กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมีนาคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 30-03-2026, 19:55
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,840
ได้ให้อนุโมทนา: 230,278
ได้รับอนุโมทนา 838,216 ครั้ง ใน 41,405 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:06
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,046
ได้ให้อนุโมทนา: 162,564
ได้รับอนุโมทนา 4,537,542 ครั้ง ใน 37,665 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๓๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ งานใหญ่ก็คือโครงการธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา สิ้นสุดลง ร่างกายก็ประท้วง แต่ก็ยังพักไม่ได้ เพราะว่าต้องส่งเขากลับเสียก่อน แค่นั้นยังไม่พอ เรายังมีงานบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนมาต่ออีกอย่างน้อย ๑๐ วัน พระภิกษุ แม่ชี และญาติโยมวัด ก็เตรียมเลี้ยงลูกกันต่อไป..!

เรื่องของกำลังใจนั้นสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เนื่องเพราะว่าถ้าใจยังมุ่งมั่นอยู่กับงาน เราจะไปได้ ที่บาลีเรียกว่า "มโนสัญเจตนา" คือความมุ่งมั่นของใจนี่เอง ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือต้นแบบในการวิ่งมาราธอน ซึ่งทหารวิ่งไปส่งข่าวว่ากองทัพของเราชนะแล้ว ต้องวิ่งไปถึง ๔๒ กิโลเมตรเศษ พอส่งข่าวเสร็จ กำลังใจที่ผลักดันให้ร่างกายของตนเองไปได้ขนาดนั้นก็หมดลง เสียชีวิตอยู่ตรงนั้นเอง..!

เราจะเห็นว่าผู้สูงวัยที่เกษียณอายุราชการ หลายท่านเกิดอาการ "เฉา" บางคนก็เสียชีวิตลงดื้อ ๆ เนื่องเพราะรู้สึกว่างานของตนเองหมดแล้ว ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ที่เคยมีเคยได้ก็พลอยหมดไปด้วย หลายท่านก็จะแปลกใจว่าตัวกระผม/อาตมภาพเอง ถ้ามีเวลาว่างก็รีบไปเยี่ยมเยียนบรรดาพระเถระที่เกษียณอายุแล้ว ไม่ว่าจะตอนนี้หรือสมัยก่อนก็ทำเหมือนกัน เพราะเข้าใจดีว่าคนแก่ต้องการเพื่อนคุย ยิ่งมายุคนี้สมัยนี้ความแก่ได้ที่มากกว่าเดิม ก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้น แต่กระผม/อาตมภาพไม่ได้ต้องการเพื่อนคุย ต้องการคนทำงานที่มีความคล่องตัวเพียงพอ

ถ้าทุกท่านศึกษาประวัติกระผม/อาตมภาพย้อนหลังไป จะเห็นว่าประมาณ ๔ พรรษาสุดท้าย พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุง แทบจะเรียกใช้กระผม/อาตมภาพอยู่คนเดียว สิ่งนี้เกิดจากสองสาเหตุด้วยกัน ก็คือบรรดาพระเถระรุ่นพี่รุ่นพ่อนั้น เมื่อฟังสิ่งที่หลวงพ่อท่านพูดไม่เข้าใจ ก็สักแต่ว่ารับปาก "ครับ ๆ" ให้พ้นหน้าไป แล้วไม่ได้ทำให้ท่าน..!

อีกประการหนึ่งก็คือทำอะไรชักช้า ไม่ทันใจ ในเมื่อตัวกระผม/อาตมภาพเองยามถวายการรับใช้พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน ก็ได้ขอกับพระขอกับเทวดาท่านว่า ถ้าหลวงพ่อท่านป่วยหนักจนพูดแล้วฟังไม่รู้ ก็ขอให้เข้าใจว่าท่านต้องการอะไร ปัญหาแรกจึงผ่านพ้นไปได้ ปัญหาที่สองก็คือ ทำอย่างไรจะให้ถูกใจของท่าน ? ก็ต้องเอาสไตล์ทหารมาใช้งาน ก็คือ "รับคำสั่ง ทำทันที ไม่มีปัญหา" วัยรุ่นสมัยนี้เขาใช้ว่า "รับจบ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,046
ได้ให้อนุโมทนา: 162,564
ได้รับอนุโมทนา 4,537,542 ครั้ง ใน 37,665 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ปัจจุบันนี้กระผม/อาตมภาพเวลาไปไหน บางทีเพื่อนฝูงหรือพระสังฆาธิการก็มองแบบงง ๆ ว่า แก่จนป่านนี้แล้ว ทำไมไม่มีพระอนุจรคอยติดตาม ? ซึ่งเรื่องของพระอนุจรที่ติดตามรับใช้พระเถระนั้น เป็นไปตามพระธรรมวินัยนั่นเอง

เนื่องเพราะว่าประการแรกก็คือ เป็นการแสดงความกตเวที ตอบแทนคุณที่พระเถระมีต่อเรามา ประการที่สองก็คือการได้รับใช้ใกล้ชิด ก็มักจะได้ศึกษาแนวทางและวิชาการต่าง ๆ มากกว่าคนอื่น

แต่ที่กระผม/อาตมภาพไม่มีพระอนุจรก็เพราะว่า ประการแรกก็คือตามไม่ทัน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเด็กหนุ่มสมัยนี้ถึงได้เฮงซวยขนาดนั้น..!

ประการที่สองก็คือตามทัน แต่ทำอะไรไม่ถูกใจ คือไม่ได้ศึกษาเลยว่าการติดตามผู้ใหญ่ต้องทำอย่างไร ? จะต้องอยู่ใกล้ไกลประมาณไหน จะต้องอยู่ในจุดไหน ใครที่อยากศึกษาตรงนี้ ลองดูที่กระผม/อาตมภาพเวลาตามพระผู้ใหญ่ดูก็ได้ ไม่ใช่เดินตีคู่ไปกับท่าน แต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่ใช่เดินล้าหลังหรือห่างไกลจนท่านหันมองแล้วไม่เจอ พูดง่าย ๆ ก็คือต้องคอยพร้อมที่จะรับใช้อยู่เสมอ แต่คราวนี้ของพวกเราไม่คุ้นชินกับตรงจุดนี้

ถ้าหากว่ากระผม/อาตมภาพไปฝั่งพม่า ทางด้านโน้นจะจัดพระติดตามคอยรับใช้สองรูป แทบจะทำทุกอย่างแทนหมด พูดภาษาชาวบ้านว่า "ถ้ากินแทนได้ ขี้แทนได้ ท่านก็ทำไปแล้ว" ขนาดสรงน้ำยังยืนเฝ้าประตู สรงน้ำเสร็จยังไม่ทันจะเช็ดตัว ท่านก็ลอกผ้าอาบไปซักเสียแล้ว..! ถ้าลักษณะแบบนั้นก็ตั้งใจช่วยงานจนเกินไป

เพียงแต่ว่าในเรื่องส่วนนี้ไม่ต้องเสียเวลาไปคิด สิ่งที่ควรคิดก็คือ ทำอย่างไรที่จะร่วมกันแบ่งเบาหน้าที่ให้เหลือน้อยที่สุด อย่างที่พวกเราทำกันอยู่ในปัจจุบันก็ถือว่าใช้ได้แล้ว ก็คือแค่รู้ว่าต้องทำอะไร พวกเราก็จัดเตรียมคณะกรรมการ มีการประชุม จัดสรรปันส่วนแบ่งงานกันไป

ท่านอาจารย์พระมหาวิสูตร วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙, ดร. รองเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เคยปรารภหลายครั้งว่า "หลวงพ่อเล็กถึงไม่อยู่วัด แต่งานก็ยังไปได้ เห็นไปต่างจังหวัดบ้าง ไปต่างประเทศบ้าง แต่ก็ยังมีงานส่งเข้ากลุ่มไลน์สม่ำเสมอ" จึงได้เรียนท่านไปว่า "ได้พบเห็นสารพัดวัดที่ฝากความหวังเอาไว้กับเจ้าอาวาสรูปเดียว ทันทีที่สิ้นเจ้าอาวาสลง ที่เหลือก็ทำอะไรไม่เป็น ซึ่งก็จะทำให้วัดวาอารามหมดสภาพลงในเวลาอันรวดเร็ว..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,046
ได้ให้อนุโมทนา: 162,564
ได้รับอนุโมทนา 4,537,542 ครั้ง ใน 37,665 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เนื่องเพราะว่าศรัทธาของญาติโยมเป็นเรื่องเฉพาะตน เขาศรัทธาคนเก่า เรามาใหม่ จะได้รับความศรัทธาเท่ากันย่อมเป็นไปไม่ได้ เจ้าอาวาสใหม่จึงต้องก้มหน้าก้มตา ทนทำความดีสู้ไป โดนตำหนิบ้าง โดนบ่นบ้าง เพราะว่าทำไม่เหมือนเจ้าอาวาสเก่าบ้าง ทำไม่ได้อย่างใจโยมบ้าง..!

กว่าญาติโยมจะให้การยอมรับเหมือนเจ้าอาวาสเก่า ก็มักจะเป็นช่วงท้าย ๆ ของชีวิตแล้ว พอสิ้นไป ผู้ที่มาเป็นเจ้าอาวาสใหม่ก็จะตกอยู่ใน "วงจรอุบาทว์" นี้อีก ถ้าหากว่าความสามารถสู้เจ้าอาวาสเก่าไม่ได้ วัดก็ทรุดโทรมทันตา แต่ต่อให้ความสามารถสู้เจ้าอาวาสเก่าได้ เขาก็ยังคิดถึงแต่คนเก่า เพราะว่าอยู่ด้วยกันมานาน คนมาใหม่ก็ต้องหน้าด้านหน้าทน ทำความดีสู้กันต่อไป..!

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ กระผม/อาตมภาพจึงพยายามวางระบบ ที่ทำให้ทุกอย่างไม่ต้องให้เจ้าอาวาสแบกไว้คนเดียว แต่กระนั้นบางอย่างก็ยังต้องทำด้วยตัวเอง อย่างเช่นบัญชีเงิน เนื่องเพราะว่าเคยให้คนอื่นทำแล้ว ปรากฏว่าต้องแก้ไขเกือบทุกบรรทัด..! แม้กระทั่ง "ไอ้ตัวเล็ก" ที่ดูแลอยู่ในเว็บไซต์วัดท่าขนุน นั่นก็เชื่อเครื่องมากกว่าเชื่อคน พอตั้งระบบเอ็กซ์เซลได้ก็ลงตัวเลขอย่างเดียว..!

กระผม/อาตมภาพกวาดตามมองปุ๊บก็บอกว่าบัญชีผิด อีกฝ่ายก็ยังงง ๆ ว่าผิดตรงไหน ? ในเมื่อเอ็กซ์เซลบวกลบคูณหารให้แล้ว วิธีดูแบบง่าย ๆ ก็คือการจองวัตถุมงคล ยอดจองจะต้องน้อยกว่ายอดโอนเสมอ เนื่องเพราะว่ายอดโอนต้องบวกค่าส่งมาด้วย พอเหลือบตามองไป ยอดโอนน้อยกว่ายอดจองก็ผิดแน่นอน ดังนั้น..คาดว่าพอบอกวิธีการง่าย ๆ ไป ต่อไปก็น่าจะผิดน้อยลง

ทุกครั้งที่ "ไอ้ตัวเล็ก" มาส่งเงิน สิ่งแรกที่กระผม/อาตมภาพบอกว่ายอดถูกต้องแล้วก็คือ อีกฝ่ายหนึ่งถอนหายใจเฮือกเหมือนยกภูเขาออกจากอก..! ส่วนใหญ่ที่ยอดผิดนั้นเกิดจากการที่ไปถอนเงินจากธนาคารมาหลายครั้ง แล้วก็สับสนว่าเป็นของรายการไหน บางทีแจ้งยอดตรง แต่รายการสลับกัน บางทีแจ้งยอดสลับกัน แต่รายการดันไม่ตรง เป็นอะไรที่ปวดหัวอยู่เหมือนกัน..!

สิ่งนี้กระผม/อาตมภาพระวังมากที่สุด เนื่องเพราะหลวงพ่อฤๅษีฯ ครูบาอาจารย์ท่านย้ำนักย้ำหนาว่า "พระเรามีราคาแค่ ๙๙ สตางค์ ถึงบาทเมื่อไร ปาราชิกทันที..!"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,046
ได้ให้อนุโมทนา: 162,564
ได้รับอนุโมทนา 4,537,542 ครั้ง ใน 37,665 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

สิ่งที่ครูบาอาจารย์พูดไม่ใช่ฟังแล้วผ่านหู แต่ฟังแล้วให้เอาไปทำด้วย พวกเราทั้งหลายส่วนใหญ่มักจะฟังผ่านหูไปเฉย ๆ โอกาสที่จะใช้สิ่งที่ได้ยิน ได้ฟัง ได้ศึกษา ไปก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตัวถึงได้มีน้อยมาก โอกาสที่จะประสบความสำเร็จจึงยาก..!

เนื่องเพราะว่า "สุตตะ" คือการได้ยิน ได้ฟัง ได้ศึกษามากเป็นสิ่งภายนอก ยังต้องมี "โยนิโสมนสิการ" คือน้อมเข้ามาปฏิบัติอย่างแยบคาย ให้เหมาะสมกับสถานที่ ตัวบุคคล ตลอดจนกระทั่งเหตุการณ์นั้น ๆ พูดแบบภาษาเก่าก็คือ "ให้เหมาะสมกับกาลเทศะ" ดังนั้น..การที่ลูกศิษย์จะต้องอยู่กับครูบาอาจารย์ ก็เพื่อขัดเกลาตนเองให้ดีที่สุด ถึงเวลาได้แบบอย่างไป มีภาระหน้าที่อะไรมา ก็จะได้เหนื่อยน้อยหน่อย

ตัวกระผม/อาตมภาพเองสมัยที่อยู่วัดท่าซุง ทุ่มเทให้กับการปฏิบัติ หัวไม่วางหางไม่เว้น เรื่องงานก่อสร้างไม่แตะต้องเลย พอมาอยู่ที่สำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี ต้องมาสร้างทั้งสำนัก วัสดุอุปกรณ์ สารพัดสิ่งของ ราคาเท่าไร ? ต้องใช้เท่าไร ? โดยเฉพาะตอนที่ช่างถามว่า "จะให้ทำอย่างไรบ้าง ?" ไม่เคยศึกษามาแล้วจะบอกเขาได้อย่างไรว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ?

อย่างเช่นเวลาไปสั่งแพลนท์ปูน เขาถามว่า "สเตรงจ์เท่าไร ?" ถ้าเป็นพวกท่านจะตอบว่าอย่างไร ? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าต้องมีแบบนี้ กระผม/อาตมภาพใช้วิธีถามเขาว่า "แล้วก่อนหน้างานแบบนี้เคยใช้เท่าไร ?" ก็คือถึงกูจะไม่รู้แต่กูก็ถาม อย่างน้อย ๆ ก็จะได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมไปด้วย ถ้าทำตัวเป็นน้ำล้นแก้วก็เป็นอันว่าไม่ต้องรู้กัน..!

ระยะหลังกระผม/อาตมภาพสามารถคำนวณวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่าง ตลอดจนกระทั่งราคาได้อย่างชนิดที่ช่างร้องจ๊ากไปเลย..! เพราะว่าแค่ทำป้ายวัดที่บริเวณหน้าโบสถ์ ช่างมารายงานว่า "ขาดกระเบื้องไป ๑๑ แผ่น" กระผม/อาตมภาพตอบว่า "ไม่มีทางขาดหรอก มึงทำแตกใช่ไหม ?" ช่างสารภาพว่ายกแล้วตกแตกทั้งกล่อง เลยขาดไป ๑๑ แผ่น..! แล้วยังมีการบ่นอีกว่า "ไม่เคยเจอใครที่คำนวณข้าวของได้เป๊ะขนาดนี้มาก่อน.. ก็คือไม่ขาดสักแผ่น แล้วก็ไม่เกินสักแผ่น

จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายควรที่จะตรึกตรองดูว่า จะศึกษาเรื่องพวกนี้ เพื่อป้องกันความฟุ้งซ่านจากการภาวนาของเราหรือไม่ ? เพราะว่าตั้งหน้าตั้งตาภาวนาอย่างเดียวก็ฟุ้งซ่านมาก ถ้าไม่หางานอื่นให้ทำ ร่างกายของเราก็ไม่ค่อยจะยอมรับ จึงต้องมีการผ่อนหนักผ่อนเบา ก็คือหาสิ่งอื่นมาทำบ้าง จนสภาพจิตผ่อนคลายแล้วค่อยภาวนาต่อ ไม่เช่นนั้นแล้วโอกาสที่จะได้ดี ก็ยากมากถึงยากที่สุด..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๓๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 03:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 34 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:44



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว