กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมีนาคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า เมื่อวานนี้, 19:40
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,745
ได้ให้อนุโมทนา: 229,428
ได้รับอนุโมทนา 835,543 ครั้ง ใน 41,263 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 13 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า วันนี้, 00:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,996
ได้ให้อนุโมทนา: 162,400
ได้รับอนุโมทนา 4,535,516 ครั้ง ใน 37,614 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ช่วงนี้ก็มีดราม่าซึ่งพระไปนั่งเรือบานาน่าโบ๊ท ต้องบอกว่าความจริงแล้วไม่มีอะไรเลย แต่ด้วยความที่คนเราส่วนใหญ่พอเห็นอะไรที่คิดว่าใช่ ก็มักจะชิงวิพากษ์วิจารณ์กันไปก่อน

ถ้าหากว่าข่าวคราวไม่ผิดพลาด คณะพระท่านเดินทางไปรับกิจนิมนต์ที่บึงโขงหลง แต่ปรากฏว่าหลังจากที่เสร็จสิ้นกิจนิมนต์แล้ว รอเรืออยู่เป็นชั่วโมงก็ยังไม่มารับ เจ้าของบานาน่าโบ๊ทก็เลยอาสาไปส่ง แล้วพระท่านก็นั่งกันเรียบร้อย แต่พอถ่ายรูปออกมากลายเป็นดราม่าสนั่นโซเชียลไปได้

เรื่องของพระเราต้องระมัดระวังเป็นอย่างสูง เพราะว่าหลายต่อหลายอย่างเราอยู่ในสายตาชาวบ้านยังไม่พอ พวกเกรียนคีย์บอร์ดยังมากอีกด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้ก่อน โดยที่ไม่สนใจว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร ประมาณว่าได้กระทืบพระแล้วกูจะมีความสุข อยากจะบอกว่าเอ็งมีความสุขแค่ชาตินี้แหละ ตายเมื่อไรแล้วจะรู้ว่านรกเป็นอย่างไร

ถ้าเราดูในธรรมบทจะเห็นว่า การที่ฆราวาสไปด่าว่าพระภิกษุที่ต้องอาบัติปาราชิกแล้วต้องลงนรก ทั้ง ๆ ที่ท่านต้องอาบัติปาราชิกขาดความเป็นพระไปแล้ว แต่คนที่ไปด่านั่นก็คือจิตประกอบด้วยโทสะ พาตัวเองลงนรกทั้ง ๆ ที่ไม่สมควรจะต้องลง

ดังนั้น คนสมัยก่อนจึงถือคติปลอดภัยไว้ก่อน โดยใช้คำว่า "ชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์" คำว่า "ชี" ในที่นี้สมัยก่อนหมายถึงพระ ก็คือหมายถึงนักบวช ใช้คำว่า "ชีบานาสงฆ์" มาระยะหลังคำว่า "ชี" ของเราเหลือแต่อุบาสิกาที่โกนหัวบ้าง ไม่โกนหัวบ้าง แล้วบวชเข้ามา ดังนั้น ในเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นบทเรียนให้พวกเราได้รู้ว่า สังคมในยุคนี้ไม่ได้มองพระเหมือนเดิมแล้ว

กระผม/อาตมภาพเดินในกรุงเทพฯ เด็กรุ่นใหม่ไม่หลีกพระแล้ว พระต้องหลีกให้มัน ก็คือถ้าไม่หลีกมันก็เดินชนเลย สมัยกระผม/อาตมภาพยังเด็กอยู่ ถ้าหากว่าพระเดินสวนมา เราต้องหลีกลงข้างทาง ถ้าหลายท่านสังเกตจะเห็นว่าพี่น้องมอญพม่ารุ่นเก่า ๆ ยังทำแบบนี้อยู่ ก็คือผู้ชายจะหลีกชิดทางไปเลย ส่วนผู้หญิงก็จะนั่งลงกับพื้น นั่นคือลักษณะของการให้ความเคารพต่อตัวแทนของพระรัตนตรัย

แต่ว่ารุ่นหลังของเรามา สภาพจิตที่หยาบกระด้างขึ้นไปเรื่อย พูดง่าย ๆ ว่าไม่รู้ดีไม่รู้ชั่วอะไรกันแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเกรงใจใคร ขนาดวิพากษ์วิจารณ์ก็ใช้คำว่าโล้นนั่นโล้นนี่มานานแล้ว

แม้กระทั่งพระของเราเองก็พลอยเป็นไปด้วย อย่าลืมว่าการบวชต่อให้บวชชุดเดียวกัน แต่ถ้าญัตติก่อนก็คือพี่ เราจะต้องให้ความเคารพตามพระธรรมวินัย แต่สมัยนี้ต่อให้อาจารย์คู่สวดหรือพระอุปัชฌาย์ บางคนก็เห็นเป็นเพื่อน ก็คือไม่ได้ให้ความเคารพเท่าที่ควร ในเมื่อเราเป็นพระภิกษุสามเณรแล้ว ในส่วนอย่างนี้ยังไม่ได้ทำเป็นแบบอย่าง แล้วญาติโยมที่ไหนเขาจะเอาแบบอย่างไปเลียนตามได้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
พุทธภูมิ (วันนี้)
  #3  
เก่า วันนี้, 00:55
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,996
ได้ให้อนุโมทนา: 162,400
ได้รับอนุโมทนา 4,535,516 ครั้ง ใน 37,614 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ท่านอาจารย์องอาจ เดชสาร ครูนอกราชการ เพราะเกษียณมาหลายปีแล้ว พอถึงเวลาอยู่ในงานเห็นพระภิกษุกราบไหว้กันตามพรรษา อย่างเช่นหลวงพ่อพระครูวรกาญจนโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ ท่านกราบกระผม/อาตมภาพเป็นต้น ท่านจะย้ำเสมอว่านี่คือความงดงามในพระพุทธศาสนาของเรา ก็คือไม่ได้เอาเรื่องยศเรื่องตำแหน่งเป็นใหญ่ แต่ว่าเอาพระธรรมวินัยเป็นใหญ่

เพียงแต่ว่าระยะหลัง ในเมืองหรือว่าในกรุงเทพฯ บรรดาพระหนุ่มพรรษาน้อย แต่มีสมณศักดิ์สูงกว่า มักจะตีหน้าด้าน ๆ รับการกราบจากพระเถระ ซึ่งมีอายุพรรษามากกว่า ถ้าลักษณะแบบนั้นก็คือต้องอาบัติทุกครั้ง

พระของเราจะมีคุณสมบัติของความเป็นสงฆ์ ส่วนหนึ่งก็คือต้องรักษาพระธรรมวินัยให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในเมื่อไปตั้งใจทำให้ศีลตัวเองบกพร่องแบบนั้น แล้วจะเอาคุณงามความดีที่ไหนเหลือมาให้ญาติโยมกราบไหว้บูชา แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของใครของมัน

กระผม/อาตมภาพเองเวลากราบพระเถระบางรูปที่ท่านอายุพรรษามากกว่า ๑ พรรษา หรือ ๒ พรรษา ท่านมักจะบอกว่า "ไม่ต้องกราบ" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ขอทำตามระเบียบก่อนครับ" ก็คือกราบไหว้กันตามพระวินัยเสียก่อน แล้วหลังจากนั้น คุณจะนับญาตินับเพื่อนกันอย่างไรค่อยว่ากันทีหลัง แต่ในเรื่องของการเคารพตามพระธรรมวินัย เราจะขาดไม่ได้

ในเมื่อพระเราเป็นตัวอย่างที่ดีน้อยลงไปทุกวัน แล้วจะไปหวังให้ญาติโยมเขาแสดงความเคารพเราเหมือนก่อนนี้ก็เป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะญาติโยมรุ่นหลัง ๆ ที่มีการศึกษามาก ยิ่งเรียนจบจากเมืองนอกเมืองนามา ก็ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ เพราะมักจะไปถือเรื่องสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียมกันในสังคม โดยที่ไม่ได้ดูเรื่องคุณสมบัติ เรื่องของวัยวุฒิ เรื่องของคุณวุฒิ ก็มักจะเอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่

แล้วท่านทั้งหลายเหล่านี้พอบวชเข้ามา ก็แบกเอาความคิดแบบนั้นเข้ามาในพระธรรมวินัยด้วย ก็จะทำให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้น เพราะว่าขาดความเคารพกันตามอาวุโสภันเต
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 1 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
พุทธภูมิ (วันนี้)
  #4  
เก่า วันนี้, 01:02
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,996
ได้ให้อนุโมทนา: 162,400
ได้รับอนุโมทนา 4,535,516 ครั้ง ใน 37,614 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

บางท่านศึกษามาสูงกว่า ก็ดูถูกกระทั่งพระอุปัชฌาย์อาจารย์ โดยที่ลืมนึกไปว่าตัวเองเป็นสงฆ์ขึ้นมาได้เพราะใคร ซึ่งสมัยก่อนเขาถือพระอุปัชฌาย์และอาจารย์คู่สวด เปรียบเหมือนกับพ่อแม่ในทางธรรม บางท่านที่เคร่งครัดมาก ๆ อย่างหลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน จังหวัดสมุทรสาคร ท่านบวชแล้วไม่ยอมสึกให้ใคร ท่านบอกว่าท่านสามารถบวชเป็นสงฆ์ขึ้นมา แต่จะให้ท่านทำลายสงฆ์ด้วยการกลับคืนเพศฆราวาส ท่านไม่ทำ ใครบวชกับท่านแล้วอยากจะสึกต้องไปสึกที่วัดอื่น นั่นก็คือความเคารพในพระรัตนตรัยอย่างถึงที่สุด

เพียงแต่ว่ารุ่นใหม่ของเราเองไม่ค่อยจะยึดถือ เราจะสังเกตว่าคนรุ่นเก่าทำอะไรก็ขลัง แต่คนรุ่นใหม่ของเราหาขลังได้ยากมาก ส่วนใหญ่เกิดจากการเชียร์กันเอง หรือไม่ก็ลูกศิษย์ช่วยโฆษณาให้ แต่ประเภทดีเด่นดังด้วยความสามารถของตัวเองจริง ๆ น้อยลงไปทุกวัน ก็เพราะว่าเราก้าวออกจากทางของศีล สมาธิ ปัญญา ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางเอาไว้ ซึ่งเรื่องพวกนี้ถ้าทำไป ทำไป สม่ำเสมอ จะเกิดฤทธิ์ขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ

เอาแค่ว่าตี ๓ ครึ่ง ลุกมาครองผ้าเตรียมเจริญกรรมฐานและทำวัตรเช้า คนที่มีฤทธิ์ก็คือทำจนเป็นปกติ ท่านก็ไม่รู้สึกว่าหนักอะไร ส่วนหลายต่อหลายคนก็นอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็น พยายามปลอบใจตนเองเท่าไรก็ลุกไม่ไหว เพราะว่าความขี้เกียจมีมากกว่า ไม่เห็นคุณค่าหรือประโยชน์ของการชำระใจตนเองให้ห่างจากกิเลส แล้วแบบนี้จะไปหวังความขลัง จะไปหวังความดีเด่นดัง ชาติหน้าไม่รู้ว่าจะหวังได้หรือเปล่า

จึงขอเตือนท่านทั้งหลายว่า ส่วนของความอยู่ในสายตาของชาวบ้าน เราจึงต้องระมัดระวังกาย วาจา ใจ ของเราให้ดี ค่อย ๆ ขัด ค่อย ๆ เกลา เพื่อสร้างความเลื่อมใสในพระศาสนาให้เกิดขึ้น อย่างที่กระผม/อาตมภาพเคยย้ำอยู่บ่อย ๆ ว่า ถ้าเราไม่สามารถที่จะทำให้พระพุทธศาสนาเจริญขึ้นมาได้ ก็อย่าทำให้พระพุทธศาสนาต้องพังลงไปเพราะมือของเราเอง

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้



พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๑๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 3 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กานดา (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), เล็กเจษฎา (วันนี้)
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 3 คน ( เป็นสมาชิก 2 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
กานดา
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:55



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว