กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 14-01-2026, 08:03
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,661
ได้ให้อนุโมทนา: 228,020
ได้รับอนุโมทนา 832,632 ครั้ง ใน 41,129 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 35 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 15-01-2026, 01:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,763 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่ออโรรา โฮเต็ลของฉือมู่ สาวน้อยทิเบตอุ้มแกะในตำนาน อยู่ที่ - ๕ องศาเซลเซียส

เมื่อวานนี้ที่โรงแรม Manngoo เมืองฉู่ฉง เมื่อกระผม/อาตมภาพอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล โดยเฉพาะบรรดาประคำที่ซื้อมาจาก "วัดหลวงเมืองลื้อ" แล้ว ก็แต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศ ลงไปที่ห้องอาหารทางด้านล่าง ซึ่ง "แม่หญิงเปิ้ล" บอกกับพวกเราว่าเปิดตอน ๐๗.๐๕ น. แต่ปรากฏว่า ๐๖.๓๐ น. ก็เปิดแล้ว ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์มาก ๆ โดยเฉพาะออกไปแนวมังสวิรัติ ซึ่งถูกใจ "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร อำเภอเมือง จังหวัดสกลนครเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อฉันเสร็จแล้ว กระผม/อาตมภาพออกมานั่งรอที่ด้านนอก "ท่านปิง" (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เวฬุวัน เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ บอกว่า "พักที่ห้องข้างห้องอาหารดีกว่าครับหลวงพ่อ ด้านล่างนั้นหนาวเกินไป" แต่กระผม/อาตมภาพพักอยู่ได้ครู่เดียวก็เกรงว่า ถ้าปล่อยบรรดามวลมหาประชาชนจีนลงไปที่ล็อบบี้เมื่อไร พวกเราก็จะไม่มีที่นั่งเหลือเมื่อนั้น ลงไปนั่งกระทบความเย็นให้เคยชินกับร่างกายจะดีกว่า "ท่านปิง"จึงได้นำเอาผ้าพันคอ ซึ่งทำเป็นลักษณะปลอกมาสวมให้ แถมด้วยถุงมือที่สามารถทัชหน้าจอของโทรศัพท์มือถือ เพื่อที่จะทำงานได้อีกต่างหาก

ส่วน "ท่านอาร์ต" (พระอัครพงศ์ ปญฺญวนฺโต) คว้ากระบอกน้ำกับกระเป๋าของกระผม/อาตมภาพหิ้วไปให้ ซึ่งตอนแรกก็ผลัดกันไปมา ระหว่าง "ครูบาพันแสน" (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส รักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงราย และ "ครูบาไอซ์" (พระนิชวัชญ์ ญาณวิสุทฺโธ) วัดเมืองขอน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ แต่ตอนนี้"ท่านอาร์ต" พระลูกวัดท่าขนุน ซึ่งขอกลับไปจำพรรษาที่จังหวัดน่านบ้านเกิดตัวเอง ทำหน้าที่ดูแลจนกระผม/อาตมภาพกลายเป็นพระแก่โดยสมบูรณ์ไปแล้ว..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 09:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 15-01-2026, 01:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,763 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อลงมาข้างล่างได้ครู่หนึ่ง ก็มีคณะนักท่องเที่ยวแห่กันออกมา พูดภาษาไทยอย่างชัดเจน บางท่านก็รู้จักกระผม/อาตมภาพและ "หลวงพ่อนิล" ด้วย มากราบแล้วกราบอีก แจ้งว่าคณะตนเองจะกลับลงไปคุนหมิง เพราะว่าไปถึงแชงกรีลามา กระผม/อาตมภาพทักทายทุกคนแล้ว ก็แจ้งพวกเราว่าให้ถือกระเป๋าอยู่กับตัวเองก่อน อย่าเพิ่งเอาไปรวมกองไว้ เนื่องเพราะว่ารถบัสสองคันที่รออยู่นั้น คันหนึ่งรับนักท่องเที่ยวไทย อีกคันหนึ่งรับนักท่องเที่ยวจีน ถ้าเราเผลอวางกระเป๋า อาจจะมีกระเป๋าไปเที่ยวที่อื่นอย่างแน่นอน..!

เมื่อพวกเราพร้อมแล้ว ก็นำกระเป๋าไปขึ้นรถที่มาจอดรออยู่ทางด้านนอก เวลา ๘ โมงตรงของเมืองจีน พวกเราก็มุ่งหน้าไปยัง "เมืองต้าหลี่" ซึ่งในอดีตก็คือ "ตาลีฟู เมืองหลวงของมณฑลยูนนาน" ใช้เวลาเดินทางถึง ๙ โมงครึ่งของเมืองจีน ก็หยุดพักเข้าห้องน้ำ ให้คนขับได้พักตัวเองตามกฎหมายอย่างน้อย ๑๕ นาที ถ้าหากว่าใครฝ่าฝืนอาจโดนยึดใบอนุญาต แล้วไม่อนุญาตให้ขับรถนักท่องเที่ยวได้อีก พวกเราเข้าห้องน้ำแล้ว ส่วนใหญ่ก็ออกมาเดินดูสินค้าต่าง ๆ ซึ่งมีผลไม้หน้าตาแปลก ๆ ไม่เหมือนกับบ้านเรา บางอย่างกระผม/อาตมภาพก็รู้จัก บางอย่างก็ไม่รู้จัก

ครั้นเดินทางต่อไปจนถึงเวลา ๑๑ โมงของเมืองจีน ก็เข้ามาถึง "เมืองต้าหลี่" พวกเราตรงไปยังเขตเมืองโบราณต้าหลี่ เพื่อเข้าไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมที่ "วัดกวนอิมซื่อ" ซึ่งมีประวัติว่า แม่ทัพมองโกลนำทหารบุกมาตีเมืองต้าหลี่ เจ้าแม่กวนอิมโพธิสัตว์สงสารบรรดาชาวเมืองต้าหลี่ที่นับถือศาสนาพุทธ อยู่ในศีลในธรรม จึงแปลงร่างเป็นหญิงชรา แบกก้อนหินก้อนใหญ่มหึมา เดินออกมาจากประตูเมืองต้าหลี่ ทำเอาบรรดาทหารมองโกลตกตะลึงพรึงเพริด คิดว่าหญิงชรายังแข็งแรงขนาดนี้ บรรดาคนหนุ่มสาวในเมืองนี้ต้องแข็งแรงกว่าอย่างแน่นอน แม่ทัพมองโกลจึงสั่งให้ถอยทัพกลับไป ชาวบ้านจึงรวมใจกันสร้างวัดแห่งนี้ ถวายต่อพระแม่กวนอิมเป็นการตอบแทน

พวกเราถ่ายรูปหมู่กันแล้วก็เข้าไปทางด้านใน ซึ่งมีรูปพระแม่กวนอิมแปลงร่างเป็นหญิงชราแบกก้อนหินอยู่ เมื่อเดินลึกเข้าไปก็เป็นรูปของพระแม่กวนอิมตั้งอยู่ตรงกลาง คนวัดที่อยู่ทางด้านข้างถามว่าจะทำบุญมากกว่านั้นหรือไม่ ? เพราะเห็นกระผม/อาตมภาพล้วงกระเป๋าหยอดตู้ไปเรียบร้อยแล้ว ครั้นถามดูทราบว่ามีการตามประทีปถวาย จึงสั่งไป ๒ คู่ แบบคู่ใหญ่ราคาคู่ละ ๓๖ หยวน แบบคู่เล็ก แต่ว่าสวยงาม เป็นสีแดง ราคาคู่ละ ๓๐ หยวน ทำการตามถวายท่านแม่ อุทิศส่วนกุศลให้กับบรรดาเจ้าที่เจ้าทาง และท่านทั้งหลายที่ติดตามรักษาคณะของเราในครั้งนี้

จากนั้นก็เดินลึกต่อเข้าไปทางด้านหลัง ซึ่งจะมีอาคารลักษณะเหมือนกับเจดีย์ตั้งอยู่ทางด้านใน ภายใต้อาคารนั้นก็คือหินก้อนใหญ่ ที่พระแม่กวนอิมท่านแบกมาขู่บรรดาทหารมองโกลนั่นเอง..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 09:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 15-01-2026, 01:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,763 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วัดนี้นอกจากจะเก่าแก่แล้ว ฝีมือช่างที่ปั้นบรรดารูปท้าวจตุโลกบาลก็ดี พระแม่กวนอิมก็ตาม อยู่ในระดับที่สุดยอดเป็นอย่างยิ่ง เห็นแล้วก็ยังทึ่ง โดยเฉพาะที่แรกซึ่งแวะเข้าไป ก็คือวิหารพระศรีศากยมุนี ซึ่งมีบรรดาพระอรหันต์และพระโพธิสัตว์ต่าง ๆ ปั้นอยู่ตลอดผนังเป็นร้อย ๆ รูป..!

กระผม/อาตมภาพและ "ท่านปิง" ที่คอยตามดูแลไม่ห่าง เข้าไปถ่ายรูปข้างในจนทั่วแล้ว "ท่านปิง" ถึงได้ชี้ให้ดูป้ายเล็ก ๆ ที่ติดอยู่ทางด้านล่างว่า "หลวงพ่อครับ เขาห้ามถ่ายรูปครับ..!" กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่หัวเราะแหะ ๆ เนื่องเพราะว่าไปที่ไหนก็ควักกระเป๋าหยอดตู้ไปแล้ว เจ้าหน้าที่เขาเลยไม่ห้ามกระมัง ?

เมื่อออกมาจากบริเวณนั้น เดินลึกเข้าไปอีกหน่อย ก็มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่แปลงร่างเป็นหญิงชรา หน้าตาใจดีมาก ๆ มองออกมาด้วยความเมตตาเป็นอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านหลังก็ปั้นเป็นรูปพระโพธิสัตว์กวนอิม แบบที่พวกเรารู้จักมักคุ้น พร้อมด้วยทารกทอง ทาริกาหยก และแปดเซียนรวมกัน ซึ่งฝีมือปั้นขั้นสุดยอดอีกเช่นกัน

เดินต่อเข้าไปอีกนิดหนึ่งก็เป็นมหาวิหาร ซึ่งมีพระพุทธเจ้า ๓ กาล ก็คือ อดีตกาล ปัจจุบันกาล และอนาคตกาล เป็นประธานอยู่ บริเวณรอบข้างส่วนใหญ่ก็เป็นรูปพระแม่กวนอิมและพระโพธิสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ "พระมัญชุศรีโพธิสัตว์"
ขี่สิงห์ และ "พระสมันตภัทรโพธิสัตว์" ขี่ช้าง ให้พวกเราสามารถแยกแยะได้ว่าใครเป็นใคร

กระผม/อาตมภาพหยอดตู้ทำบุญทุกตู้ที่มีแล้ว จัดการถ่ายรูปทุกรูปจนเรียบร้อย ออกมาด้านนอกเจอ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) กำลังคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่หญิงเฝ้าวิหาร ซึ่งสอบถามว่าพวกเราเป็นพระภิกษุมาจากที่ไหน "ท่านปิง" จึงอธิบายให้ทราบว่า กระผม/อาตมภาพก็คือ "Abbott of Watthkhanun in Kanchanaburi province, western of Thailand" อีกฝ่ายหนึ่งจึงขอที่อยู่เอาไว้ด้วย

เจ้าหน้าที่หญิงคนนี้เก่งมาก ๆ ก็คือพูดชัดทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ ทำให้กระผม/อาตมภาพมองเห็นอีกเหมือนกันว่า บริเวณด้านล่างนั้นมีป้ายเล็ก ๆ ติดอยู่ว่า "ห้ามถ่ายรูป" กระผม/อาตมภาพก็เลยตีความว่า ถ้าหยอดตู้ทำบุญแล้วก็ถ่ายได้กระมัง ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 09:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 15-01-2026, 01:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,763 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ย้อนออกมาทางด้านนอก ทางด้านขวามือของขาออก เป็นรูปของพระแม่กวนอิม ยืนอยู่บนดอกบัว ๙ ชั้น ในพระหัตถ์มีแจกันน้ำอมฤต ซึ่งมีน้ำพุ่งลงไปยังสระด้านล่างอยู่ตลอดเวลา ส่วนทางด้านซ้ายมือของขาออก ก็ยังมีวิหารพระแม่กวนอิม ซึ่งมีพระภิกษุรูปหนึ่งเฝ้าอยู่ กระผม/อาตมภาพหยอดตู้ทำบุญแล้วก็ทักทายท่านว่า "ต้าซือ" ซึ่งก็คือการยกย่องเป็นพระมหาเถระ หรือพระมหาสมณะนั่นเอง

เมื่อกลับออกมาขึ้นรถจนครบถ้วนแล้ว พวกเราก็ไปฉันภัตตาหารเพลกันที่ภัตตาคารซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ส่วนที่ชอบที่สุดของภัตตาคารนี้ไม่ใช่อาหารลือชื่อ ซึ่งอร่อยมาก ทั้งเป็ดย่าง ไก่ดำตุ๋นมะละกอ และสารพัดอาหารที่ขึ้นชื่อลือชาของเขา แต่ว่าไปชอบใจฉากกั้นที่เป็นไม้ฉลุเป็นรูปนกยูง ซึ่งแกะสลักได้อย่างประณีตงดงามมาก ทางด้านนอกก็ยังมีตู้ใส่เห็ด ใส่ผักสดต่าง ๆ มีทั้งที่จำหน่ายและเพาะตัวอย่างให้ดู ทำให้มั่นใจว่าคุณภาพของอาหารที่นี่ต้องสุดยอดมากแน่ ๆ

เมื่อออกรถมาได้ไม่ไกล พวกเราก็มาถึง "ประตูเมืองโบราณต้าหลี่" ซึ่งต้องเดินลงไปเรื่อย ๆ ตามสายน้ำที่ไหลต่ำลงไป ตลอดเส้นทางก็มีแต่ร้าน
จำหน่ายสารพัดสินค้า โดยเฉพาะชุดเครื่องกันหนาว และของที่ระลึกกระจุกกระจิกต่าง ๆ พวกเราเดินมาจนกระทั่งถึง "ศาลาผักกาดเซียน" ซึ่งมีผู้ที่เป็นบุคคลประเภท "๒๔ ยอดกตัญญู" ไปขอผักกาดเซียนที่พญามังกรหวงนักหวงหนา มารักษาบุคคลอันเป็นที่รักของตนจนหาย จึงได้สร้างผักกาดเซียนด้วยหินหยกดอกใหญ่มหึมาเอาไว้ตรงนี้ ให้คนมาขอพรเพื่อรักษาโรคได้

เมื่อถ่ายรูปหมู่บริเวณนี้แล้ว พวกเราก็เดินลึกเข้าไปจนสุดทาง ซึ่งแยกออกเป็นทั้งซ้ายและขวามือ เป็นเขตตัวเมืองโบราณต้าหลี่จริง ๆ ไปถ่ายรูปหมู่ร่วมกันที่บริเวณประตูเมือง ซึ่งเป็นหอสังเกตการณ์ข้าศึกด้วย กระผม/อาตมภาพชี้ให้ดูประตูเมือง ซึ่งถ้าหากว่ารถยนต์วิ่งสวนกันก็จะได้พอดี ๆ บอกว่า นี่แหละคือลักษณะประตูที่กล่าวกันว่า "หนึ่งคนเฝ้าด่าน หมื่นคนยากทะลวงผ่าน" เนื่องเพราะว่าเป็นช่วงที่ค่อนข้างจะยาวมากแต่แคบ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 09:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 15-01-2026, 01:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,763 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ทั้งสองฝั่งก็มีร้านค้าที่น่าจะเป็น "เด็กเส้น" สุด ๆ อยู่ด้านละ ๒ ร้าน ร้านแรกนั้นขายผ้ามัดย้อมต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างยิ่งแถวยูนนานแห่งนี้ กระผม/อาตมภาพซื้อช้างตัวเล็ก ๆ ที่ทำจากผ้ามัดย้อมไป ๑ ตัว เขาบอกว่าราคา ๙๘ หยวน แต่พอจ่ายเข้าจริง ๆ กระผม/อาตมภาพซึ่งมีเงิน ๑ หยวนอยู่หลายใบ ทางด้านเจ้าของร้านบอกว่า "ขอใบเล็กเถอะ" กระผม/อาตมภาพนับรวมแล้วได้แค่ ๙๖ หยวน อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า "ไม่เป็นไร ขอให้ได้ใบเล็กก็แล้วกัน..!"

ครั้นขยับไปอีกร้านหนึ่ง เป็นร้านจำหน่ายของที่ระลึกต่าง ๆ กระจุกกระจิก ซึ่งดูแล้วน่ารักมาก จึงโดนควักกระเป๋าไปอีก เพราะว่าซื้อเจ้ามังกรน้อยเฝ้าขุมทรัพย์ ซึ่งมีทั้งตัวหันซ้ายและตัวหันขวา พร้อมก้อนทองไป ๑ ชุด ราคา ๑๒๘ หยวน

เดินออกมาอีกร้านหนึ่ง ทางด้านนี้เป็นร้านจำหน่ายบรรดาครีมสำหรับทากัน
มือแตกด้วยความหนาว ซึ่งมีสารพัดกลิ่นดอกไม้ต่าง ๆ พวกเราเองเดินวนอยู่ ๑ รอบ ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไร เพราะว่าออกแนวผู้หญิง พระล้วน ๆ ถ้าขืนไปซื้อน่าจะมีปัญหา..!

ขยับมาร้านสุดท้าย มีบรรดาข้าวของต่าง ๆ ซึ่งร้อยขึ้นมาจากประคำ ที่ทำด้วยสารพัดวัสดุ ฝืมือประณีตสวยงามมาก ๆ ทางด้านเจ้าของร้านให้พวกเราเลือกเองว่าจะเอาเม็ดประคำสีอะไรบ้าง ? แล้วจะร้อยในลักษณะไหน ? เขาจะบริการร้อยให้ คิดแค่ราคาวัสดุ ไม่คิดค่าแรง

กระผม/อาตมภาพเองไม่รู้ว่าจะเลือกอย่างไร จึงถ่ายรูปแล้วเดินมา ชวน "ครูบาพันแสน" ท่านขึ้นไปชั้นบนหอสังเกตการณ์ เพื่อที่จะชมวิวเมืองโบราณต้าหลี่ ปรากฏว่าสองเกลอหัวเห็ดเดินสวนทางลงของเขาไปเสียนี่..! ทำเอา "ครูบาไอซ์" พลอยตามผิดทางไปด้วย เมื่อรู้ว่าผิด พวกเราจึงเดินจ้ำเร็ว ๆ เพื่อให้ขึ้นไปถึงทางด้านบน ซึ่งบริเวณนี้เมื่อชมวิวและถ่ายรูปแล้ว ก็ยังมีการรับจ้างเขียนหนังสือด้วยพู่กันจีน ซึ่งจะเอาข้อความอะไรก็ได้ จดไปให้แล้ว "อาแปะ" แกก็บรรเลงเพลงพู่กันออกมาให้อย่างสวยสดงดงาม

อีกด้านหนึ่งเป็นการขายบรรดาชาดอกไม้ต่าง ๆ ซึ่งเป็นดอกไม้ที่เรารู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง จึงได้เดินวนอยู่ในลักษณะ "ขี่ม้าชมดอกไม้" แล้วก็มาถ่ายรูปกับผนังสวย ๆ ของกำแพงประตูเมืองชั้นบน ที่ดูเก่าแก่งดงามมาก จากนั้นค่อยกลับลงมาข้างล่าง แล้วเดินย้อนกลับขึ้นไปทางเดิมเมื่อขามา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 09:22
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 15-01-2026, 01:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,763 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

กระผม/อาตมภาพถ่ายรูปไปตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงจุดนัดพบ เจอ "คุณน้ำทิพย์" ถือธงรออยู่ บริเวณนี้มีวณิพกพเนจร ซึ่งน่าสงสารมาก เนื่องเพราะว่าไม่มีแขนไม่มีขา แต่ก็อุตส่าห์มาร้องเพลงขอทาน ซ้ำยังเสียงดีเสียด้วย กระผม/อาตมภาพจึงควักธนบัตรใบย่อยทั้งหมด ใส่ลงไปในถังใบใหญ่ที่เขาวางเอาไว้ อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า "สวัสดีครับ ขอบคุณครับ" กระผม/อาตมภาพตอบกลับไปว่า "หนีห่าว" เป็นภาษาจีนแทน ต่างคนก็เลยต่างหัวเราะกัน

เมื่อพวกเรามาถึงกันพร้อมแล้ว เวลาประมาณ ๑๔.๔๕ น. ของเมืองจีน รถยนต์ของเราก็วิ่งต่อไปยังแชงกรีลา ซึ่งเป็นไฮไลท์ในทริปนี้ของเรา ในระหว่างทางก็จอดเพื่อที่จะเข้าห้องน้ำเป็นระยะไป แต่ขอโทษเถอะ..พวกเราส่วนใหญ่เข้าห้องน้ำแล้ว อาศัยความเร็วเป็นของปิศาจ สามารถช็อปปิ้งกันไปเรื่อย ๆ เหมือนกัน จนกระทั่งมาข้าม "แม่น้ำจินซาเจียง" ซึ่งก็คือ "ต้นแม่น้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง)" นั่นเอง เพียงแต่ว่า "จินซาเจียง" (แม่น้ำทรายทอง) ตอนนี้เป็น "ชิงสุ่ยเจียง" (แม่น้ำเขียวใส) มากกว่า ก็คือเป็นแม่น้ำเขียวใสแจ๋ว ขนานไปกับทิวเขาใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ "อวี้หลงเซวี่ยซาน" (เทือกเขาหิมะมังกรหยก)

ด้านหน้าของสะพานซึ่งกำลังข้ามแม่น้ำนั้น มีการปั้นเป็นฝูงจามรีเผือกจำนวน ๕ ตัวกำลังไต่ขึ้นเนิน ซึ่งชาวทิเบตถือว่าจามรีเผือกนั้นเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน ดังนั้น..ขนหางของจามรีเผือกจึงอยู่ในพิธีกรรมพิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพิธีการทางพรต พิธีการทางพระพุทธศาสนา และพิธีการของบรรดาพ่อมดหมอผี ที่เรียกว่า "นิกายซ่าหม่าน" ของประเทศจีน จนกระทั่งเมื่อเผยแพร่เข้ามาถึงเมืองไทยของเรา ก็กลายเป็นของสูงไปส่วนหนึ่ง ก็คือเป็นส่วนของวาลวิชนี และแส้ปัดหางจามรี ใน "เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์" ของไทยเรานั่นเอง

พวกเราวิ่งมาจนเริ่มขึ้นสู่บริเวณที่สูงเกิน ๓,๐๐๐ เมตร กระผม/อาตมภาพแจ้งต่อ "แม่หญิงเปิ้ล" ทันทีว่า มีอาการปวดขมับแล้ว เพราะว่าออกซิเจนน้อย ทำเอา "แม่หญิงเปิ้ล" มีอาการงงมาก เพราะว่าเรื่องขออาการตาลาย คลื่นไส้ ถ่ายท้อง อะไรไม่มี แต่กระโดดข้ามขั้นไปขั้นที่ ๒ เลย ซึ่งกระผม/อาตมภาพเองอยู่ในลักษณะนี้มาโดยตลอด จึงขอให้ทางคณะแจกจ่ายออกซิเจนกระป๋องให้กับทุกคน

กระผม/อาตมภาพเองรับมา ๑ กระป๋อง โดยที่ "ลูกกิฟท์" (นางสาวอันตรา ลักษณะ) เจ้าของบริษัทเติมเต็มทราเวล เป็นคนจ่ายค่าออกซิเจนกระป๋องให้ ในราคากระป๋องละ ๑๐๐ หยวน ถ้าหากว่ามีอาการเมื่อไร ก็ให้สูดออกซิเจนเสีย ๒ - ๓ ครั้ง แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้น แต่ปรากฏว่าบุคคลที่สาธิตนั้น กลายเป็น "คุณน้ำทิพย์" ที่หมอบกระแตไปก่อน เนื่องเพราะว่าลุกพรวดพราดจากท่านั่งขึ้นมา แล้วก็ต้องมาพูดอธิบาย จึงออกอาการหายใจไม่ทัน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 09:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 15-01-2026, 01:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,763 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พวกเราวิ่งมาถึงบริเวณทางขึ้นทางด่วน เพื่อตรงไปยังเมืองแชงกรีลานั้น เป็นเวลาประมาณ ๖ โมงเย็นกว่าแล้ว อากาศลดฮวบลงมาเหลืออยู่แค่ ๙ องศาเซลเซียส ครั้นเมื่อวิ่งตรงไป ข้ามอุโมงค์ต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ก่อนที่จะออกจากด่านทางด่วน อากาศก็เหลือแค่ ๑ องศาเซลเซียสเท่านั้น..!

พวกเรามาถึงบริเวณลานจอดรถของ "เมืองโบราณแชงกรีลา" หรือชื่อเดิมคือ "เมืองจงเตี้ยน" ในเวลาประมาณ ๑๙.๕๐ น. ของเมืองจีน กระผม/อาตมภาพกำลังปวดปัสสาวะสุด ๆ แต่ขอโทษเถอะ..ห้องน้ำห้องส้วมที่ลานจอดรถนั้น เจ้าของดันล็อกกุญแจ
หนีหนาวกลับบ้านไปแล้ว "คุณน้ำทิพย์" บอกว่าเราไปปัสสาวะกันที่บริเวณหน้า "วัดต้าฝอ" ซึ่งมีกงล้อมนต์ใหญ่ที่สุดในโลกก็ได้ ทำเอากระผม/อาตมภาพกับ "ท่านปิง" ที่พยายามเดินช้า ๆ เพราะว่าถ้าเดินเร็วแล้วจะหายใจไม่ทัน ต้องเดินไปก็ต้องหนีบไป ไม่รู้ว่าจะฉี่เล็ดลงตรงไหน..!?

ครั้นเข้าไปบริเวณที่เป็นประตูเมืองโบราณ ซึ่งตอนนี้เหลืองอร่ามสวยงามด้วยแสงสียามค่ำคืน พวกเราต้องเดินเลาะตรงไป จนกระทั่งเกือบจะถึงเขตลานวัดต้าฝอ แล้วเลี้ยวขวามือไป "คุณน้ำทิพย์" ก็ไม่ชี้ให้ดูว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหน พวกเราจึงต้องเลี้ยวขวาเดินไปเรื่อย ๆ ผ่านบรรดาร้านปิ้งย่าง ร้านขายของที่ระลึกเป็นสิบ ๆ ร้าน กว่าที่จะเจอห้องน้ำสาธารณะ มุดเข้าไปแล้ว บางห้องก็ต้องผงะถอยออกมา เพราะว่ามีของที่ระลึกจากมวลมหาประชาชนชาวจีนกองเบ้อเร่อรออยู่..!

เมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อย ค่อยออกมาชมความงามของวิหารและกงล้อมนต์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่เหลืองอร่ามอยู่บนยอดเขา ครั้นถ่ายรูปเดี่ยวรูปหมู่กันเสร็จแล้ว กระผม/อาตมภาพจะไปต่อคิว เพื่อขึ้นไปหมุนกงล้อมนต์ทิเบตขนาดใหญ่ที่สุดในโลกใบนั้น

แต่ว่าเดินไปเกือบ ๒ กิโลเมตรแล้ว ยังไม่สุดแถวมวลมหาประชาชนจีนเสียที..! จนต้องย้อนกลับมาแจ้งกับทุกคนว่า "สละสิทธิ์กันเถอะ" เนื่องเพราะว่าไปไม่ทันแน่นอน เรานัดรถไว้ตอน ๓ ทุ่มที่ลานจอดรถ จึงมาหาซื้อสินค้าที่ระลึกแทน ซึ่งมีตุ๊กตาน่ารักมาก ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นบรรดาสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งบำเพ็ญเพียรจนกลายร่างเป็นมนุษย์หรือเปล่า ? เพราะว่าอยู่ในลักษณะกึ่งคนกึ่งสัตว์ทั้งนั้น มีทั้งนกฮูก ที่ฉลาดปราดเปรื่องรู้เรื่องรอบด้าน ตลอดจนกระทั่งบรรดาเสือ หมี พังพอน จิ้งจอกต่าง ๆ

สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้จัดอยู่ในส่วนของ "อชคราทิเปรต" ก็คือเปรตในร่างสัตว์ ถ้าบำเพ็ญเพียรเป็นร้อยเป็นพันปี ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง คือ สามารถแปลงจนคล้ายคนไปเรื่อย ๆ แต่มีเคล็ดลับอยู่ตรงที่ว่า เมื่อไปเคาะประตูบ้าน ถามชาวบ้านว่า "เหมือนคนหรือยัง ?" ถ้ามีคนตอบว่า "เหมือนแล้ว" ก็จะผ่าน "ทัณฑ์วิถี" ซึ่งเป็นเครื่องสกัดกั้นไม่ให้กลายเป็นคน สามารถแปลงร่างเป็นคนได้ กลายเป็นเซียนที่พัฒนามาจากสัตว์นั่นเอง
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 09:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 15-01-2026, 02:07
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,763 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แต่ว่างานนี้ต่อราคาไม่ลง เขาขายตัวละ ๑๒๘ หยวน กระผม/อาตมภาพต่อราคา ๓ ตัว ๓๐๐ หยวน อย่างไรเขาก็ไม่ยอมลด..! แต่ว่าจะแถมโน่นแถมนี่ให้แทน กระผม/อาตมภาพให้ "น้องเล็ก" ช่วยต่อจนเขาคิดว่า "น้องเล็ก" เป็นคนจีนไปแล้ว..!

เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องในด้านราคาจึงได้ถอยออกมา "ไกด์ไก่" (นายฐนชล ทิมแสง) ซึ่งเป็นหัวหน้าทัวร์ครั้งนี้ จึงพาพวกเราไปนั่งร้านชานมจามรีแทน นั่งรออยู่นานมาก จึงได้มาแก้วใหญ่มหึมา ประมาณแก้วกาแฟสตาร์บัคส์ ๓ แก้วรวมกัน..! กระผม/อาตมภาพกระดกทีเดียวหมด..! ขณะที่คนอื่นค่อย ๆ จิบ เพราะแหยงในรสชาติบ้าง กลัวความร้อนบ้าง

จนกระทั่งเวลา ๓ ทุ่ม พวกเราค่อยเดินย้อนออกมา กระผม/อาตมภาพเดินไปก็ส่งรูปเข้ากลุ่มไลน์ไป เพื่อให้ "ไอ้ตัวเล็ก" ได้ลงรูปในลักษณะเรียลไทม์ จึงเดินเลยลานจอดรถ ข้ามถนนไปอีกด้านหนึ่ง จน "น้องเล็ก" ท้วงว่าไม่ใช่ด้านนี้ ครั้นหันกลับมาเจอ "คุณน้ำทิพย์" ที่บอกว่าด้านนี้ก็ไปได้ แล้วพาเลี้ยวขวาลัดเข้าไปเจอรถของพวกเราที่จอดอยู่

รถพาเราวิ่งข้ามเมืองไปประมาณ ๓๐ นาที มุดเข้าซอยที่กำลังขยายถนน ก็มาถึงบริเวณที่กระผม/อาตมภาพขอเอาไว้ ก็คือ "Aurora Hotel" หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ "Renqing Cimu Mei Court" ของ "ฉือมู่" สาวน้อยทิเบตอุ้มแกะในตำนานนั่นเอง ตอนนี้เป็น "หนี่เหลาป่าง" ก็คือ "เถ้าแก่หญิง" ไปแล้ว กู้เงินสร้างโรงแรมที่เป็นไม้สน สวยงามมาก ๆ พาบรรดาญาติ ๆ ออกมา นำเอาผ้าขะตะมาถวาย และต้อนรับแขกทุกคน

ครั้นเข้าไปแล้วก็ทำการแจกจ่ายกุญแจห้อง แต่ที่ขำมากก็คือ "ฉือมู่" ซึ่งเป็นคนนำกระผม/อาตมภาพกับ "ท่านปิง" ไปยังที่พัก ดันนำไปห้อง ๘๐๘ แทนที่จะเป็น ๘๐๑ เมื่อเปิดประตูห้องไม่ได้จึงสงสัย แล้วมาดูเบอร์ห้องที่คีย์การ์ดอีกทีหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเป็นห้อง ๘๐๑ ก็ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ แล้วพากระผม/อาตมภาพไปส่งจนถึงที่ "ท่านปิง"ที่หอบข้าวของทุกอย่างมาให้ วางข้าวของและดูความเรียบร้อยแล้ว ก็ขอตัวกลับไปยังห้องของตนเอง

กระผม/อาตมภาพเห็นมีอ่างอาบน้ำใบใหญ่ จึงจัดการเปิดน้ำร้อนลงไปก่อนเลย ครั้นปิดม่านหน้าต่างทุกแห่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ลงไปแช่น้ำร้อน ยังไม่ทันที่น้ำร้อนจะท่วมหน้าแข้ง ก็มีเสียงเคาะประตูปัง ๆ กระผม/อาตมภาพจึงบอกไปในกลุ่มไลน์ว่ากำลังแช่น้ำร้อนอยู่ "ไกด์ไก่" ถึงได้บอกว่า "เจ้าหน้าที่เขานำเอาน้ำดื่มมาเพิ่มให้หลวงพ่อครับ" กระผม/อาตมภาพบอกให้วางเอาไว้หน้าห้องนั่นแหละ แช่น้ำเสร็จแล้วจะออกไปรับเอง

เมื่อขึ้นจากน้ำมา แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว จึงนำน้ำมาต้มชาเตรียมการเอาไว้ เมื่อตื่นขึ้นมาจะได้มีน้ำฉัน นับว่าทาง "ฉือมู่" รอบคอบมาก เมื่อได้รับข้อมูลว่ากระผม/อาตมภาพฉันน้ำมาก เห็นว่าสองขวดไม่น่าจะพอ จึงรีบนำเอามาอีกสองขวดเพิ่มเติมให้ ขอเจริญพรขอบคุณเอาไว้ ณ ที่นี่

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เสียบชาร์จพาวเวอร์แบงค์เอาไว้ จากนั้นก็ใส่ถุงเท้า ตลอดจนกระทั่งเครื่องกันหนาวครบถ้วนสมบูรณ์ ขึ้นสู่เตียงนอน แผ่เมตตาต่อเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย แล้วนอนบังคับลมหายใจยาว ๆ เพื่อให้ออกซิเจนเพียงพอในการเลี้ยงตัวเอง ไม่เช่นนั้นก็คงต้องเปลืองออกซิเจนกระป๋องอย่างแน่นอน..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๑๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 10:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:05



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว