิสังขรณ์และรับผิดชอบดูแลอยู่ก็ ๑๐๘ วัดเข้าไปแล้ว ไหนจะผลงานชั้นยอดในชีวิตอย่างการสร้างทางขึ้นไปสักการะพระบรมธาตุดอยสุเทพอีกต่างหาก ต่อให้มีเงินมากมายขนาดไหน ถ้าหากว่าทำอย่างหลวงปู่ท่าน ไม่ควักเนื้อตนเองก็บุญโขแล้ว..!

แต่ทางราชการก็ไม่ฟังเสียง ไปกล่าวหาว่าท่านซ่องสุมผู้คนเพื่อก่อกบฏ เนื่องเพราะว่าบวชลูกศิษย์เป็นจำนวนมาก ดังนั้น..ถ้าหากว่าเห็นใครห่มดองพาดสังฆาฏิลักษณะนั้น ก็คือลูกศิษย์ของครูบาศรีวิชัย จะโดนตราหน้าว่าเป็นพรรคพวกของกบฏ โดนจับสึกบ้าง ถอดจากตำแหน่งบ้าง เป็นจำนวนมากต่อมากด้วยกัน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-02-2026 เมื่อ 01:11
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 16-02-2026, 00:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,518 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น..ตำแหน่งพระอุปัชฌาย์จึงเป็นตำแหน่งเจ้าคณะปกครองที่สำคัญ เพราะว่าต้องเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกให้การอุปสมบทต่อกุลบุตรที่เข้ามาขอเป็นสัทธิวิหาริกของตน คำว่า "สัทธิวิหาริก" ก็คือบุคคลที่มาอาศัยครูบาอาจารย์อยู่ด้วย และ "อันเตวาสิก" ก็คือบุคคลที่มาขอพึ่งพิง อาจจะเป็นคนอื่นที่พระอุปัชฌาย์อื่นบวชให้ แต่ว่ามาขออาศัยให้ท่านว่ากล่าวสั่งสอนแทนพระอุปัชฌาย์ก็มี

ถ้าหากว่าท่านที่เป็นอันเตวาสิก ปฏิบัติตามแบบโบราณ ถึงเวลาก็ต้องไปกราบถวายตัวเป็นศิษย์โดยใช้คำกล่าวว่า "อาจะริโย เม ภันเต โหหิ" ๓ วาระด้วยกัน ซึ่งแปลว่า "ขอท่านจงเป็นอาจารย์ของข้าพเจ้าด้วยเถิด" ดังนี้

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พระพุทธศาสนาของเราจะเจริญรุ่งเรืองหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับพระอุปัชฌาย์ โดยเฉพาะกระผม/อาตมภาพนั้น ถ้าหากว่ายังไม่ถึง ๕ พรรษา จะไม่ปล่อยสัทธิวิหาริกของตนเองออกไปอยู่จำพรรษาที่อื่น ยกเว้นว่าสถานที่นั้น ๆ มีพระเถระซึ่งบวชโดยกระผม/อาตมภาพเอง เป็นผู้ปกครองสถานที่นั้นอยู่ สามารถที่จะฝากให้ว่ากล่าวดูแลแทนได้

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทุกคนจึงจะทราบดีว่า ถ้าหากกระผม/อาตมภาพบวชให้แล้ว ภายใน ๕ ปี ไม่ต้องขอไปไหน ให้เร่งรัดศึกษาในเรื่องของพระธรรมวินัย กิจวัตร วิธีวัตร อาคันตุกะวัตรต่าง ๆ ให้ชัดเจน ไปไหนจะได้ไม่ทำให้ครูบาอาจารย์ต้องขายหน้าคนอื่นเขา..!

โดยเฉพาะเมื่ออุปสมบทมาแล้ว เราก็ต้องรับผิดชอบในการปกครอง สอดส่องดูแล ให้การศึกษา ออกหนังสือสุทธิให้ และควบคุมการย้ายวัดของสัทธิวิหาริกที่อายุพรรษายังไม่พ้น ๕ ก็แปลว่า หน้าที่ของพระอุปัชฌาย์ที่รับผิดชอบต่อกุลบุตรนั้น อย่างน้อยก็ต้องดูแลปกครองว่ากล่าวสั่งสอนอยู่ ๕ พรรษา แต่ถ้าหากว่าบางท่านที่ดูแล้วว่ายังเอาดีไม่ได้ ถึง ๕ พรรษาแล้วก็ไม่ควรที่จะปล่อยให้ออกไปที่อื่น เพราะว่าอาจจะไปสร้างความเสียหายให้กับส่วนรวมได้มากอย่างที่เป็นข่าวเป็นคราวกันอยู่
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-02-2026 เมื่อ 17:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 16-02-2026, 00:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,518 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

บุคคลผู้ที่เป็นพระอุปัชฌาย์ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือตนเองต้องเป็นแบบอย่างให้กับลูกศิษย์ได้ ใช้ภาษาบาลีที่ว่า ยถาวาที ตถาการี พูดอย่างไร เราก็ทำอย่างนั้น ยถาการี ตถาวาที ทำอย่างไร ก็พูดอย่างนั้น ไม่มีนอก ไม่มีใน ไม่มีต่อหน้าอย่างหนึ่ง ลับหลังอย่างหนึ่ง

ขอให้เคร่งครัดต่อตนเองก่อน แล้วค่อยไปเคร่งครัดต่อผู้อื่น ถ้าหากว่าทำแบบนี้ได้ สิ่งที่ท่านพูด สิ่งที่ท่านทำ ก็จะเป็นความขลังความศักดิ์สิทธิ์ ช่วยให้ลูกศิษย์สามารถที่จะยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตาม เพราะว่ามีความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว


อีกส่วนหนึ่งก็คือความเป็นพระอุปัชฌาย์นั้น ถือว่าเป็นหน้าที่ซึ่งเราต้องปฏิบัติ ตามระเบียบคำสั่งมติมหาเถรสมาคม ที่มีการกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า ถ้าละเมิดจริยาของพระอุปัชฌาย์แล้วจะต้องโดนลงโทษอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการตำหนิโทษ ภาคทัณฑ์ หรือว่าให้ออกพ้นจากหน้าที่ เป็นต้น

ดังนั้น..เราต้องระมัดระวังตนเองให้ดี แล้วในขณะเดียวกัน ก็ต้องว่ากล่าวสั่งสอนสัทธิวิหาริกให้ดี เพื่อช่วยกันค้ำจุนให้พระพุทธศาสนาของเราเจริญมั่นคงต่อไป สมกับคำขวัญของมหาคณิสสรที่ว่า "พระอุปัชฌาย์ดีเป็นศรีแก่พระศาสนา"

เมื่อถึงเวลาให้โอวาทจบแล้ว ก็ปล่อยให้ทุกท่านไปทำธุระส่วนตัวและฉันเช้าร่วมกัน จากนั้นก็กลับมาเข้าห้องอบรม ฟังพระเดชพระคุณหลวงปู่พระเทพสาครมุนี (สมบูรณ์ ปญฺญาวุโธ ป.ธ.๙) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ อดีตเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครให้โอวาทต่อ ว่าพระอุปัชฌาย์ที่ดีนั้น ควรจะทำตัวอย่างไร ? ซึ่งหลวงปู่ท่านบอกไว้ว่า จะทำตัวเป็นน้ำนิ่งไม่ได้ ต้องพยายามที่จะศึกษาเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อที่ถึงเวลาสั่งสอนลูกศิษย์แล้ว จะได้ทันสมัยใหม่เสมอ เหล่านี้เป็นต้น

ครั้นจบโอวาทแล้วก็เป็นพิธีเปิดการอบรมอย่างเป็นทางการ โดยพระเดชพระคุณพระธรรมวชิรเจติยาจารย์ (ชัยวัฒน์ ปญฺญาสิริ ป.ธ. ๙) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-02-2026 เมื่อ 01:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 16-02-2026, 00:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,518 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อพระเดชพระคุณท่านทำพิธีเปิดและให้โอวาทแล้ว กระผม/อาตมภาพถึงได้ขอตัวเพื่อที่จะเดินทางเข้าที่พัก เนื่องเพราะระยะนี้รู้สึกว่าอากาศเปลี่ยนแปลงแรงมาก การที่ไม่ได้พักไม่ได้ผ่อน บางทีก็อาจจะทำให้สุขภาพชำรุดได้ เนื่องเพราะว่าเมื่อคืนนั้น ด้วยการที่ตั้งใจจะเก็บ "เสบียงบุญ" ให้ได้ตัวเลขที่ต้องการ ซึ่งจะอยู่ในช่วงประมาณเที่ยงคืน จึงได้กำหนดใจให้ตนเองตื่นในเวลานั้น แต่พอตื่นมาแล้ว กลับไม่ยอมนอนเสียนี่..! เนื่องเพราะฝึกไว้ว่าถ้าตื่นแล้วก็ตื่นเลย ทำงานต่าง ๆ ของตนต่อไป เมื่อถึงเวลากรำงานมาเกิน ๑๐ ชั่วโมง จึงทำท่าว่าจะไม่ไหว

ครั้นกลับมาถึงสถานที่พัก ฉันเพลเรียบร้อยแล้ว ตั้งใจว่าจะพักผ่อน แต่เจ้าประคุณเถอะ..บรรดาบุคคลสำคัญต่าง ๆ ก็ทยอยกันมา ล้วนแล้วแต่มีภาระสำคัญที่เกี่ยวเนื่องด้วยกันทั้งสิ้น จึงต้องให้การต้อนรับไปตามเพลง จนกระทั่งได้เวลา จึงมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเสียก่อน ไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้าหากว่าคิวต่อไปมาถึงก็อาจจะไม่ได้บันทึกเลยก็ได้..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-02-2026 เมื่อ 01:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:06



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว