กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมีนาคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า เมื่อวานนี้, 19:57
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,780
ได้ให้อนุโมทนา: 230,214
ได้รับอนุโมทนา 836,798 ครั้ง ใน 41,326 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า วันนี้, 00:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,018
ได้ให้อนุโมทนา: 162,477
ได้รับอนุโมทนา 4,536,474 ครั้ง ใน 37,637 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพไปร่วมทำวัตรเช้ากับคณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา ที่วัดไตรรัตนาราม ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

ในระหว่างที่ทำวัตรเช้าอยู่มีโทรศัพท์เข้ามา แต่ไม่ได้รับสาย จนกระทั่งทำวัตรเช้าเสร็จ อุทิศส่วนกุศลเรียบร้อยถึงได้มาดู ปรากฏว่าเป็นคนคุ้นเคย คือ "เจ๊เรณู" เจ้าของร้านอาหารไอซ์ที่ตลาดไทรโยค ถามว่า "หลวงพ่อจะเดินผ่านหน้าร้านช่วงไหน หนูจะได้ดักทำบุญ" กระผม/อาตมภาพแจ้งไปว่า "ไม่ต้องรอ เนื่องเพราะว่าวันนี้หลังฉันเช้าแล้ว เดินจากวัดไตรรัตนาราม ก็จะไปแวะฉันเพลที่วัดน้ำตก ไปไม่ถึงร้านของเจ๊หรอก" อีกฝ่ายถึงได้บอกว่าถ้าอย่างนั้นจะทำอาหารไปถวายพระที่วัดน้ำตกด้วย

ตรงนี้พวกเราทุกคนต้องเห็นว่า บุคคลที่มีศรัทธาในเรื่องของบุญของกุศล ก็ยังคงทำบุญสุนทานกันเป็นปกติ โดยเฉพาะภัตตาอาหารเช้าวันนี้ ครอบครัวของคุณสุภา - คุณนันทิยา จิรวรรณกูล และครอบครัวคุณจิราพร - คุณจิดาภา ตันกิจเจริญ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพมา

พวกท่านทั้งหลายจะทราบหรือไม่ว่าคุณจิราพรและคุณจิดาภา ตันกิจเจริญ บ้านอยู่ขอนแก่น ?!! วิ่งรถมาตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อมาเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหารในเช้าวันนี้ แล้วยังถวายปัจจัยร่วมบุญสังฆทาน น่าจะ ๑๗,๓๐๐ บาท ยังมีปัจจัยอีก ๖,๒๐๐ บาท ที่ร่วมบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน

อาจจะเป็นเพราะว่ากระผม/อาตมภาพไม่ได้ไปรับสังฆทานที่กรุงเทพฯ อีกแล้ว ญาติโยมแต่ละรายจึงเปลี่ยนมาเป็นวิ่งมาที่วัดท่าขนุนแทน แต่มาแล้วก็ไม่ค่อยเจอ เนื่องเพราะว่า
กระผม/อาตมภาพมักจะทำงานอยู่ด้านนอกมากกว่า จึงใช้วิธี คือ ทราบข่าวที่ไหนก็วิ่งไปทำบุญที่นั่น..!

ทุกท่านอาจจะคิดไม่ถึงว่ามีคณะญาติโยมที่ยอมเดินทางไกลขนาดนั้น เพื่อมาทำบุญกับพระที่เขาไว้ใจ อย่างที่กระผม/อาตมภาพปรารภไว้หลายครั้งแล้วว่า "ญาติโยมที่ต้องการทำบุญยังมีอยู่มาก แต่เขาต้องการพระภิกษุสามเณรที่เขาไว้ใจว่า ทำไปแล้วเงินของเขาจะได้ใช้ประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาจริง ๆ"

ช่วงที่กระผม/อาตมภาพยังรับสังฆทานอยู่ทุกต้นเดือน ไม่ว่าจะเป็น "บ้านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ" ก็ดี "บ้านวิริยบารมี" ก็ดี ตลอดจนกระทั่ง "บ้านเติมบุญ" ก็ตาม มีญาติโยมหลายท่านนั่งเครื่องบินจากเชียงใหม่และภูเก็ตมาทำบุญทุกต้นเดือน..! สิ่งที่เขาทั้งหลายทำนั้นไม่ใช่ว่าฐานะดีแล้วทำได้ เนื่องเพราะว่าคนฐานะดี ถ้าขาดศรัทธาที่มั่นคงก็ทำเช่นนั้นไม่ได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:37
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 15 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า วันนี้, 00:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,018
ได้ให้อนุโมทนา: 162,477
ได้รับอนุโมทนา 4,536,474 ครั้ง ใน 37,637 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เพียงแต่ว่าเมื่อออกจากอุโบสถมา กระผม/อาตมภาพหารองเท้าไม่เจอ..! ตอนแรกจะโทษว่าหมาวัดไตรรัตนารามน่าจะคาบไปเล่น แต่ไอ้นี่ก็จะเก่งเกินไป คาบที ๒ ข้างเลย..! ท้ายสุดเดินไปเดินมา ไปหาเจอที่หน้าศาลาการเปรียญ แล้วอีกสักครู่ก็มีพระเดินมาถามว่า "หลวงพ่อยังมีรองเท้าสำรองไหมครับ ?" ถามว่า "ทำไม ?" เขาบอกว่า "ของผมก็หาย" กระผม/อาตมภาพถามว่า "หาทั่วแน่แล้วนะ ?" เขาบอกว่า "ทั่วแล้วครับ"

ทุกท่านจะเห็นว่า แม้ว่าจะเป็นคณะพระวิปัสสนาจารย์ โดยเฉพาะมาเดินธุดงค์เพื่อฝึกฝนขัดเกลา กาย วาจา ใจ ของตนเอง แต่ท่านทั้งหลายเหล่านี้ไม่ได้ระมัดระวังในศีลเลย นี่ว่าเฉพาะบุคคลที่ทำอย่างนี้เท่านั้น เพราะว่าส่วนใหญ่เห็นท่านเคร่งครัดดีมาก อย่าลืมว่า
แม้แต่ผลไม้หรือข้าวเปลือกที่ติดอยู่กับต้น พระพุทธเจ้ายังไม่ให้ไปจับต้อง เนื่องเพราะว่าถ้าตอนนั้นเกิดเถยยจิตคิดจะขโมย ทำเคลื่อนออกจากฐาน ก็ต้องอาบัติปาราชิกไปเลย

แล้วนี่รองเท้าของกระผม/อาตมภาพเดินทางไปตั้งไกล ไม่ใช่แค่ ๑/๑๖ ของเส้นผม จึงเป็นเรื่องที่พวกเราพึงสังวรว่า
การที่ไม่ได้อยู่กับครูบาอาจารย์ตั้งแต่แรก ๆ ถึงเวลาก็มั่นใจตนเอง ออกไปผจญโลกกว้างเลย มีโอกาสเสี่ยงกับการขาดจากความเป็นพระสูงมาก..!

ประการต่อไปก็คือในส่วนของญาติโยมที่ตั้งใจถวายข้าวปลาอาหาร เมื่อไปถึงวัดน้ำตกแล้ว ปรากฏว่ามีโยมอยู่ ๒ คณะ คณะหนึ่งเป็นอุบาสิกาคือแม่ชี ไปช่วยถูศาลากับคณะญาติโยมของวัดท่าขนุน กระผม/อาตมภาพก็ถ่ายรูปส่งลงไปในกลุ่มไลน์ บอกว่าทางด้านนี้กำลังเตรียมสถานที่ในการบิณฑบาตมื้อเพล พูดง่าย ๆ ก็คือเพื่อกระตุ้นให้คณะที่เดินทางอยู่ได้เร่งฝีเท้าให้มากขึ้น แต่แม่ชีมาบอกว่า "รบกวนหลวงพ่อช่วยลบรูปหนูด้วย เพราะว่าหนูเป็นอุบาสิกา ไม่ควรจะมีรูปลงโซเชียล..!"

กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่มองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วก็ลบให้แต่โดยดี ยังคิดว่าถ้าพระเราเคร่งครัดขนาดนั้น น่าจะไม่มีเรื่องราวอะไรที่โด่งดังไปจนกระทั่งเสียหาย น่าเสียดายที่ว่าตรงนี้เป็นแม่ชี จะบอกว่ามากเรื่องก็ไม่ใช่ เพราะว่า
เรื่องแบบนี้ถ้าระมัดระวังเอาไว้ก่อน เหตุร้ายทุกอย่างก็จะไม่เกิด เพียงแต่เสียดายที่ว่าผู้ที่ระมัดระวังเป็นแม่ชี แต่พระภิกษุของเราก็อย่างที่เล่าไปก็คือ ไม่ระวังเสียเลย..!

ด้วยความที่วันนี้เดินไกลมาก ก็คือ ๑๔ กิโลเมตรในช่วงเช้า จึงทำให้ชุดสุดท้ายเดินเข้าถึงวัดน้ำตกตอน ๑๑ โมงครึ่งกว่าแล้ว แต่ว่าหลวงปู่แอ๋ม (พระเดชพระคุณพระครูนิโครธโยคาภิรักษ์) เจ้าอาวาสวัดน้ำตก ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔
ของเรา นั่งรอฉันพร้อมกับคณะพระธุดงค์ พูดง่าย ๆ ก็คือมาไม่ครบ ได้อาหารไม่ครบ ท่านก็ยังรออยู่นั่นแหละ จนกระทั่งกระผม/อาตมภาพนำพิจารณาอาหารแล้วถึงได้ฉันด้วยกัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 15 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า วันนี้, 00:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,018
ได้ให้อนุโมทนา: 162,477
ได้รับอนุโมทนา 4,536,474 ครั้ง ใน 37,637 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

นั่นคือหลักการประพฤติปฏิบัติของพระเถระที่ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ เอื้อเฟื้อต่อผู้น้อย ไม่เหมือนกระผม/อาตมภาพ ถ้าอิ่มเมื่อไรก็ ยถาฯ สัพพีฯ เลย เนื่องเพราะว่าไปเจอไอ้พวกประเภทไม่มีวัวปน..! ตามพระวินัยเขาว่า "ตราบใดที่พระอื่นยังฉันไม่อิ่ม พระเถระผู้เป็นประธานจะรับน้ำล้างมือไม่ได้" พูดง่าย ๆ ก็คือต้องทำท่าฉันไปเรื่อย เพื่อที่จะให้พระที่พรรษาน้อยได้ฉันอิ่ม

แต่ที่กระผม/อาตมภาพเจอมาก็คือแม่งแดกไปเรื่อยไม่ยอมหยุด..! โดยที่มันบอกว่า "หลวงพ่อยังไม่หยุด" แต่ไม่รู้ว่ากูจะท้องแตกตายเพราะรอให้มึงหยุด..! ก็เลยเปลี่ยนเป็นว่า ถ้าอิ่มเมื่อไร ก็ ยถาฯ สัพพีฯ ไม่รอใคร ไม่เช่นนั้นถ้าขืนรอแล้วเจอไอ้ประเภทพวกนี้อีก กระผม/อาตมภาพก็จะถึงตายได้ จึงยอมผิดพระวินัยอยู่ข้อหนึ่งตรงนี้

แบบเดียวกับที่รอ "ทิดอู๋" นายสมมี ผาภูมิวิบูลย์)ตอนที่บวชอยู่ ทั้งหมดในวัดอิ่มหมดแล้ว กระผม/อาตมภาพก็นั่งรอมันอยู่ ๑๕ นาทีเห็นจะได้ ไอ้นั่นก็ก้มหน้าก้มตาฉัน ข้าว ๒ ก๋วยเตี๋ยว ๔ จนกระทั่งทุกสายตาที่มองมา น่าจะรังสีอำมหิตรุนแรงใช้ได้ มันจึงรู้ตัว มันเงยหน้าขึ้นมาถามว่า "หลวงพี่พอหรือยังครับ ผมจะได้เก็บ..!" ไอ้เวร..ถ้าใครบันทึกเสียงไว้ กูเสียหมาอยู่คนเดียว ทั้ง ๆ ที่นั่งดูมึงนั่งแดกอยู่นั่นแหละ..! ดังนั้น..เรื่องพวกนี้บางทีเราก็ต้องพลิกแพลงตามสถานการณ์ ไม่ใช่ว่าเป็นไปตามพระวินัย รักษาพระวินัย แต่ว่าพระภิกษุสามเณรของเรากลับปล่อยตัวตามสบายเสียอย่างนั้น

แต่ว่าหลายต่อหลายครั้ง อย่างที่ "ท่านโมเช่" (พระประสงค์ สุนฺทโร)ร่วมออกธุดงค์ด้วยกันเป็นเดือน ๆ ท่านเคยบ่นว่า "เดินธุดงค์กับอาจารย์ ไม่เคยได้กินอิ่มสักมื้อเดียว..!" แล้วถ้าทุกท่านไปวัดอื่นก็จะเห็นว่าทันทีที่นั่งลงวงแล้วเริ่มฉัน บางทีเขาว่ากันไปเกือบบ่ายโมงยังไม่อิ่มกันเลย..! กระผม/อาตมภาพก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า "มึงจะยัดห่าไปเยอะขนาดนั้นทำอะไร ?"

แต่ว่าปัจจุบันนี้เท่าที่ดู ๆ มาเป็นอย่างนั้นจริง ๆ อย่างดีที่สุดก็คือเที่ยงแล้วหยุด แล้วลองคิดดูว่าถ้าพระเราฉัน ๑ ชั่วโมงเต็มจะถึงตายกันไหม ? แล้วพอไปฉันร่วมกับวัดอื่น เขาก็บ่นว่า "วัดท่าขนุนฉันกันเร็วฉิบหายเลย" ก็ถือว่าเป็นแบบธรรมเนียมของวัดเราก็แล้วกัน เพราะว่าถ้าขืนช้าเจ้าอาวาสก็ไม่รอ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 15 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า วันนี้, 00:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,018
ได้ให้อนุโมทนา: 162,477
ได้รับอนุโมทนา 4,536,474 ครั้ง ใน 37,637 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Thumbs down

วันนี้ช่วงบ่ายก็มีผู้ที่ป่วยเป็นลมแดดบ้าง เท้าพองเดินไม่ได้ ที่เรียกว่า "ยางแตก" บ้าง สงสารแต่แพทย์พยาบาลของเรา รับภาระหนักมาก งานที่แล้วจำได้ว่าแทบจะไม่ได้ใช้รถพยาบาลเลย แต่งานนี้แทบทุก ๆ ๕ นาที ๑๐ นาที ต้องวิ่งไปส่งผู้ป่วยที่ปลายทาง ยังเป็นห่วงว่าน้ำมันที่เติมมาจะพอวิ่งรถหรือเปล่า ?

เนื่องเพราะว่าจะเดินเวลาอื่นก็ไม่ได้ ในช่วงหน้าหนาวของเราก็จะเป็นช่วงสอบนักธรรม - ธรรมศึกษา เป็นช่วงปฏิบัติธรรมของนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถัดจากนั้นมาก็อบรมเจ้าอาวาสใหม่ อบรมบาลีก่อนสอบ อบรมพระอุปัชฌาย์ สอบบาลี เจองานติด ๆ กัน หาช่องว่างไม่ได้ มาได้เอาตอนหน้าร้อนแบบนี้ ปรารภไปแล้ว เขาต้องการก็มาลองดูกัน..!

ยังไม่แน่ใจว่า ๗๕ รูป รวมพี่เลี้ยงอีก ๕ รูป ก็คือ ๘๐ รูป จะมาถึงปลายทางคือวัดท่าขนุนนี้สักกี่รูป ? เนื่องเพราะว่าท่านที่ไม่ไหวจริง ๆ ขอถอนตัวกลับวัดไปแล้วก็มี แต่ก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามสภาพ

เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะเดินใกล้ของเรามาเรื่อย ต้องการพระที่คล่องตัวสักรูปหนึ่งไปช่วยในรถที่บรรทุกน้ำและเสบียง เนื่องเพราะว่าเลขาฯ แป๊ะ (ท่านนวพร สุทฺธิโชโต) เลขานุการเจ้าคณะตำบลปากแพรก
ของวัดท่ามะขามรูปเดียว จะดูแลกันไม่ทั่วถึง เนื่องเพราะว่าพรุ่งนี้ทางด้านวัดท่ามะขามก็จะตัดคนให้มาเป็นของวัดท่าขนุนแทน จะวิ่งออกจากนี่ตอนเช้ามืดเหมือนที่กระผม/อาตมภาพทำ พวกเราก็ลองคัดตัวกันดู จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป หรือจะให้ใครไปตากแดดตัวดำปี๋เหมือนกระผม/อาตมภาพคนเดียวยาวเลยก็เอา..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๒๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:48
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 14 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 3 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 2 คน )
วงศ์วริศ
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 09:34



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว