กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 03-01-2026, 15:55
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 627
ได้ให้อนุโมทนา: 3,308
ได้รับอนุโมทนา 29,569 ครั้ง ใน 1,115 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๙


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 04-01-2026, 00:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,679
ได้ให้อนุโมทนา: 160,490
ได้รับอนุโมทนา 4,525,773 ครั้ง ใน 37,295 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศที่วัดท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ที่ ๑๗ องศาเซลเซียส แต่ด้วยความที่ว่าเป็นอากาศที่เกิดจากการพยากรณ์รวมของส่วนกลาง ดังนั้น..โอกาสที่ของจริงจะต่ำกว่านี้ ๒ ถึง ๓ องศาเซลเซียสจึงเป็นเรื่องปกติ

บรรดานักท่องเที่ยวยังคงเต็มไปทั้งตลาดทองผาภูมิ และตลาดริมแควเมืองท่าขนุน กระผม/อาตมภาพต้องรับบาตรอยู่ในลักษณะยาวยืด ลงมาจนเกือบจะถึงสะพานแขวนหลวงปู่สายแล้วถึงจะหมดคน แปลว่าผู้คนน้อยลงกว่าวันก่อนแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่การท่องเที่ยวในสถานที่อื่นนั้น เท่าที่ทราบมาก็คือ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ก็มีผู้คนผละออกจากแหล่งเที่ยว กลับคืนสู่เคหะสถานบ้านช่องกันแล้ว

เนื่องเพราะว่าหลายแห่งเปิดทำงานในวันที่ ๒ มกราคม แต่ว่าของทองผาภูมินั้น สามารถที่จะวิ่งมาถึงและเที่ยวได้ภายในวันเดียว หรือว่าวิ่งมาเที่ยววันเสาร์ ค้าง ๑ คืน แล้วกลับวันอาทิตย์ก็ได้ สะดวกดีอีกด้วย จึงทำให้บรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลายนิยมมากันเป็นอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะอากาศที่หนาวเป็นพิเศษสำหรับภาคกลาง ซึ่งหลายต่อหลายปีที่กระผม/อาตมภาพขึ้นไปยังเชียงใหม่ - เชียงราย ในช่วงหน้าหนาว ปรากฏว่าอากาศของทองผาภูมิหนาวเย็นกว่าเชียงใหม่ - เชียงรายเสียอีก และมีความบริสุทธิ์ของอากาศมากกว่า เนื่องเพราะว่าผู้คนไม่ค่อยที่จะเผาขยะ หรือว่าเผาป่ากัน จึงทำให้อากาศค่อนข้างดี ถึงขนาดมีคำพูดว่า "พักทองผาภูมิ ๑ คืน อายุยืน ๑ ปี" แต่ถ้าอายุยืนขึ้น แต่เจ็บไข้ได้ป่วยตลอดอย่างกระผม/อาตมภาพก็คงจะไม่ไหวเช่นกัน..!

เมื่อกลับจากการบิณฑบาตแล้ว กระผม/อาตมภาพซึ่งระยะนี้ฉันเช้าไม่ได้ เพราะว่ามักจะเป็นช่วงที่มาลาเรียกำเริบ จึงต้องมาแต่งองค์ทรงเครื่องให้เรียบร้อย แล้วลงไปสู่ศาลา ๑๐๐ ปี หลวงปู่สาย สนทนาธรรมในเรื่องต่าง ๆ กับญาติโยมผู้ที่มาบวชปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นการให้ข้อคิดในการปฏิบัติธรรมบ้าง เล่าเรื่องประสบการณ์ในการปฏิบัติธรรมของตนเองบ้าง จากคนแค่ไม่กี่คน จนกระทั่งมากันครบครัน ก็ได้เวลาในการสมาทานพระกรรมฐาน และเข้าสู่การปฏิบัติธรรมพอดี
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 04-01-2026 เมื่อ 02:02
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 04-01-2026, 00:46
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,679
ได้ให้อนุโมทนา: 160,490
ได้รับอนุโมทนา 4,525,773 ครั้ง ใน 37,295 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ไม่ว่าจะเป็นการคุมการปฏิบัติกรรมฐานที่ใดก็ตาม กระผม/อาตมภาพไม่เคยเสียเวลาไปเรียกผู้ปฏิบัติธรรมให้เข้าสู่ห้องปฏิบัติ เนื่องเพราะว่าเวลาเล่าเรื่องต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ คนได้ยินแล้วอยากฟังก็จะมากันเอง เขาจะไม่รู้สึกว่าตนเองโดนบังคับ เพราะว่าเต็มใจมา ซึ่งก็คือหลักฉันทะในอิทธิบาท ๔ นั่นเอง ก็คือพอใจที่จะทำ ก็มาทำกันเองโดยไม่ต้องบีบบังคับ

เมื่อนำสมาทานพระกรรมฐานและมอบหมายให้พระวิปัสสนาจารย์ประจำสำนักปฏิบัติธรรมวัดท่าขนุน ได้ทำการนำญาติโยมปฏิบัติธรรมแล้ว กระผม/อาตมภาพก็กลับเข้าสู่ที่พัก เนื่องเพราะว่าระยะนี้ มีทั้งบัญชีรับ - จ่ายประจำปี ๒๕๖๘ ที่จะต้องเสร็จและส่งภายในวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๙

ยังโชคดีที่ว่าทางด้านผู้บังคับบัญชาเหนือตน อนุญาตให้ส่งเป็นไฟล์ได้ ถ้าหากว่าต้องส่งเป็นกระดาษ นอกจากจะต้องพิมพ์หลายสิบหน้ากระดาษแล้ว ยังต้องเซ็นชื่อรับรองทุกหน้าอีกด้วย มีหวังมือหงิกแน่นอน..! แต่ผู้บังคับบัญชาท่านก็แจ้งอย่างชัดเจนว่า ถ้าระดับสูงขึ้นไปต้องการเป็นกระดาษจริง ท่านจะเป็นผู้ที่พิมพ์แล้วส่งให้เอง กระผม/อาตมภาพจึงทำหนังสือนำส่งให้ด้วยความสบายใจ

อีกส่วนหนึ่งก็คือการทำหนังสือขอให้ทางโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา จัดการสอบชิงทุนในระดับปริญญาตรีประจำปี ๒๕๖๙ ซึ่ง
ปกติกระผม/อาตมภาพก็ให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีปีละ ๘ ทุนอยู่แล้ว จึงต้องมาเพิ่มเติมขึ้นอีก ๒ ทุน รวมแล้วเป็น ๑๐ ทุนด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็นสายวิทย์ ๑ ทุน สายศิลป์ ๑ ทุน ถ้าหากว่าใครสอบได้ก็คือจะมอบทุนการศึกษาให้คนละ ๓๐,๐๐๐ บาท/ปี ไปจนจบหลักสูตร

เมื่อวานนี้ก็เพิ่งจะมีเด็กนักเรียนซึ่งเรียนจบแล้ว มีพ่อแม่นำมาพร้อมกับข้าวของถวาย กล่าวขอบคุณที่อุตส่าห์ส่งให้เรียนจนจบ เมื่อสอบถามแล้วปรากฏว่าคุณเธอโชคดีมาก ก็คือจบมาก็ได้งานเลย จะว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็คงไม่ใช่ เนื่องเพราะว่าระยะนี้งานนั้นหายากเป็นอย่างยิ่ง ก็แปลว่าต้องมีความสามารถที่แท้จริง หรือว่าเจ้าของบริษัทเห็นคุณค่า หรือคุณงามความดีอะไรบางอย่าง จึงได้รับตัวเอาไว้ทำงาน จึงต้องแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 04-01-2026 เมื่อ 02:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 04-01-2026, 00:54
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,679
ได้ให้อนุโมทนา: 160,490
ได้รับอนุโมทนา 4,525,773 ครั้ง ใน 37,295 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อีกส่วนหนึ่งก็ต้องทำหนังสือขอรายชื่อนักเรียนรับทุนประจำปีการศึกษา ๒๕๖๙ ซึ่งปีนี้มีเดือน ๘ สองหน การให้ทุนการศึกษานักเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาทั้ง ๓๔ โรงเรียนทุกวันวิสาขบูชา จึงเลื่อนไปจนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพกำหนดในหนังสือว่าให้ส่งรายชื่ออย่างช้าที่สุด วันที่ ๒๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙

เหตุที่ต้องขอรายชื่อกันแต่เนิ่น ๆ ก็เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วเจ้าหน้าที่ธุรการ หรือว่าครูบาอาจารย์ที่ดูแลด้านทุนการศึกษาของนักเรียนนั้น มักจะเปลี่ยนตัวกันทุกปี แล้วมักจะทำเอกสารขาดตกบกพร่องอยู่เสมอ จนกระผม/อาตมภาพต้องส่งเอกสารเป็นเวิร์ดตัวอย่างไปให้

แค่คุณเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็นของตัวเอง และใส่รายชื่อนักเรียนของตนเองมาพร้อมกับที่อยู่ เลขที่ ตำบล อำเภอ จังหวัดเท่านั้น นอกนั้นข้อมูลก็เหมือนกันหมด แบบฟอร์มก็จะได้เป็นแบบเดียวกัน ถึงเวลาสามารถนำส่งคณะสงฆ์ได้เลย เพียงแต่ทางโรงเรียนต้องประทับตราโรงเรียนและลายเซ็นท่านผู้อำนวยการโรงเรียนมาให้เรียบร้อย

ในเรื่องของทุนการศึกษานั้น ต้องบอกว่าทางอำเภอทองผาภูมิทุกโรงเรียนถือว่าโชคดีมาก เพราะว่าผู้บริหารไม่ต้องไปดิ้นรนขอทุนการศึกษาจากใคร กระผม/อาตมภาพเหมาให้ทุกโรงเรียน ต่ำสุดก็โรงเรียนละ ๒๐ ทุนอยู่แล้ว ถ้าหากว่าเป็นชั้นมัธยมศึกษาระดับพิเศษ อย่างของโรงเรียนทองผาภูมิวิทยาก็ให้ ๔๐ ทุน โรงเรียนร่มเกล้ากาญจนบุรีให้ ๓๐ ทุน หรือว่าโรงเรียนขยายโอกาสได้การศึกษา แต่มีทีท่าว่าจะเป็นมัธยมเต็มระดับ อย่างโรงเรียนวัดปรังกาสี โรงเรียนสมาคมป่าไม้แห่งประเทศไทยอุทิศ ก็ให้ไปเลยโรงเรียนละ ๓๐ ทุน เป็นต้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 04-01-2026 เมื่อ 02:07
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 04-01-2026, 00:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,679
ได้ให้อนุโมทนา: 160,490
ได้รับอนุโมทนา 4,525,773 ครั้ง ใน 37,295 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและทำเอกสารกันค่อนข้างที่จะนาน ไม่เช่นนั้นก็จะไม่เรียบร้อย และระยะหลัง ๆ ถ้าหากว่ามีข้อผิดพลาดมา กระผม/อาตมภาพจะตีกลับหมด โดยไม่ได้สนใจว่าคุณจะลำบากแค่ไหน เนื่องเพราะว่ามีตัวอย่างให้ไปทุกประการแล้ว ถ้าไม่ทำตามก็ถือว่าสมควรที่จะเหนื่อยอีกรอบหนึ่ง..!

เมื่อได้เวลาก็ออกไปฉันเพล จากนั้นก็มานอนภาวนาไปประมาณครึ่งชั่วโมง จบเสียงตามสายแล้วก็ออกไปสนทนาธรรมกับญาติโยม จนได้เวลาก็นำสมาทานพระกรรมฐาน แล้วปล่อยให้พระวิปัสสนาจารย์ท่านนำปฏิบัติ ส่วนตนเองมาเก็บข้าวของขึ้นรถ แล้วไปลงอุโบสถทบทวนพระปาฏิโมกข์ ซึ่งวันนี้ถ้าหากว่าเว้นจากเวรยาม พระภิกษุที่เจ็บไข้ได้ป่วย และท่านที่รับผิดชอบในการนำปฏิบัติธรรมแล้ว ก็ยังมีพระภิกษุลงทบทวนพระปาฏิโมกข์ ๓๗ รูปด้วยกัน

ครั้นออกจากอุโบสถแล้ว กระผม/อาตมภาพยังต้องเดินทางไกล เพื่อที่จะไปยังมณฑลพิธีที่พักสงฆ์ฐิตธรรมาศรม (สวนธรรมป่าแก้ว) ซึ่งปีนี้มีการหล่อสมเด็จองค์ปฐมด้วยเงินแท้ และต้องการให้กระผม/อาตมภาพไปนั่งอธิษฐานจิตคุมธาตุให้ ยังต้องใช้เวลาในการเดินทางเกือบ ๒ ชั่วโมงเต็ม จึงต้องมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ก่อน

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 04-01-2026 เมื่อ 02:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 32 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:50



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว