กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า เมื่อวานนี้, 19:55
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 627
ได้ให้อนุโมทนา: 3,308
ได้รับอนุโมทนา 29,564 ครั้ง ใน 1,115 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๙


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 15 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า วันนี้, 00:37
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,679
ได้ให้อนุโมทนา: 160,490
ได้รับอนุโมทนา 4,525,750 ครั้ง ใน 37,295 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ การประชุมมหาเถรสมาคม มีมติให้ปฏิบัติตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช ก็คือ แจ้งให้พระภิกษุสงฆ์ลดการสร้างเครื่องรางของขลังประเภทไสยศาสตร์ ฟังดูแล้วเป็นเรื่องที่ดีมาก..!

ถ้าทุกท่านสังเกตจะเห็นว่ากระผม/อาตมภาพแทบจะไม่แตะเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ส่วนใหญ่ที่สร้าง ถ้าไม่มีรูปพระพุทธก็เป็นรูปพระสงฆ์ หรือถ้าหากว่าเป็นพระโพธิสัตว์ก็ประเภทพระกริ่ง จึงไม่ได้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระดำริออกมา แต่ว่าหลายต่อหลายแห่งน่าจะเดือดร้อนกันมาก โดยเฉพาะท่านทั้งหลายที่สร้างเครื่องรางสายเสน่ห์ ซึ่งจะว่าไปแล้ว เครื่องรางของบ้านเราที่สร้างกันขึ้นมา โดยเฉพาะสายเสน่ห์ เมตตามหานิยม ค้าขาย เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน หรือว่าประเทศจีน

มีอยู่ระยะหนึ่งที่กระผม/อาตมภาพขอเดินทางไปประเทศจีน กว่าจะได้วีซ่าก็แทบล้มประดาตาย เนื่องเพราะว่าช่วงนั้นมีพระภิกษุจากเมืองไทย ขนเอาวัตถุมงคลสายเสน่ห์ไปจำหน่ายโดยตรงเลย แต่ละคนบางทีก็ไปกัน ๒ กระเป๋า ๓ กระเป๋าขนาดใหญ่ แล้วเหลือเชื่อว่าขายหมดเกลี้ยงทุกชิ้น..! เมื่อความทราบถึงทางการจีน ไม่ต้องการให้มีการมอมเมาประชาชนของตนเอง ช่วงนั้นจึงมีการคัดกรองกันอย่างจริงจัง เช็คประวัติกันแล้วเช็คประวัติกันอีก กว่าจะอนุมัติวีซ่าออกมา ช่วงนั้นท่านทั้งหลายจะเห็นเครื่องรางแปลก ๆ มีกระทั่งประเภทจิ้งจอกเก้าหาง ซึ่งกระผม/อาตมภาพไม่ทราบเหมือนกันว่า เขาไปเอาตำราที่ไหนมาสร้าง ? หรือเห็นว่าเป็นสิ่งที่คนจีนคุ้นเคยก็เลยทำขึ้นมา

ถ้าหากว่าท่านทั้งหลายเดินทางไปมาเลเซีย หรือสิงคโปร์ ฮ่องกง จะมีคนของเขาที่เจอหน้าก็แบมือขอวัตถุมงคลเลย กระผม/อาตมภาพขึ้นรถแท็กซี่ที่สิงคโปร์ หน้ารถมีทั้งพระพรหมเอราวัณ มีกระทั่งหลวงพ่อคูณ (พระเทพวิทยาคม) วัดบ้านไร่
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 12 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า วันนี้, 00:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,679
ได้ให้อนุโมทนา: 160,490
ได้รับอนุโมทนา 4,525,750 ครั้ง ใน 37,295 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จะว่าไปแล้ว ก็เป็นเรื่องดีที่เขาทั้งหลายเหล่านี้มีความเคารพและศรัทธา แต่ว่าความศรัทธาของพวกเขานั้น ห่างไกลในเรื่องของศีลของธรรมมาก ส่วนใหญ่แล้วเน้นในเรื่องประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับเท่านั้น

แม้กระทั่งเรื่องของพิธีกรรมพิธีการ การทำบุญต่าง ๆ ก็ไม่เหมือนบ้านเรา ทุกบ้านจะให้เราไปสวดมนต์และอธิษฐานให้เขาเฉพาะทีละบ้าน จะไม่มีการทำรวมกับคนอื่น กระผม/อาตมภาพจึงไม่ไปอีกเลย..!

เมื่อไม่นานมานี้ พระครูเทพ (พระครูปฐมสาธุวัฒน์) เจ้าอาวาสวัดสี่แยกเจริญพร เดินทางไปสิงคโปร์ ๕ วัน กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ระวังเหนื่อยตายนะ..!" พอท่านกลับมา บอกว่า "เหนื่อยขาดใจจริง ๆ ครับหลวงพ่อ ๕ วันได้มา ๔ แสนกว่าบาท แต่มันให้ไปสวดมนต์อธิษฐานให้ทีละบ้าน" ก็เลยบอกไปว่า "จำเอาไว้ว่าทางด้านโน้นธรรมเนียมเขาเป็นแบบนี้ ดังนั้น..ในเรื่องของทานเขาถนัด แต่พอมาเรื่องของศีล ของสมาธิ เขาไม่เอาด้วย ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเราสามารถบันดาลให้เขาสำเร็จลงตรงนั้นได้เลย จะเป็นเรื่องที่ดีมาก..!"

การนับถือพระพุทธศาสนาของเขาจึงไม่เหมือนกับบ้านเรา ของเขาจะอยู่ในลักษณะที่ร้องขอ หรือว่ากอบโกย เหมือนอย่างกับแลกกัน ลักษณะแบบนี้มีบางคนในบ้านเราก็เป็น อย่างเช่นว่ามีอยู่ครอบครัวหนึ่ง ภรรยามาทำบุญกับกระผม/อาตมภาพทุกต้นเดือน งวดนั้นชวนสามีมาด้วย พอถวายสังฆทานเสร็จ อาตมภาพก็ "ชะยะสิทธิ ธะนัง ลาภัง" จบ เขาออกไปบ่นว่า "ทำบุญไปตั้งร้อย สวดให้นิดเดียว ไม่คุ้มเลย..!" เห็นหรือยังว่าแนวคิดแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่แค่ต่างประเทศ แม้แต่ในประเทศของเราก็มี..!

วันนี้ในงานทำบุญครบรอบ ๔๐ ปี การเปิดเขื่อนวชิราลงกรณ เจ้าหน้าที่เขาจะให้กระผม/อาตมภาพพรมน้ำมนต์ให้กับบุคลากรทั้งหมดที่มาร่วมงาน กระผม/อาตมภาพชี้ไปที่หลวงพ่อวัดอู่ล่อง (พระครูพิสุทธิ์กาญจนาภรณ์) เจ้าคณะตำบลท่าขนุน เขต ๑ เจ้าอาวาสวัดอู่ล่อง แล้วหลวงพ่อวัดอู่ล่องก็ซาบซึ้ง เพราะว่าพรมน้ำมนต์เขารู้สึกว่าไม่พอ ขอให้เคาะหัวให้ด้วย พอเคาะไปโป๊กเดียว ที่เหลือทั้งหมดก็ยื่นหัวมา..! ยกแขนไม่ขึ้นไปเถอะ..ตูรอดแล้ว..! คือถ้าหากว่าเรารู้ว่าเขาต้องการอะไร เลี่ยงได้ก็เลี่ยง หลบได้ก็หลบ มีคนทำแทนได้จะดีมาก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 10 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), ทองคำเปลว (วันนี้), ทายก (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), วุฒิชัย (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)
  #4  
เก่า วันนี้, 00:57
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,679
ได้ให้อนุโมทนา: 160,490
ได้รับอนุโมทนา 4,525,750 ครั้ง ใน 37,295 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เพียงแต่ว่าพวกเราทั้งหมดมักจะมีนิสัยอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือกลัวจะไม่ดัง สมัยที่กระผม/อาตมภาพยังอยู่ที่วัดท่าซุง ญาติโยมมาหาก็จะไล่กลับในเวลาอันรวดเร็ว แล้วมีรุ่นน้องก็คือท่านวิศิษฐ์ สุธมฺมกาโม ท่านถามว่า "หลวงพี่ไล่โยมทำไมครับ ? ผมกลัวคนจะไม่รู้จัก" ก็เลยบอกกับท่านไปว่า "ถ้าหากว่าท่านรู้จักคนปีละ ๑๐ คน บวชอยู่ได้ ๑๐ ปี ไอ้ ๑๐๐ คนนั้นผลัดกันมาหา ท่านก็ไม่ต้องนอนแล้ว..!" กระผม/อาตมภาพไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตอนนี้ท่านซาบซึ้งหรือยัง ?

ต้องนึกถึงคำพูดของหลวงปู่จันทร์ - หลวงปู่พระพุทธพจนวราภรณ์ (จันทร์ กุสโล ป.ธ. ๕) อดีตเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนั้นท่านเป็นเจ้าคุณพระเทพกวี อยู่วัดป่าดาราภิรมย์ ท่านพูดจากประสบการณ์แท้เลยว่า "ถ้าอยากดังก็อย่าหวังความสงบ"

ถ้าทุกท่านรู้จักสังเกตจะเห็นว่า พวกเรามีอยู่ประเภทหนึ่ง ประมาณว่ากลัวจะอยู่กับ
กระผม/อาตมภาพนานเกินไป ไม่มีโอกาสที่จะออกไปแสดงฝีมือทางด้านนอก พูดง่าย ๆ ว่าถ้าอยู่ที่นี่แล้วดังช้า กระผม/อาตมภาพจะสมน้ำหน้าก็ใช่ที่ การรบกับผู้คนนั้น ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือกำลังใจของเราต้องมั่นคงก่อน ถ้ากำลังใจยังไม่มั่นคง เราทนแรงเสียดทานไม่ได้ เดี๋ยวก็พังหมด เนื่องเพราะว่าเรื่องของสมาธิภาวนานั้นเอาแน่ไม่ได้ ถ้าขาดการปฏิบัติต่อเนื่องก็ดี เหนื่อยมาก ๆ หิวมาก ๆ หรือเจ็บไข้ได้ป่วยก็ตาม สมาธิจะไม่เอากับเราด้วย ถึงเวลานั้นแล้ว กิเลสจะตีกลับ..!

เราสูญเสียครูบาอาจารย์ดี ๆ ไปมากต่อมากแล้ว ในรุ่นที่ท่านทั้งหลายทัน ๆ อยู่ก็อย่างเช่นท่านอาจารย์นิกร ธมฺมวาที วัดดอยนางแล ท่านอาจารย์ยันตระ อมโร วัดสุญญตาราม หรือหลวงพ่อภาวนาพุทโธ วัดสามพราน ท่านทั้งหลายเหล่านี้ก็มาแนวเดียวกัน ก็คือพอปฏิบัติไป กำลังใจเริ่มสงบ ความสามารถพิเศษปรากฏขึ้น คนก็ไปกวน "หัวไม่วาง หางไม่เว้น" ในเมื่อไม่มีเวลาปฏิบัติเพื่อระงับกิเลสตัวเอง ท้ายที่สุดเมื่อกิเลสตีกลับก็เสียผู้เสียคนอย่างที่เห็น จึงเป็นตัวอย่างที่พวกเราควรที่จะตระหนักให้มาก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:23
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 12 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า วันนี้, 01:09
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,679
ได้ให้อนุโมทนา: 160,490
ได้รับอนุโมทนา 4,525,750 ครั้ง ใน 37,295 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

โดยเฉพาะหลายต่อหลายท่านที่ออกจากวัดท่าขนุนไปแล้ว ตอนนี้ก็น่าจะซาบซึ้งว่าการที่ รัก โลภ โกรธ หลง ยังเต็มตัว แล้วต้องไปชนกับกิเลสของญาติโยมนั้น รสชาติชีวิตเป็นอย่างไร ?! แต่กระผม/อาตมภาพก็ไม่ได้ห้ามไม่ได้ปราม เมื่ออยากรู้ก็สนับสนุน อยากไปก็เชิญ..! ถ้าอยู่ครบ ๕ พรรษา มีสิทธิ์ที่จะไปอยู่ไหนก็ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าก่อน ๕ พรรษาต้องไปอยู่วัดสายท่าขนุน ที่มีครูบาอาจารย์พรรษามากเป็นเจ้าอาวาสอยู่ พอที่จะแนะนำสั่งสอนได้

กระผม/อาตมภาพเองมีโอกาสบวชอยู่กับหลวงพ่อวัดท่าซุงแค่ ๗ ปี ๗ พรรษายังรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรได้น้อยเหลือเกิน ถ้าหากว่าหลวงพ่อท่านยังอยู่ต่อได้อีก ๑๐ ปี ๒๐ ปี ก็ตั้งใจว่าจะอยู่เพื่อฝึกฝนขัดเกลาตัวเองตามเวลาที่หลวงพ่อท่านยังอยู่ แต่ถึงท่านไม่อยู่แล้ว ออกจากวัดมา กระผม/อาตมภาพเองก็ยังตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรมอย่างชนิด "หัวไม่วาง หางไม่เว้น" ทุกท่านก็จะเห็นว่ากระผม/อาตมภาพหวงความเป็นส่วนตัวมาก เพราะว่าถ้าให้ญาติโยมกวนมาก ๆ ไม่แน่ใจว่าจะรักษาอารมณ์ใจได้หรือเปล่า ? ไม่ใช่อย่างพวกท่านที่ "ความรู้แค่หางอึ่ง" แล้วไปประมาท..!

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งที่กล่าวมานี้จึงอยากจะให้ทุกท่านศึกษาและเป็นบทเรียนเอาไว้ว่า ถ้าตราบใดที่กำลังใจของเรายังไม่มั่นคงพอ พูดง่าย ๆ ว่ายังลอยคออยู่ในทะเล แล้วก็ไปยุ่งเกี่ยวกับวาระกรรมของชาวบ้านเขามาก ๆ เดี๋ยวก็ได้จมตายไปด้วยกัน..! ถ้ายังอยู่ในทะเล อย่างน้อยต้องเป็นหินใหญ่กลางสายน้ำ ก็คือน้ำจะแรงแค่ไหน เราต้องไม่หวั่นไหว หรือถ้าหากว่ากลายเป็นเกาะ มีความมั่นคงมาก เป็นที่อาศัยของคนหมู่มากได้ก็ยิ่งดี

แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้น ก็คือต้องขึ้นฝั่งให้ได้ก่อน พูดง่าย ๆ ว่า
ต้องเอาตัวรอดก่อน แล้วค่อยช่วยเหลือคนอื่น ไม่อย่างนั้นแล้ว ถ้าหากว่าหน้าด้านหน้าทนไม่พอ ส่วนใหญ่พอไกลครูบาอาจารย์ ท้ายที่สุดก็พัง ถ้าไม่สึกหาลาเพศไป ก็ต้องทนหน้าด้านอยู่ต่อไป ทั้ง ๆ ที่กำลังใจห่วยแตกแบบนั้นเอง..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)

__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 3 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 3 คน )
 

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 09:49



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว