กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 24-01-2026, 17:40
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 637
ได้ให้อนุโมทนา: 3,308
ได้รับอนุโมทนา 29,875 ครั้ง ใน 1,125 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 30 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 25-01-2026, 00:15
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,913
ได้รับอนุโมทนา 4,529,193 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตั้งแต่ประมาณตี ๕ ครึ่ง กระผม/อาตมภาพซึ่งเก็บข้าวของขึ้นรถและแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ก็ไปยังห้องครัวของเฮือนฮิมน้ำรีสอร์ท ซึ่ง "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร "ท่านติงลี่" (พระอธิการสมมาศ คุณาธิโก) เจ้าอาวาสวัดประตูด่าน จังหวัดกาญจนบุรี "ครูบาพันแสน" (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส (ปิงโค้ง) รักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะก็มาถึงเรียบร้อยแล้ว

ทางด้าน "โยมพี่เล็ก" (นางปรภาว์ บุญริ้ว) และพรรคพวก ช่วยกันทำข้าวต้มให้เป็นอาหารเช้า เหตุที่พวกเราต้องรีบฉันกันตั้งแต่ก่อน ๖ โมงเช้า ก็เพราะว่ากำหนดการนั้น กระผม/อาตมภาพและคณะต้องไปรับครูบาเหนือชัย โฆสิโต ประธานที่พักสงฆ์วัดถ้ำป่าอาชาทอง ออกจากนิโรธกรรมตอนหกโมงเช้า

เมื่อฉันเช้ากันแล้ว จึงต้องรีบบอกลา "โยมพี่เล็ก" แล้ววิ่งตรงไปยัง "ผาม้า" ขึ้นไปจนถึงสถานที่ซึ่งทางสำนักได้เตรียมเอาไว้ให้เป็นที่จอดรถ เปลี่ยนเป็นรถขับเคลื่อน ๔ ล้อ วิ่งตรงขึ้นไปยังบริเวณที่ครูบาเหนือชัยท่านเข้านิโรธกรรมอยู่ แต่ก็ยังต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก ๓ ช่วงใหญ่ กว่าที่จะมาถึงสถานที่ซึ่งท่านตั้งกระท่อมไว้เป็นที่เข้านิโรธกรรม ในช่วงที่ท่านยังเคลื่อนไหวได้เป็นปกตินั้น ส่วนใหญ่ก็จะไปเข้าอยู่ในถ้ำ ซึ่งจะต้องปีนเขาขึ้นไปอีกหลายซับหลายซ้อน เมื่อเกิดอาการอัมพาตจากเส้นเลือดสมองแตก ทำให้เคลื่อนไหวได้ยาก ท่านจึงมาอยู่แค่บริเวณนี้เท่านั้น

เมื่อไปถึง พวกเราก็ฉวยโอกาสทำบุญกับท่านก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็นั่งรอจนกระทั่งคณะญาติโยมนำเอาอาหารอ่อน ประเภทน้ำข้าวและรังนกมาถวาย เมื่อท่านฉันแล้ว ก็ช่วยกันประคับประคองท่านค่อย ๆ เดินทีละก้าวลงมา ซึ่งตอนแรกก็นึกว่าไม่เท่าไร ไม่ทราบเหมือนกันว่าครูบาท่านน้ำหนักมากขึ้น หรือว่ากระผม/อาตมภาพแก่ขึ้นก็ไม่รู้ กว่าจะลงมาถึงบริเวณที่เขาเอาม้ามารับท่านต่อ กระผม/อาตมภาพก็ออกอาการแขนล้าแทบหมดแรง ได้ยินหลวงพ่อนิลบ่นว่า "หนักมากครับ ผมเองก็ล้าไปหมดเหมือนกัน" ทำให้พวกเราคำนวณกันว่าครูบาเหนือชัยท่านตอนนี้น้ำหนักน่าจะใกล้เคียง ๑๐๐ กิโลกรัมแล้วกระมัง ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-01-2026 เมื่อ 01:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 25-01-2026, 00:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,913
ได้รับอนุโมทนา 4,529,193 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จากนั้นพวกกระผม/อาตมภาพก็นั่งรถขับเคลื่อน ๔ ล้อ ลงมายังบริเวณด้านหน้าลานพระไพรีพินาศ ซึ่งจะเป็นจุดตั้งขบวนแห่ ซึ่งตรงนี้จะมีทหารนำเอาเสลี่ยงมารับกระผม/อาตมภาพและหลวงพ่อนิล ส่วนท่านอื่น ๆ ก็ต้องเดินตามหลังม้าของครูบาเหนือชัยไป

ปรากฏว่า "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" (พระครูสมุห์เจษฎา โชติปญฺโญ) ประธานที่พักสงฆ์ลานธรรมอรหันตาหน่อแก้วฟ้าโพธิญาณ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ได้มาถึงแล้ว ทางด้านบรรดาช่างฟ้อนและบรรดาคณะรำกลองสะบัดชัยก็ได้นำขบวนไปด้านหน้า มีการฟ้อนเจิง ฟ้อนดาบ และพ่นไฟด้วยเหมือนกับทุกปี เพียงแต่ว่าปีนี้รวบรัดมาก

เมื่อมาถึงหน้าศาลาเอนกประสงค์ ก็วางเสลี่ยงลง ให้กระผม/อาตมภาพและหลวงพ่อนิลลงที่นี่ ครั้นเข้าห้องน้ำห้องท่าแล้ว ก็นั่งประจำที่ซึ่งเขาจัดเตรียมเอาไว้ให้ช่วยกันรับสังฆทาน ครูบาเหนือชัยท่านก็ไปเข้าห้องน้ำและแต่งตัวใหม่จนเรียบร้อย ถึงได้ขึ้นมายังบริเวณหน้าศาลาเอนกประสงค์

กระผม/อาตมภาพนำในการทำบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย ขออนุญาตในการทำพิธีสืบชะตาหลวงให้แก่ครูบาเหนือชัย เสร็จแล้วก็มอบให้ท่านทำน้ำมนต์พรมให้แก่ญาติโยม ส่วนตนเองมานั่งแจกรางวัลคณะกลองสะบัดชัยและช่างฟ้อนต่าง ๆ ปรากฏว่ามีส่วนเกินมาเป็น ๑๐ คน ที่แท้เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รำ หากแต่ว่าจะรำหลังพิธีบวงสรวงนี่เอง กระผม/อาตมภาพควักจนหมดกระเป๋า ๕,๐๐๐ กว่าบาท เป็นอันว่างานนี้มาแล้วกลับตัวเปล่าอย่างแน่นอน..!

สักครู่หนึ่ง ตุ๊พ่อสิงห์ (พระอธิการสิงห์ วิสุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนก็มาถึง ท่านถวายปัจจัยส่วนตัว ๕,๐๐๐ บาทเหมือนกับทุกครั้ง แล้วก็นั่งรับสังฆทานร่วมกัน พวกเรารับสังฆทานไปก็ชมการฟ้อนการแสดงต่าง ๆ ไปด้วย

จนกระทั่ง ๙ โมงครึ่ง ก็ได้นำครูบาเหนือชัยเข้าสู่ซุ้มสืบชะตา กระผม/อาตมภาพทำการล้อมสายสิญจน์ให้กับท่าน แล้วไปกราบพระประธานทางด้านหลัง จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยแล้วเข้าที่ภาวนา ให้บรรดาพระซึ่งนิมนต์มาทำการเจริญพระพุทธมนต์ในพิธีสืบชะตาหลวง

เมื่อพระท่านบอกว่า "เต็มที่แล้ว" กระผม/อาตมภาพก็ลืมตาขึ้นมาจะทำน้ำมนต์ แต่ปรากฏว่าเทียนหมดไป
ทั้งต้นแล้ว..! จึงหันมาทำฝ้ายผูกข้อมือ หรือที่พวกเราเรียกตามภาษากลางว่าสายสิญจน์ ให้กับครูบาเหนือชัย ครั้นอธิษฐานผูกขวัญให้ท่านแล้ว ก็ทำการพรมน้ำมนต์ และรับไทยธรรม ซึ่ง "แม่อี๊ด" นำมาถวาย แล้วขอตัวเพื่อเดินทางไปยัง "สำนักปฏิบัติธรรมพระธาตุโป่งไฮ" ซึ่งได้นิมนต์กระผม/อาตมภาพไปบวงสรวง เพื่อบรรจุหัวใจพระประธานที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นานนี้
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-01-2026 เมื่อ 01:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 26 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 25-01-2026, 00:36
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,913
ได้รับอนุโมทนา 4,529,193 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อวิ่งลงจาก "ผาม้า" แล้ว ก็ต้องวนไปหาปั๊มเติมแก๊สให้รถก่อน เนื่องเพราะว่าสำนักปฏิบัติธรรมพระธาตุโป่งไฮนั้น อยู่ลึกเข้าไปในด้านที่เรียกว่า "แม่สลองใน" ถนนคดเคี้ยววกวน ขึ้นเขาไปจนเวียนหัว..!

เมื่อวิ่งมาได้ระยะหนึ่ง เห็นว่าได้เวลาเพลแล้ว จึงได้แวะฉันภัตตาหารเพล ซึ่งเป็นก๋วยเตี๋ยวเหนือที่เราเรียกกันว่า "ข้าวซอย" ซึ่งมีทั้งข้าวซอยเนื้อและข้าวซอยไก่ รสชาติใช้ได้ทีเดียว แล้ววิ่งคดเคี้ยววกวนขึ้นเขาต่อไปจนปวดหัว ขนาด "พี่กู" หรือว่ากูเกิ้ลแม็พ บางทีก็ออกอาการเอ๋อ เพราะว่าไม่มีคลื่นโทรศัพท์ ไม่มีคลื่นอินเตอร์เน็ต แต่ว่าพวกเราล็อกเป้าไว้แล้ว จึงไม่ฟังกูเกิ้ลแม็พ หากแต่ว่าวิ่งตรงไปเรื่อย ๆ

จนกระทั่งในที่สุดก็มาถึงตำบลแม่สลองใน ซึ่ง "วัดพระธาตุโป่งไฮ" หรือว่า "สำนักปฏิบัติธรรมพระธาตุโป่งไฮ" นั้น อยู่หมู่ที่ ๒๑ ตำบลแม่สลองใน กระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วก็ยังตกใจว่า ทำไมถึงได้มีหมู่บ้านเยอะขนาดนี้ ? ท่านเจ้าอาวาสแจ้งว่าความจริงมีอยู่ ๕๐ กว่าหมู่บ้าน แต่ว่าไม่มีการแยกออกไปเป็นอีกหลายตำบล

น่าจะเป็นเพราะว่าบริเวณนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพี่น้องม้ง หรือว่าจีนฮ่อ ซึ่งถ้าหากว่าแยกออกไปแล้ว บุคคลซึ่งมีอิทธิพลอยู่ในพื้นที่ ขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันเมื่อไร ก็อาจจะมีการปิดหูปิดตาทางราชการ ทำให้ไม่สามารถที่จะเข้าถึงและพัฒนาได้ ดีไม่ดีก็อาจจะเป็นแหล่งซ่องสุมอาชญากรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะพวกยาเสพติด จึงต้องปล่อยให้มีหมู่บ้านจำนวนมากมายมหาศาลเอาไว้ในตำบลเดียวแบบนี้..!

เมื่อทุกท่านมาถึงพร้อมแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ทำการบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย ขออนุญาตในการบรรจุหัวใจพระประธาน ซึ่งทำเป็นลักษณะของพระประธานแบบยุคทวารวดี แต่ว่าในยุคนั้น พระประธานนั่งจะอยู่ในท่าแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แต่ที่นี่กลับวางพระหัตถ์ลงบนเข่าทั้งสองข้าง อยู่ในท่าเหมือนกับปางมารวิชัย แต่ก็แปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง

เมื่อถึงเวลาก็ได้ทำการถวายน้ำอบน้ำหอมให้กับพระบรมสารีริกธาตุ ที่บรรจุอยู่ในหัวใจพระประธาน แล้วก็มอบให้กับช่าง ปีนเข้าไปบรรจุภายในองค์พระ ความจริงกระผม/อาตมภาพนั้น จะต้องทำหน้าที่ติดพระอุณาโลมถวายแก่องค์พระประธานด้วย แต่ว่าต้องปีนขึ้นไปบนนั่งร้านสูง จึงทำให้ครูบาพันแสนบอกว่า "หลวงพ่อไม่ต้องขึ้นหรอกครับ มันอันตราย เดี๋ยวผมจะทำหน้าที่ตรงนี้แทนเอง"

กระผม/อาตมภาพจึงลงไปทางด้านล่าง ชมการแสดงของพี่น้องม้งทางด้านนี้ ซึ่งมีเด็กวัยรุ่น น่าจะเป็นนักเรียน ๓ คน มาทำการเต้นให้ดู แล้วก็มีบรรดาพ่อยกแม่ยก มอบเงินรางวัลให้คนละ ๒๐ บาทบ้าง ๑๐๐ บาทบ้าง ส่วนกระผม/อาตมภาพนั้นเตรียมเอาไว้ให้คนละ ๕๐๐ บาท สรุปว่าปัจจัยที่รับมาในวันนี้ดูท่าจะไม่เหลืออะไร ?!

ครั้นรับไทยธรรมมาจากเจ้าอาวาสวัดพระธาตุโป่งไฮแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เพิ่มกลับไปอีก ๕,๐๐๐ บาท มอบให้ท่านเพื่อช่วยสร้างวัดที่นี่ เนื่องเพราะว่าสถานที่อยู่ลึกขนาดนี้ แล้วก็มีแต่พี่น้องม้ง พี่น้องจีนฮ่อ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาจะให้การสนับสนุนสักเท่าไร ? ถ้าหากว่ามาแล้วรับสิ่งของกลับไป ก็จะเป็นการเบียดเบียนกันเสียเปล่า ๆ..!

จากนั้นก็ทำการมอบเสื้อยันต์ให้กับบรรดาอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งมาตั้งกองร้อยดูแลความเรียบร้อยอยู่ทางด้านนี้ แล้วขอตัวเพื่อที่จะเดินทางข้ามดอยแม่สลอง ลงไปอำเภอฝาง เข้าสู่อำเภอเชียงดาว เพื่อที่จะไปพักที่ "วัดศิลาวาส" ของครูบาพันแสน แล้วพรุ่งนี้จะได้ประกอบพิธีต่าง ๆ ตามที่ท่านได้นิมนต์เอาไว้ต่อไป

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : 25-01-2026 เมื่อ 06:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:53



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว