กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 23-01-2026, 17:17
พิชวัฒน์'s Avatar
พิชวัฒน์ พิชวัฒน์ is offline
สมาชิก - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Aug 2014
ข้อความ: 637
ได้ให้อนุโมทนา: 3,308
ได้รับอนุโมทนา 29,875 ครั้ง ใน 1,125 โพสต์
พิชวัฒน์ is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๙


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 35 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 24-01-2026, 00:30
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,807
ได้ให้อนุโมทนา: 160,913
ได้รับอนุโมทนา 4,529,205 ครั้ง ใน 37,423 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตั้งแต่ตี ๓ หลังจากที่ส่งข้อมูลวัตถุมงคลไปให้ "ไอ้ตัวเล็ก" (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) เพื่อนำลงในกระทู้สร้างห้องน้ำให้กับนักเรียนหญิงบ้านไกล ซึ่งพักกันอยู่ในหอพักของโรงเรียนทองผาภูมิวิทยาแล้ว

กระผม/อาตมภาพนั่งรถยนต์ประจำตัว ซึ่งชื่อจริงเพราะมาก แต่เรียกสั้น ๆ ว่า "น้องแก้ว" ให้ "คุณแดง" (นายมงคล ม่วงน้อยเจริญ) ขับพาวิ่งขึ้นสู่ภาคเหนือ เพื่อที่จะไปร่วมงานออกนิโรธกรรมของ "ครูบาเหนือชัย โฆสิโต" ซึ่งหลายต่อหลายท่านรู้จักกันในนาม "นักบุญแห่งขุนเขา" บ้าง "พระขี่ม้าบิณฑบาต" บ้าง ซึ่งท่านเป็นเจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำป่าอาชาทอง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ที่คบหาสมาคมกันมาเกินกว่า ๓๐ ปีแล้ว

ในยุคนั้นครูบาเหนือชัยท่านยัง "หนุ่มแน่นสามพันตึง" ได้มาทำการสร้างสำนักสงฆ์ต่าง ๆ บนแนวเขาเขตชายแดนไทยพม่า เพื่อป้องกันไม่ให้ศาสนาอื่นที่รุกหนักด้วยวิธีการ "ป่าล้อมเมือง" เข้าไปยึดเอาศาสนิกไปเสียหมด ต้องดูแลสำนักสงฆ์ต่าง ๆ อยู่ถึง ๑๓ สำนัก ประกอบกับวิธีการ "ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เล่นด้วยคาถา" จึงทำให้ท่านขอความช่วยเหลือมาว่า กระผม/อาตมภาพมีมีดหมอชาตรีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุงหรือไม่ ? เพราะว่าท่านขี้เกียจที่จะรบราฆ่าฟันกับบรรดาไสยศาสตร์ต่าง ๆ

กระผม/อาตมภาพจึงได้เดินทางนำเอามีดหมอเล่มพิเศษ ซึ่งเข้าพิธีชาตรีที่วัดท่าซุงตั้งแต่ครั้งแรกพร้อมกับอาวุธปืน ๕ กระบอก ซึ่งก็คือมีดที่มีนามว่า "แรมโบ้ ๓" ที่กระผม/อาตมภาพเอาเข้าพิธีแล้ว ก็ไปให้ช่างที่พยุหะคีรีทำฝักหุ้มเงินอย่างดี

เมื่อนำไปถึง ให้ท่านเลือกเอาระหว่างมีดหมอพิเศษแรมโบ้ ๓ ซึ่งไม่มีหลักฐานอะไรสักนิดเดียว เนื่องเพราะว่าเหล็กแข็งถึง ๕๓ ร็อคเวลล์ ไม่สามารถที่กระผม/อาตมภาพจะตอกรอยจารใด ๆ ได้ กับมีดหมอชาตรี ซึ่งพวกกระผม/อาตมภาพและ "ท่านพระครูปลัดสมนึก" ซึ่งตอนนั้นก็คือ "พระสมนึก สุธมฺมถิรสทฺโธ" ท่านเพิ่งจะเข้าพรรษาที่ ๒ พร้อมกับ"หลวงพี่ประทีป" (พระใบฎีกาประทีป อตฺถทสฺสี) ช่วยกันตอกข้อความ จารข้อความบนมีดหมอนั้น เพื่อที่จะได้เป็นหลักฐานชัดเจนว่าสร้างเมื่อไร ? สร้างในวันเวลาไหน ?

แต่ปรากฏว่าครูบาเหนือชัยท่านรักมีดหมอแรมโบ้ ๓ มากกว่า เนื่องเพราะว่าถ้าสำหรับคนทั่วไปก็ประมาณว่า "ฟันทีเดียวหัวขาด" กระผม/อาตมภาพจึงได้มอบถวายให้กับท่านไป แล้วหลายต่อหลายครั้งก็ต้องนำข้าวสารอาหารแห้งขึ้นมา ให้ท่านนำไปส่งให้กับสำนักสาขาต่าง ๆ ซึ่งสามารถไปได้ด้วยการขี่ม้าเท่านั้น จนกระทั่งท่านเริ่มเข้านิโรธกรรมครั้งแรก ก็ได้นิมนต์ให้กระผม/อาตมภาพเป็นประธานในการนำท่านออกจากนิโรธกรรมทุกปีมาจนถึงปัจจุบัน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-01-2026 เมื่อ 01:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 24-01-2026, 00:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,807
ได้ให้อนุโมทนา: 160,913
ได้รับอนุโมทนา 4,529,205 ครั้ง ใน 37,423 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

การเข้าออกนิโรธกรรมนั้น ผู้เข้าออกก็มักจะต้องหาพระเถระที่ตนเองมั่นใจว่าจะคุ้มครองรักษาตนได้ ในระหว่างที่เข้าสมาธิอยู่ และตอนที่ร่างกายอ่อนแอที่สุด ก็คือหลังจากออกจากสมาธิ ๗ วันหรือว่า ๙ วัน ในเมื่อท่านมั่นใจว่ากระผม/อาตมภาพสามารถที่จะช่วยดูแลตรงนี้ได้ จึงได้นิมนต์ให้มาเป็นประธานทุกครั้ง

มีอยู่ครั้งเดียวที่ต้องทิ้งงานของท่าน เพราะว่าตรงกับเวลาอบรมพระอุปัชฌาย์ ซึ่งตนเองเป็นกรรมการสอบภาคปฏิบัติพอดี จึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ นอกนั้นแล้วกระผม/อาตมภาพก็มาได้ทุกครั้ง แม้กระทั่งในครั้งนี้ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางถึง ๑๒ ชั่วโมงเต็ม ๆ

โดยปกติแล้ว ถ้าหากว่าขึ้นเหนือ กระผม/อาตมภาพก็จะวิ่งเส้นนครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ตาก - ลำปาง - ลำพูน - เชียงใหม่ แต่ด้วยเหตุที่ว่างานนี้ไม่ได้แวะเชียงใหม่ เมื่อถึงลำปางแล้ว จึงฉีกขวาออกไปเข้าพะเยาแล้วขึ้นเชียงรายเลย กระนั้นก็ยังใช้เวลาวิ่งจากวัดอุทยาน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ไปถึงที่พักก็คือ "เฮือนฮิมน้ำรีสอร์ท" ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ใช้เวลาเกือบ ๑๒ ชั่วโมงเต็ม ๆ

โดยที่ในระหว่างทางนั้นก็ได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างด้วยกัน อย่างแรกก็คือค่าแก๊สเติมรถ ซึ่งถ้าหากว่าเป็นทองผาภูมิ ขึ้นถึง ๑๖ บาทกระผม/อาตมภาพก็โวยวายแล้ว แต่ว่าในสภาวะเศรษฐกิจและสภาวะสงครามทั่วโลกแบบนี้ แก๊สทางด้านนี้ขึ้นไปถึงลิตรละ ๑๘ บาทเศษ..! และได้ยินว่ามีบางแห่งขึ้นถึง ๒๑ บาทเลยทีเดียว นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงว่า ในเมื่อค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น แต่ว่าสินค้าพืชผลการเกษตรของพวกเรา ถ้ายังขายได้ในราคาเดิม ก็แปลว่าชาวบ้านต้องประสบกับการแบกต้นทุนกองใหญ่ทีเดียว..!

อีกส่วนหนึ่งก็คือได้วิ่งเลียบมากับเส้นทาง ซึ่งได้ยินว่าเป็นทางรถไฟที่จะวิ่งไปถึงเชียงของ เพื่อที่จะเชื่อมกับประเทศลาวเข้าไปสู่ประเทศจีน ซึ่งเป็นอีกเส้นทางหนึ่งของโครงการ "๑ แถบ ๑ เส้นทาง" หรือภาษาอังกฤษว่า "One Belt One Road" ที่ประเทศจีนพยายามที่จะแผ่อิทธิพลลงมาในเขตบ้านเราเมืองเรา เพื่อที่จะได้จำหน่ายสินค้าให้กับพวกเรา หรือว่าจะได้ขนส่งผู้คน ตลอดจนกระทั่งบรรดางานฝีมือต่าง ๆ ที่คนจีนได้ผลิตในลักษณะ "ก็อปเกรด A" เข้ามาจำหน่ายให้กับบ้านเรานั่นเอง

สมัยก่อนมีคำพูดที่ว่า "ถ้าใครสามารถเอารถไฟขึ้นสู่เชียงรายได้ จะเลือกบุคคลนั้นเป็นผู้แทนราษฎรไปทุกสมัย" แต่ว่าในยุคที่บรรดาเทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ยังไม่พร้อม สามารถที่จะกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่ว่าในยุคนี้สมัยนี้ ไม่ว่าการสร้างสะพานข้ามเหว การเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขา ตลอดจนกระทั่งการปรับเส้นทางบนที่ราบสูงนั้น ไม่ใช่ภาระหนักหนาสาหัสอีกแล้ว

ตัวอย่างก็คือประเทศจีน ซึ่งเจาะภูเขาทุกลูกที่ขวางหน้า ทำอุโมงค์ให้รถไฟสามารถขนส่งผู้คนและสินค้า โยงใยไปทั่วประเทศได้ จนกระทั่งมีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงมากที่สุดในโลก ถึง ๖๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรแล้ว คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตรในเวลาอีกไม่นาน ดังนั้น..คำพูดที่ว่า "ถ้าใครสามารถนำรถไฟถึงเชียงรายได้ คนเชียงรายจะเลือกผู้นั้นเป็นผู้แทนของตนไปทุกยุคทุกสมัย" มาถึงสมัยนี้ก็ไม่น่าจะใช้ได้แล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : 24-01-2026 เมื่อ 10:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 24-01-2026, 00:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,807
ได้ให้อนุโมทนา: 160,913
ได้รับอนุโมทนา 4,529,205 ครั้ง ใน 37,423 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อมาถึงที่พัก ปรากฏว่า "โยมพี่เล็ก" (นางปรภาว์ บุญริ้ว) ได้มารอนำพวกเราเข้าสู่ที่พัก ซึ่งได้จับจองเอาไว้เหลือเฟือมาก เนื่องเพราะว่าเป็นห้องใหญ่ห้องโต แถมยังมีในส่วนของครัวอีกต่างหาก กระผม/อาตมภาพขอเจริญพรขอบคุณ "โยมพี่เล็ก"มา ณ ที่นี้ด้วย ซึ่งรบกวนท่านอยู่ทุกบ่อยในระยะหลังนี้ เนื่องเพราะว่า "แม่อี๊ด" ซึ่งรับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อครูบาเหนือชัยนั้น ไม่มีเวลามาดูแลงานแบบนี้ จึงให้ "โยมพี่เล็ก" มาดูแลงานด้านนี้แทน ทำให้ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น

สำหรับวันนี้ถ้ามีเวลากระผม/อาตมภาพจะเพิ่มวัตถุมงคลเข้าไป ในกระทู้สร้างห้องน้ำสำหรับนักเรียนหอพักหญิง โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา คาดว่าจะเป็น "เหรียญหล่อหลวงปู่อยู่" (พระครูรัตนาภิรมย์) วัดบ้านแพน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง

ทันทีที่หลวงพ่อทั้ง ๓ องค์ได้เข้าไปขออุปสมบท หลวงปู่อยู่ซึ่งคล่องตัวในเรื่องของอภิญญาสมาบัติและทิพจักขุญาณเป็นอย่างยิ่ง ก็ใช้ไม้เท้าเคาะศีรษะทีละคน กล่าวว่า "หัวแข็งทั้งนั้น โดยเฉพาะไอ้นี่" คำว่าไอ้นี่ก็คือหลวงพ่อฤๅษีฯ ของเรานั่นเอง ท่านบอกว่าสองคนนั้นเขามาสาวกภูมิ สามารถที่จะบรรลุมรรคผลได้ในเวลาอันไม่นาน ส่วนหลวงพ่อฤๅษีฯ ของเรานั้น จะต้องใช้เวลาเกิน ๒๐ ปี เพราะว่าเดินสายพุทธภูมิไม่ยอมเลิก ถ้าหากว่าเลิกเมื่อไร ก็เข้าถึงมรรคถึงผลเมื่อนั้น ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามที่หลวงปู่ท่านได้เมตตาพยากรณ์เอาไว้

เหรียญหล่อของท่านต้องบอกว่าปัจจุบันนี้ค่อนข้างที่จะหายาก แต่กระผม/อาตมภาพน่าจะมีอยู่ถึง ๒๐ เหรียญ เพราะว่ายุคนั้นสะสมสิ่งที่เป็นของครูบาอาจารย์ ตลอดจนกระทั่งเลาะไปตามวัดวาอารามต่าง ๆ ซึ่งมีครูบาอาจารย์ของครูบาอาจารย์ท่านอยู่ ไม่ว่าจะเป็น "วัดบางปลาหมอ" ของ "หลวงปู่สุ่น" พระอาจารย์ใหญ่ยุคนั้น หรือ "วัดบางนมโค" ของ "หลวงปู่ปาน" ก็ดี "วัดอัมพวัน" ของ "หลวงปู่โหน่ง" ก็ตาม หรือว่า "วัดน้ำเต้า" ของ "หลวงปู่สังข์" "วัดบ้านแพน" ของ "หลวงปู่อยู่" "วัดเจ้าเจ็ด" ของ "หลวงปู่ยิ้ม" เหล่านี้เป็นต้น ไปกราบสังขารของครูบาอาจารย์หรือว่ารูปหล่อของท่าน ขอพรให้การปฏิบัติธรรมของตนนั้นอย่าได้ออกนอกลู่นอกทาง ขอครูบาอาจารย์ทุกท่านเมตตาในการที่ช่วยประคับประคองรักษาจิตของตน ให้สามารถเดินอยู่ในมรรค ๔ ผล ๔ ตลอดจนเข้าถึงพระนิพพานอย่างที่ตั้งความปรารถนาเอาไว้

โดยเฉพาะในส่วนของ"หลวงปู่จง วัดหน้าต่างนอก" จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น กระผม/อาตมภาพได้ไปขอในส่วนที่ตนเองไม่มีทางจะมีได้ นั่นก็คือความเมตตาที่มีต่อผู้อื่นอย่างเหลือล้น ซึ่งท่านเมตตาเขาจนลืมกระทั่งตัวเองจริง ๆ..! ถึงเวลาญาติโยมนิมนต์ให้ไปสงเคราะห์ ท่านก็เลาะตามเขาไปเรื่อย บางทีครึ่งค่อนปียังไม่ได้กลับวัดตัวเองเลย..!

จนกระทั่ง "กำนันเถา" กำนันตำบลบางนมโค ได้พาลูกน้องนำเกวียนไปรับหลวงปู่กลับมา บางทีก็อยู่ถึงแถวลพบุรี สระบุรี เหล่านี้เป็นต้น แต่ว่าสิ่งที่ขอหลวงปู่มาจนป่านนี้ กระผม/อาตมภาพก็ไม่สามารถที่จะเมตตาได้อย่างที่หลวงปู่ท่านทำจริง ๆ เนื่องเพราะว่าบุคคลจำนวนมากนั้น ถ้าเราเมตตาเกินประมาณ ก็มักจะกลายเป็นคนพาล ก็คือเอาแต่เรื่องของตนเอง ไม่ได้สนใจว่าการรบกวนผู้คนนั้น โดยเฉพาะการรบกวนพระสงฆ์ จะก่อให้เกิดโทษแก่ตนเองอย่างไร ?

ดังนั้น วัตถุมงคลของครูบาอาจารย์ที่นำมาลง ถ้าหากว่าของหลวงปู่อยู่ วัดบ้านแพน พระอุปัชฌาย์ของหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง หมดลงแล้ว ก็จะนำ "เหรียญหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน" ซึ่งเป็นเหรียญรุ่นสุดท้ายที่ท่านเสกเอาไว้ เพื่อที่จะสร้าง "พระพุทธเจติยคีรี" เป็นเหรียญที่มีประสบการณ์มากที่สุด อยู่ในระดับที่เรียกว่า "แมลงวันไม่ได้กินเลือด" เหมือนกัน จะนำมาลงต่อเนื่องกันไปทีเดียว

ขอให้ท่านทั้งหลายรอเวลาก็แล้วกัน สิ่งทั้งหลายเหล่านี้นั้น ที่นำลงก็เป็นราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด และให้ท่านไปเสาะหาเองก็ไม่แน่ว่าจะได้ของแท้หรือเปล่า ? แต่สิ่งที่รับมาจากครูบาอาจารย์ด้วยตนเองก็ดี จากผู้มีจิตศรัทธาที่ยืนยันว่ารับมากับมือหลวงปู่แต่ละท่านก็ตาม สามารถที่จะทำให้ท่านเบาใจว่าจะต้องได้ของดีของแท้ เอาไว้ใช้ในการปกป้องตนเองและครอบครัว ตลอดจนคนที่เรารักอย่างแน่นอน

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๒๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-01-2026 เมื่อ 01:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:37



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว