กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 18-01-2026, 07:58
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,415
ได้ให้อนุโมทนา: 227,234
ได้รับอนุโมทนา 824,826 ครั้ง ใน 40,738 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า เมื่อวานนี้, 00:23
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,712 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศที่โรงแรมวีนัส อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อยู่ที่ ๕ องศาเซลเซียส อุ่นกว่าเมื่อวานนี้ซึ่งอยู่ที่ ๔ องศาเซลเซียสเท่านั้น

เมื่อวานนี้ถือว่าเป็นเวลาผ่อนคลาย เนื่องเพราะว่านัดหมายปลุกตอน ๖ โมงเช้า ๗ โมงรับประทานอาหารที่ห้องอาหารชั้น ๔ แล้ว ๘ โมงล้อหมุนตรงไปยังเขาซีซาน เมืองคุนหมิง แต่ว่าเพิ่งจะ ๖ โมงครึ่ง พวกเราก็เข้าไปยึดห้องอาหารเรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่ฉันและรับประทานอาหาร ก็มีการคุยกันถึงประสบการณ์แปลก ๆ อย่างเช่นว่า มีเสียงเคาะประตูห้อง แต่เปิดออกมาแล้วไม่มีใครเลย..! เหล่านี้เป็นต้น จนเป็นเครื่องเจริญอาหารให้กับหลายคนเลยทีเดียว..!

อาหารช่วงเช้าของที่นี่นั้นมีพิเศษก็คือบะหมี่น้ำ ซึ่งทางโรงแรมเข็นมาเป็นคันรถ ชามซ้อนกันมาเป็นตั้ง ๆ ด้วยอากาศที่หนาวขนาดนี้ พอรับมาแล้ว วางลงไม่กี่นาทีก็ซดได้เลย แต่บุคคลที่ไม่เคยชินกับความร้อนขนาดนี้อย่าได้เลียนแบบ เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพฉันของร้อนระดับนี้ได้แบบสบาย ๆ ครั้นอิ่มแล้วพวกเราก็มารอความพร้อม เนื่องเพราะว่าบริเวณหน้าโรงแรมนั้นไม่สามารถที่จะจอดรถได้ พวกเราจึงต้องขยับเลยไปทางด้านที่เป็นอุโมงค์ลงใต้ดิน ซึ่งสภาพด้านล่างนั้นไม่ทราบเหมือนกันว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ? เพราะว่าไม่มีอารมณ์เดินลงไปดู

พลขับซึ่งมีโลกส่วนตัวสูงมาก ใครจะพูด ใครจะทักทาย ใครจะมอบสิ่งของให้ พี่แกก็เงียบ หรือไม่ก็สั่นหัวแค่นั้น เมื่อพร้อมแล้วก็พาพวกเราวิ่งออกจากเมืองคุนหมิงไปทางด้านทิศตะวันตก เนื่องเพราะคำว่า "ซีซาน" ก็คือเทือกเขาทางด้านทิศตะวันตกของตัวเมือง ซึ่งสถานที่สำคัญแห่งนี้ ที่ใคร ๆ มาแล้วก็ต้องมาอธิษฐานขอพรที่นี่ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ เรื่องของการเรียน เรื่องของยศ เรื่องของตำแหน่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ญาติโยมทั้งหลายต่างก็ปรารถนากันทั้งสิ้น..!

และได้ยินว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาก แม้กระทั่ง "แม่นางเปิ้ล" มัคคุเทศก์ของเติมเต็มทราเวล ซึ่งเดินทางมาจากประเทศ สปป.ลาว ยังยืนยันว่า ลูกสาวสองคนจะเอ็นทรานซ์เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ยังต้องมาอธิษฐานขอพรที่นี่ แล้วก็ประสบความสำเร็จทั้งคู่ ฟังแล้วรู้สึกว่าขลังมากยิ่งขึ้น..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า เมื่อวานนี้, 00:28
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,712 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ประมาณ ๙ โมงครึ่ง พวกเรามาถึงลานจอดรถ อันดับแรกก็คือไปจองห้องน้ำกันก่อน และเป็นห้องน้ำรวมที่ผู้หญิงเข้าได้ผู้ชายเข้าดี เพราะว่ามีประตูปิดมิดชิด และเขาก็ทำกันเช่นนั้น แต่ว่าคนจีนหลายคนก็เข้าไปทำธุระแต่ไม่ปิดประตู ไม่ทราบว่ากลัวผี เตรียมพร้อมที่จะวิ่งออกจากส้วมหรืออย่างไร ? ก็เลยทำให้พวกเราบางคนผลักประตูเข้าไปแล้ว เจออีกฝ่ายทำหน้าเหวออยู่ข้างใน..!

ครั้นเข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว พวกเราไปยืนรออยู่พักใหญ่ "คุณน้ำทิพย์" มัคคุเทศก์ท้องถิ่นจากเมืองสิบสองปันนา ก็ซื้อหาตั๋วให้พวกเราได้ครบ กระผม/อาตมภาพเห็นทัวร์คนจีนจำนวนมาก ขึ้นบันไดตรงด้านข้างสำนักงานขายตั๋ว จึงทำท่าจะไปบ้าง แต่ "แม่หญิงเปิ้ล" รีบห้ามเอาไว้ บอกว่าจะพาไปขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อเซฟกำลังเอาไว้ก่อน แสดงว่าหนทางวันนี้สาหัสแน่นอน..!

ครั้นนับจำนวนคนเรียบร้อย "คุณน้ำทิพย์"ก็เดินนำพวกเราเข้าไปในร้านขายของที่ระลึก ซึ่งใหญ่โตมโหฬารมาก เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาไปหลายครั้ง แล้วขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นไปสู่พื้นถนนด้านบน แต่กระผม/อาตมภาพนั้นใช้วิธีขึ้นบันไดแทน จึงทำให้ขึ้นไปถึงก่อน..!

เมื่อมาถึงข้างบนแล้ว พวกเราต้องขึ้นรถบัสของทางด้านนี้ วิ่งขึ้นเขาไปประมาณ ๑๐ กว่านาที เพื่อขึ้นไปยังจุดแรกของทางเขาซีซาน ซึ่งมีการจอดให้ลงเป็นระยะ ๆ ไป ๕ - ๖ แห่ง เนื่องเพราะว่าหลายคนก็มีศรัทธา ที่จะแวะขอพรในระหว่างทาง ส่วนพวกเรานั้นไม่มีใครแวะ ที่น่าทึ่งที่สุดก็คือ คนจีนจำนวนมากที่เดินตั้งแต่ตีนเขาขึ้นไป ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะว่ามากันเอง เลยไม่ได้พึ่งพาคณะทัวร์นำขึ้นรถบัส หรือว่าประหยัดเงิน หรืออาจจะเป็นเพราะว่ามีศรัทธาแรงกล้า แสดงออกซึ่งความศรัทธาของตนเองกันแน่ แต่ก็เดินกันเต็มไปหมด..!

พวกเราวิ่งมาจนกระทั่งถึงด้านบน ต้องลอดอุโมงค์แล้วตีโค้งออกมาในบริเวณซึ่งเป็นลานจอดรถแบตเตอรี่ แล้วต้องไปตบตีแย่งชิงการนั่งรถแบตเตอรี่กับมวลมหาประชาชนจีน ซึ่งวันนี้พวกเราเริ่มรู้แล้ว จึงตั้งแถวคู่เสียแต่แรก ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถที่จะแซงหน้าได้ พวกเราขึ้นรถแบตเตอรี่ ที่พอเริ่มออกวิ่งก็สะท้านไปทั้งตัว เพราะว่าอากาศ ๓ องศาเซลเซียสของที่นี่ แล้วรถวิ่งไปด้วยความเร็วค่อนข้างมาก จึงทำให้พวกเราหลายคนโดนลมแล้วออกอาการหนาวสะท้าน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า เมื่อวานนี้, 00:39
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,712 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อมาถึงบริเวณ "ซุ้มประตูมังกร" ต้นทางที่จะขึ้นเขาซีซาน พวกเราลงจากรถแล้ว อันดับแรกเลยก็ทำการถ่ายรูปหมู่ก่อน แล้วฟังมัคคุเทศก์ของเรานัดแนะว่า ถึงเวลาให้ลงมาบริเวณนี้ในเวลา ๑๐.๔๕ น. ของประเทศจีน แล้วปล่อยให้พวกเราแย่งกันขึ้นเขา เพราะว่าคนจีนแน่นไปหมด แล้วหนทางก็ค่อนข้างที่จะคับแคบ..!

"ท่านปิง" (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ เดินประกบป้องกันไม่ให้กระผม/อาตมภาพลื่นล้ม ด้วยความที่ว่าแม้จะเป็นทางซึ่งสร้างขึ้นจากการสกัดภูเขาเป็นบันได แต่การที่ผู้คนจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสนเดินกันอยู่ทุกวัน เป็นระยะเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว จึงทำให้พื้นซึ่งสกัดไว้หยาบ ๆ นั้น ตอนนี้ลื่นเป็นกระจก ถ้าพลาดเมื่อไร มีหวังร่วงแน่นอน..!

เมื่อขึ้นมาถึงสถานที่แห่งแรก ก็คือบริเวณ "รูปปั้นไฉเสินเหยีย" หรือที่บ้านเราเรียกว่า"ไฉ่ซิงเอี๊ย" ซึ่งนั่งอยู่บนหลังเสืออ้าปาก ในมือก็ถืออาวุธที่เรียกว่า "เจี้ยน" ของทางด้านประเทศจีน ลักษณะเป็นกระบองเหลี่ยม เหมือนอย่างกับเหล็กขูดชาร์ป เพียงแต่ว่าไม่มีคม น่าจะใช้สำหรับทุบด้วยกำลังอย่างเดียว..!

"ไฉ่ซิงเอี๊ย" หรือว่า "ไฉเสินเหยีย" ในภาษาจีนกลางนั้น ก็คือ "ท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณ" ที่เดินตามดูแลความปลอดภัยให้กับคณะของเรามาโดยตลอดนั่นเอง แต่มวลมหาประชาชนจีนเป็นร้อย ๆ ยึดพื้นที่บริเวณนั้นอยู่ ต่างคนต่างก็เอามือล้วงปากเสือจนสุดแขน เพื่อที่จะควานเอาโชคลาภใส่กระเป๋ากลับไป..!

กระผม/อาตมภาพไม่สามารถที่จะสู้กับคนจำนวนมากขนาดนั้นได้ จึงเดินเลยไปหน่อยหนึ่ง ซึ่งเป็นตำหนักของ "เยียนหลัวหวัง" ที่ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า "เงี่ยมล่ออ๋อง" หรือว่า "ท่านลุงพระยายมราช" ส่งจิตอธิษฐานขอให้ท่านอนุโมทนาบุญกุศล ที่กระผม/อาตมภาพได้ทำมาแล้วตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ ขอให้ท่านอนุโมทนาเป็นสักขีพยานด้วย แล้วก็หาทางที่จะเดินต่อขึ้นไปทางด้านบน "ท่านปิง"ซึ่งเคยมาแล้ว จึงได้ชี้ทางที่ถูกต้องให้ เนื่องเพราะว่าทางใหญ่ ๆ กว้าง ๆ นั้นมักจะนำไปหาร้านอาหาร และร้านขายสินค้าที่ระลึกเสียมากกว่า..!

พักใหญ่ต่อมา พวกเราซึ่งเดินแซงมวลมหาประชาชนจีนที่ค่อย ๆ ขึ้นกันทีละก้าว ก็มาถึงตำหนักของ "ตั่วเหล่าเอี๊ย" หรือว่า "ต้าเหล่าเหยีย"ในภาษาจีนกลาง ที่บ้านเราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เจ้าพ่อเสือ" บรรดาคนจีนไปจุดธูปอธิษฐานกันอยู่ ทำให้สิ่งสำคัญที่คนทั้งหลายพยายามที่จะมาให้ถึงและทำให้ได้ ก็คือการที่จะมาลูบรูปปั้นแกะสลักงูพันเต่า หรือว่าเต่าโดนงูรัดนั่นแหละ..! ซึ่งมีการลูบจนกระทั่งลื่นเป็นเงาวับเลย..! เพราะว่าต้องการที่จะมีความมั่นคง อายุยืนนานเหมือนอย่างกับเต่า แล้วให้มีความคล่องตัวเหมือนกับงู

กระผม/อาตมภาพฉวยโอกาสที่เหล่ามวลมหาประชาชนจีน กำลังสักการะท่านเจ้าพ่อเสือ มาลูบเสียจนกระทั่งพอใจ แต่รู้สึกว่าหนาวสะท้านไปหมด เนื่องเพราะว่าแกะสลักจากหินแกรนิตที่ตอนนี้เย็นเฉียบเลยทีเดียว..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า เมื่อวานนี้, 00:44
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,712 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

จากนั้นก็เดินแล้วเดินเล่าเฝ้าแต่เดินขึ้นสูงไปเรื่อย ๆ บางทีกระผม/อาตมภาพก็นึกเหมือนกันว่า "ตัวเราไม่มีอะไรจะขอ แล้วจะตะเกียกตะกายขึ้นมาทำไมวะ ?" เป็นเพราะว่าต้องการประสบการณ์ และสามารถเล่าให้คนอื่นฟังได้ว่าบนนี้มีอะไรบ้างกระมัง ?

เราผ่านสถานที่หลายต่อหลายแห่ง ซึ่งเปิดให้เป็นจุดชมวิว สามารถมองลงไปเห็น "ทะเลสาบเตียนฉือ" ซึ่งเป็นทะเลสาบสำคัญของเมืองคุนหมิงได้ และผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง มีทั้งศาลาจารึกกลอนคู่ในลักษณะคำอวยพร ตลอดจนกระทั่งบรรดาสิ่งสำคัญต่าง ๆ ที่คนจีนเขามาสักการะกัน

"ท่านปิง"ซึ่งถ่ายทั้งภาพนิ่งและบันทึกคลิปวิดีโอ ตามหลังมาประท้วงว่า "หลวงพ่อครับ น่าจะไปผิดทาง..!" กระผม/อาตมภาพยืนยันว่า "ไม่ผิดหรอก แผนที่ตรงนั้นบอกว่าถ้ำมังกรหลงเหมินต้องมาทางด้านนี้" "ท่านปิง"ต้องย้อนกลับไปบริเวณที่มีตัวหนังสือจีนอยู่ ใช้กูเกิ้ลทรานสเลตอ่านแล้วบอกว่า "มาทางด้านนี้จริง ๆ ครับ" กระผม/อาตมภาพจึงแซวว่า "ถ้าจำเป็นขึ้นมา ผมสามารถที่จะอ่านออกฟังออกได้ชั่วคราว..!" ทำเอาหัวเราะกันเป็นการใหญ่ "ท่านปิง"บอกว่า "ตามหลวงพ่อขึ้นเขา เหมือนอย่างกับผมเหาะได้เลย ถ้าให้มาเองก็คงจะไม่เร็วขนาดนี้..!"

เมื่อผ่านระเบียงแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดออกไปเห็นทะเลสาบเตียนฉืออย่างชัดเจน ทางด้านขวามือเป็นประตูสำหรับเข้าถ้ำมังกร ซึ่งก็คือสถานที่ซึ่งนักพรตท่านหนึ่ง ได้ทำการสกัดหินเป็นทางเดินเอาไว้ เห็นใจในความมานะพยายามของท่าน ที่ใช้เวลาถึง ๗๐ ปีในการสร้างสำนักเขาซีซานแห่งนี้ ด้วยการสกัดบันไดทางขึ้นมา จนกระทั่งถึงบริเวณนี้ยังสกัดภูเขาทั้งลูกเป็นอุโมงค์ และสกัดแบบเอื้อเฟื้อมาก ก็คือเปิดเป็นช่องหน้าต่างให้อากาศเข้ามาได้อีกด้วย..!

เพียงแต่ว่าทางเดินและอุโมงค์ที่สกัดด้วยสิ่วอย่างหยาบ ๆ นั้น โดนมือโดนเท้าของมวลมหาประชาชนจีนมาเป็นสิบเป็นร้อยปี ทำให้ลื่นไปหมด แล้วช่วงนี้เป็นช่วงเดินลงอีกด้วย กระผม/อาตมภาพจึงต้องระวังตัวอย่างเต็มที่ ไม่เช่นนั้นถ้าพลาด มีหวังได้ลงบันไดหลายร้อยขั้นเป็นขั้นเดียวอย่างแน่นอน..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:25
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า เมื่อวานนี้, 00:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,712 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ครั้นพ้นจากอุโมงค์ออกมาแล้ว ก็เป็นระเบียงแคบ ๆ ที่มองเห็น "ทะเลสาบเตียนฉือ" บริเวณนี้เป็นจุดสำคัญที่สุดซึ่งเขามาขอพรกัน โดยสร้างเป็นซุ้มประตูและมีการแกะสลักรูปพญามังกรเล่นแก้วอยู่ พวกเราทุกคนต้องลูบคลำไข่มุกมังกรให้ถึงจึงจะประสบความสำเร็จ ถ้าต้องการความสำเร็จอย่างแท้จริง ก็ให้มือขวาจับไข่มุกมังกร ส่วนมือซ้ายพยายามเอื้อมไปจับหางมังกรให้ได้..!

กระผม/อาตมภาพรอจนถึงคิวแล้ว อาศัยความสูง ๑๗๒ เซนติเมตรของตัวเอง สามารถที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสได้อย่างง่ายดาย ก็เลยนึกว่า "ถ้าเราอธิษฐานขอเรื่องใดก็น่าจะสำเร็จกระมัง ?"

เมื่อถ่ายรูปสถานที่กันเรียบร้อยแล้ว โดยที่กระผม/อาตมภาพพยายามที่จะเมิน "ศาลาเจ้าแม่กวนอิมประทานบุตร" เนื่องเพราะว่าลูกก็ไม่มี มีแต่บรรดาลูกศิษย์ ถ้าเพิ่มมากขึ้นก็มีแต่สร้างความเหน็ดเหนื่อยให้กับตัวเอง จึงพยายามเลี่ยงเสียให้ไกล..! เดินลัดเลาะลงมาทางด้านล่าง ปรากฏว่ามาออกตรงทางแยกซึ่งมีเจ้าหน้าที่ยืนขวางทางอยู่ ไม่ให้คนลัดขึ้นไปทางนี้ เนื่องจากง่ายเกินไป ต้องให้ปีนอ้อมภูเขาเสียเกือบทั้งลูกแล้วค่อยออกมาทางด้านนี้ทีหลัง..!

พวกเราลงมาจนถึงบริเวณร้านขายของที่ระลึก แล้วชวนกันไปยังห้องน้ำ พอเห็นบันไดอีก ๒๐ - ๓๐ ขั้น ที่ขึ้นไปห้องน้ำแล้ว กระผม/อาตมภาพ "ท่านปิง" "ท่านอาร์ต" (พระอัครพงศ์ ปญฺญวณฺโต) พระลูกวัดท่าขนุน ต่างคนต่างก็มองหน้ากันว่า นี่ถ้าปวดขนาดต้อง "เดินหนีบ" แล้ว ให้มาขึ้นบันได ๒๐ - ๓๐ ขั้นแบบนี้ ดูท่าจะไปไม่รอดอย่างแน่นอน..!

เมื่อเข้าห้องน้ำแล้วจึงเดินไปดูสินค้าที่ระลึก "ท่านปิง"หยิบของชิ้นหนึ่งขึ้นมา เจ้าของร้านบอกว่าเป็น "ผี่ซิว" ซึ่งบ้านเราเรียกว่า "ปี่เซียะ" นั่นเอง แต่เจ้าปี่เซียะตัวนี้น่าจะกินสมบัติเข้าไปมากเกินเหตุ อ้วนกลมจนแก้มเป็นซาลาเปาเลยทีเดียว..! ทำเอาหัวเราะกันเป็นการใหญ่ เห็นความน่ารักของปี่เซียะซึ่งแกะด้วยไม้ ก็เลยซื้อกันมาคนละ ๑ ตัว แล้วก็เดินต่อลงไปยังด้านล่าง ผ่านรูปปั้นงูพันเต่าซึ่งไม่มีใครอยู่แล้ว จัดการลูบคลำเสียจนพอใจอีกรอบหนึ่ง..!

จากนั้นก็ลงบันได้ด้วยความระมัดระวัง ทีละช่วง ทีละชั้น จนกระทั่งมาถึงหน้า "พระตำหนักเยียนหลัวหวัง" แล้วก็เดินต่อไปอีกหน่อยหนึ่ง เข้าคิวเพื่อไปล้วงปากเสือของ "ไฉเสินเหยีย" กระผม/อาตมภาพล้วงเอาใบละ ๑๐๐ หยวนขึ้นมา เนื่องเพราะคิดว่า "ถ้ามีการแลกเปลี่ยนน่าจะดีกว่า" เมื่อถึงคิวของตัวเอง ล้วงเข้าไปจนสุดแล้ว ก็วางใบละ ๑๐๐ หยวนไว้ที่นั่น อธิษฐานบอกท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณว่า "ขอบารมีท่านปู่เป็นที่พึ่ง ถ้ากระผม/อาตมภาพจะกระทำสิ่งหนึ่งประการใดเพื่อพระพุทธศาสนา ขอให้มีเงินมีทอง สามารถทำได้โดยไม่ติดขัดด้วยเถิด" แล้วทิ้งธนบัตรใบละ ๑๐๐ หยวนเอาไว้ในนั้น
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : เมื่อวานนี้ เมื่อ 17:27
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า เมื่อวานนี้, 00:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,712 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

หันกลับมาอีกที ปรากฏว่า "ท่านปิง" ที่ยืนติดหลังอยู่ ถือเอาธนบัตรใบละ ๑๐๐ บาทของไทย สอดเข้าไปในปากเสือ แล้วล้วงเอาใบละ ๑๐๐ หยวนของกระผม/อาตมภาพติดมือมาเป็นโชคลาภของตนเอง "ท่านอาร์ต"ก็ทำตาม ต่อด้วย "ครูบาพันแสน" (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงราย และรักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง

เมื่อพวกเราทำเสร็จแล้วจึงเห็นว่า คนจีนเขาไม่ได้ควักกระเป๋าแลกเปลี่ยนเหมือนกับพวกเรา หากแต่ล้วงเข้าไป ดึงเอาเงินที่พวกเราใส่ไว้ออกมาหน้าตาเฉย..! รู้สึกว่าทำแบบนี้แล้ว ถ้าท่านสงเคราะห์ได้จริง ๆ ก็คงไม่สงเคราะห์บุคคลประเภทโลภมากนี้อย่างแน่นอน..!

พวกเราเดินกลับออกมาถึง "ซุ้มประตูมังกร" กระผม/อาตมภาพนั่งส่งงานอยู่บริเวณที่รถแบตเตอรี่จอดอยู่พักใหญ่ "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร "ครูบาไอซ์" (พระนิชวัชญ์ ญาณวิสุทฺโธ) วัดเมืองขอน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ก็ตามมาถึง กำลังส่งงานอยู่ เสียง "แม่หญิงเปิ้ล" ก็ดังมาว่า "นิมนต์หลวงพ่อไปนั่งที่ร้านกาแฟดีกว่าเจ้าค่ะ ทางด้านโน้นไม่หนาวเหมือนกับตรงนี้"

พวกเราก็เลยชักแถวตามกันไป แล้วเห็นว่ามีญาติโยมที่ทยอยกันลงมาแล้ว ๕ - ๖ คนด้วยกัน ส่วนที่เหลือยังคงยักแย่ยักยันอยู่ข้างบนว่า "เมื่อไรจะเดินถึงประตูมังกรเสียที ?" พวกเราเข้าไปยังร้านกาแฟซึ่งมีเตาผิงอยู่ด้วย ทำให้รู้สึกว่าอบอุ่นขึ้นมามาก หลายต่อหลายท่านก็สั่งกาแฟและขนมเค้ก มีญาติโยมแย่งกันเลี้ยงจนสับสนไปหมด..! กระผม/อาตมภาพขอแค่น้ำชาร้อนอย่างเดียว แต่เมื่อเขาเอามาส่งกลายเป็นน้ำชาร้อนใส่ขิง ซึ่งซอยขิงแก่สด ๆ ใส่ลงไปกำใหญ่ ทำเอาซดเข้าไปแล้วร้อนฉ่าไปทั้งตัว..!

เมื่อพวกเรามากันครบครัน สั่งขนมกินกันจนทางร้านอยากให้ลูกค้าแบบนี้มาเยอะ ๆ จนเวลาเที่ยงตรงก็กลับมาขึ้นรถบัสของทางอุทยาน วิ่งสวนบรรดามวลมหาประชาชนจีนที่เดินขึ้นมาอย่างคลาคล่ำ และที่กำลังเดินลงไปอีกเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งมาถึงบริเวณหน้าสำนักขายตั๋ว พวกเราลงกันที่ตรงนี้ แล้วก็เดินไปยังรถบัสของเราที่ลานจอดรถ

เมื่อเช็คจำนวนครบถ้วนแล้ว ก็วิ่งผ่าเมืองตรงไปยังทะเลสาบเตียนฉือ "แม่หญิงเปิ้ล" และ "คุณน้ำทิพย์" บอกว่า จะพาไปเลี้ยงนกนางนวลปากแดง ซึ่งอพยพหนีหนาวมาจากไซบีเรีย ลงมาหาความอบอุ่นที่นี่ มีจำนวนมากเป็นพัน ๆ ตัวเลยทีเดียว..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:39
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 22 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:03
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,712 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พวกเราฝ่ารถติดไปเป็นระยะทางไม่ใช่น้อย ๆ จนกระทั่งมาถึง "ทะเลสาบเตียนฉือ" แต่ความจริงเป็นมุมหนึ่งของทะเลสาบเท่านั้น ลงจากรถแล้วต้องเดินข้ามถนนไป ประเทศจีนนี้มีอันตรายก็คือ ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ใช้จักรยานไฟฟ้ากันมากมาย และเจ้าพวกนี้สุ้มเสียงเงียบมาก ถ้าไม่บีบแตรเสียอย่างเดียว วิ่งมาติดตัวแล้วเรายังไม่รู้ตัวเลย..! เวลาข้ามถนนจึงต้องหูไวตาไว

เมื่อเดินขึ้นไปถึงลานสาธารณะทางด้านบน นัดแนะกันว่าเวลาบ่ายโมงครึ่งของเมืองจีนให้มารวมกันอยู่บริเวณนี้ แล้วก็ปล่อยฟรีสไตล์ ให้พวกเราไปเลี้ยงนกนางนวล หรือว่าถ่ายรูปตามอัธยาศัย กระผม/อาตมภาพพาพวกเราไปถ่ายรูป ตรงที่เขาปั้นเป็นรูปนกนางนวลกำลังเหินบินแล้ว ก็เดินมาเพื่อที่จะหาซื้อสิ่งของเลี้ยงนกนางนวล ปรากฏว่า "หมอมุก" (แพทย์หญิงรุจิรา งามพฤกษ์วานิชย์) ส่งขนมปังชิ้นใหญ่มาให้

เมื่อเดินไปยืนรออยู่พักหนึ่งก็ต้องนั่งเซ็ง เพราะว่านกนางนวลที่กำลังมานั้น โดนบรรดาเจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดทะเลสาบเตียนฉือ ที่ใช้เรือแบตเตอรี่มาไล่เก็บขยะอยู่ทางด้านล่าง ไล่หนีไปโดยปริยาย พวกเราเดินตามไปเท่าไร เจ้านกก็หนีไปไกลเท่านั้น เพราะว่าเรือของเจ้าหน้าที่ ๒ ลำ ๓ ลำ วิ่งตามกันไป กระผม/อาตมภาพก็เลยใช้วิธีฉีกขนมปังเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วโยนขึ้นกลางอากาศ แต่ว่าเจ้าพวกนกก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้ นอกจากรอให้ตกน้ำก่อนแล้วค่อยตามลงไปกิน..!

เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว เพราะว่าสิ่งของที่ระลึกซึ่งทำเป็นตุ๊กตารูปนกนางนวลนั้น ดูไม่น่ารักเสียเลย จึงได้เดินกลับไปยังลานจอดรถด้านข้าง "บริษัทต้าหงถ่า" ซึ่งเป็นบริษัทผลิตบุหรี่รายใหญ่มากของประเทศจีน อาคารสำนักงานใหญ่โตมหึมา พอ ๆ กับมหาศาลาประชาชนที่กรุงปักกิ่งเลยทีเดียว..! แต่ก็ดีตรงที่ว่าทางบริษัทนั้นทำห้องน้ำสาธารณะเอาไว้ให้ พวกเราจึงแวะเข้าไปเพื่อที่จะใช้บริการกันทุกคน..!

เมื่อขึ้นรถมาจนครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว โชเฟอร์ผู้มีโลกส่วนตัวสูงก็พาพวกเราวิ่งไปยังร้านอาหารกลางวัน ด้วยความที่รถในเมืองค่อนข้างจะติดมาก และสถานที่จอดก็ไม่มี คันไหนจอดนานเกิน ๕ นาที ถ้าเป็นรถโดยสารก็จะโดนปรับทันที..! พวกเราจึงต้องรีบลงและเข้าไปยังภัตตาคารไม่ทราบชื่อ ที่เจ้าหน้าที่ ๕ - ๖ คน มายืนรอคณะของพวกเราอยู่แล้ว

อาหารวันนี้มีสิ่งพิเศษก็คือ "เป็ดอวี้เหลียนย่าง" ที่มีชื่อเสียงมากของเมืองคุนหมิง เห็นว่าพยายามท้าชิงตำแหน่งกับเป็ดปักกิ่งอยู่ แต่กระผม/อาตมภาพฉันแล้วก็รู้สึกว่า "งั้น ๆ เอง" เมื่ออิ่มแล้วก็ออกมาเดินดูฟ้าดูดินทางด้านนอก เห็นป้ายภาษาจีนของชื่อภัตตาคารก็อ่านไม่ออก จึงขึ้นไปนั่งรออยู่บนรถที่ค่อนข้างจะอุ่นกว่ามาก
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : เมื่อวานนี้ เมื่อ 17:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:08
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,712 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อพวกเราอิ่มกันเรียบร้อยแล้ว เป็นเวลาประมาณบ่าย ๓ โมงของเมืองจีน โชเฟอร์พาพวกเรามายัง "บริษัทเทียนกงกวน" ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสินค้าจากหยก จำหน่ายหยก ทำเอากระผม/อาตมภาพงงมากว่า "มาได้อย่างไรวะ ?" เพราะว่าในโปรแกรมทัวร์ไม่มี มารู้ทีหลังว่าทางบริษัทนี้พยายามประสานงานกับบรรดาบริษัททัวร์ต่าง ๆ ในการแนะนำสินค้าให้กับนักท่องเที่ยว เป็นการเผยแพร่ไปในตัว มีพนักงานหญิงมาต้อนรับ พูดไทยแบบไม่ชัดแต่ก็รู้เรื่อง แนะนำพวกเราว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทในการผลิตสินค้าทำจากหยกและจำหน่ายหยก ซ้ำยังเป็นตัวแทนในการจำหน่ายสินค้าอื่น ๆ อย่างเช่นครีมบำรุงผิวอีกด้วย..!

เมื่อพาพวกเราเข้าไปนั่งในบริเวณห้องประชุมแล้ว สาวน้อยก็แนะนำวิธีการดูหยกจริงหยกปลอมให้ กระผม/อาตมภาพที่ดูเป็นตั้งแต่แรกแล้ว จึงพยายามที่จะถ่ายรูป แต่ว่ายายหนูซึ่งไม่ได้แนะนำตัว เพราะว่าไม่รู้มารยาทไทย นอกจากพูดจ๋อย ๆ อยู่รีบห้ามเอาไว้ บอกว่า "ในที่นี้ห้ามถ่ายรูปทั้งหมด" อาจจะเป็นเพราะว่า สิ่งของแต่ละชิ้นล้วนแล้วแต่ราคาสูงทั้งสิ้น..!

ยังไม่ทันไรก็มีหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างกระฉับกระเฉงมาก เข้ามาถึงก็นมัสการพระแล้วทักทายทุกคน บอกว่าเป็นเจ้าของบริษัทนี้ ชื่อว่า"มีนา" บ้านอยู่ปทุมธานี มีแม่เป็นคนไทย มีพ่อเป็นคนจีน จึงมาทำการเปิดบริษัททำธุรกิจอยู่ที่นี่ พวกเรานับว่าเป็นแขกพิเศษที่แวะเข้ามา โดยเฉพาะมีพระภิกษุสงฆ์มาถึง ๖ รูป อย่างไรเสียก็ต้องสวดมนต์อวยพรให้กับบริษัทของเขาในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่จีน ก็คือวันตรุษจีนด้วย ทำเอาพวกเราฮากันลั่น..!

จากนั้น "คุณมีนา" ก็พาพวกเราไปดูสินค้าเกรดพรีเมี่ยมของบริษัทเทียนกงกวน โดยที่แนะนำว่าถ้าหากว่าเป็นหยกจีนแท้ที่เรียกว่าหยกเกรด A นั้น หาได้ยากมากแล้ว ส่วนมากก็หมดไปตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะว่ามีแหล่งผลิตใหญ่อยู่ที่มณฑลซินเจียงเท่านั้น หยกในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นหินหยกจากอำเภอหรือว่ามณฑลอื่น ๆ ตลอดจนกระทั่งหยกพม่า แล้วแนะนำสินค้าอื่น ๆ ให้กับพวกเรา โดยที่ลดแล้วลดอีก

โดยเฉพาะนำเอาจี้ห้อยคอหยก ซึ่งมีสีค่อนข้างจะสดใส ก็คืออยู่ในลักษณะขาวแวววาวมาก มาถวายให้กับพระรูปละ ๑ ชิ้น บอกว่า "ขอถวายเป็นของขวัญปีใหม่" กระผม/อาตมภาพจึงพาทุกรูป เจริญบทมงคลจักรวาลน้อยเพื่ออวยพรให้ แล้วเขาก็แนะนำสินค้าอื่น ๆ โดยที่บอกว่า จะลดให้ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ พวกเราได้ยินแล้วทำตาโต..!

แต่กระผม/อาตมภาพเห็นว่าของแต่ละชิ้นราคาแพงมาก ต่ำ ๆ ก็ ๑๖,๘๐๐ หยวนขึ้นไป..! ก็เลยไม่สามารถที่จะจ่ายเงินเพื่อสินค้าแพงขนาดนี้ได้ เดินวนลงมาทางด้านล่าง ยืนคุยกันที่บริเวณซุ้มประตูบริษัท สักครู่หนึ่ง "ครูบาไอซ์" ที่ซื้อสินค้าที่เป็นหยกมาชิ้นหนึ่ง ลงมาถึงก็บอกว่าจะมอบให้กับเจ้าภาพกฐินปีนี้ของวัดเมืองขอน ซึ่งประกันยอดไว้ที่ ๘ แสนบาท..! พวกเราทั้งหลายพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ทำถูกแล้ว" จากนั้นก็ออกมาขึ้นรถบัสที่ "แม่หญิงเปิ้ล" เรียกให้พวกเรา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:12
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,712 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อรถบัสรับเราแล้ว ก็ต้องไปจอดแอบอยู่ที่บริเวณลานจอดรถที่อยู่ไม่ไกลนัก รอจนกระทั่งคนอื่น ๆ หมดธุระในการละลายทรัพย์แล้ว จึงโทรเรียกโชเฟอร์ขับรถกลับเข้าไปรับที่หน้าบริษัทอีกทีหนึ่ง ตอนแรกก็นึกว่าจบรายการกันแค่นี้ ที่ไหนได้ "แม่หญิงเปิ้ล"บอกว่า ให้ไปเก็บรายการช็อปปิ้งที่บริเวณ "ประตูม้าทอง - ไก่หยก" เสียก่อน พรุ่งนี้เราต้องเดินทางกลับ จะได้ไม่ฉุกละหุกมาก การซื้อของถ้าหากว่าฉุกละหุกแล้วก็จะไม่มีความสุขเลย

พวกเราจึงเดินทางมาถึงบริเวณประตูม้าทอง - ไก่หยก ซึ่งเป็นบริเวณของประตูเมืองคุนหมิงโบราณ เป็นเวลาประมาณ ๕ โมงเย็นแล้ว "ลูกกิฟท์" (นางสาวอันตรา ลักษณะ) เจ้าของบริษัทเติมเต็มทราเวล ถามว่า "หลวงตาจะหาซื้อของอะไรไหมเจ้าคะ ?" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ไม่มี..ถ่ายรูปเสร็จก็กลับได้เลย" อีกฝ่ายจึงบอกว่า "ถ้าอย่างนั้นหนูจะให้เวลานักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ๒ ชั่วโมงในการช็อปปิ้ง ส่วนหลวงพ่อถ้าหากว่าถ่ายรูปและเดินดูสินค้าเสร็จแล้วให้แจ้งมา หนูจะเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่โรงแรมก่อน"

เมื่อพวกเรารอจนมวลมหาประชาชนจีนซาลงแล้ว ก็ถ่ายรูปเดี่ยว รูปหมู่ กับประตูม้าทอง - ไก่หยกกันตามอัธยาศัย แล้ว "แม่หญิงเปิ้ล" เห็นว่าไม่มีกิจกรรมอะไรให้พระทำ เพราะว่าคนอื่นแห่กันข้ามถนนไปช็อปปิ้งละลายทรัพย์กันแล้ว จึงได้นำกระผม/อาตมภาพและบรรดาพระภิกษุสงฆ์ เดินเข้าไปชมสินค้าบริเวณเมืองเก่าคุนหมิง ซึ่งสินค้าก็หน้าตาคล้าย ๆ กับที่อื่นทุกที่นั่นเอง เพียงแต่ที่นี่มีบรรดาช่างเงินช่างทอง มาหลอมโลหะผลิตสินค้าของตนเองให้ดูด้วย

เมื่อใกล้ ๖ โมงเย็น กระผม/อาตมภาพก็นำทุกคนเดินวนออกมาด้านนอก แล้วข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง เพราะว่ารถแท็กซี่อยู่ฝั่งนั้น รถแท็กซี่ของจีนบังคับเลยว่า ให้นั่งหน้า ๑ คน นั่งหลังไม่เกิน ๓ คน และต้องเป็นรถไฟฟ้าเท่านั้น "คุณน้ำทิพย์" จัดแจงสั่งเสียโชเฟอร์ว่าให้ไปส่งพวกเราที่ไหน ? แล้วก็สแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินให้ โชเฟอร์พาฝ่ารถติดมาจนกระทั่งถึงโรงแรมวีนัส อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล ก็เป็นเวลา ๖ โมงครึ่งแล้ว บริเวณหน้าโรงแรมตอนนี้โดนแผงลอยต่าง ๆ ยึดไปเป็นที่จำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะผลไม้ต่าง ๆ เต็มไปหมด..!

กระผม/อาตมภาพรับฟังนัดของพรุ่งนี้ว่าจะต้องตื่นกี่โมง ? ฉันเช้ากี่โมง ? เดินทางกี่โมง ? แล้วก็กลับขึ้นไปยังห้องพักของตนเอง จัดการสรงน้ำร้อนผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำการส่งงานทุกอย่างเสร็จสิ้น แล้วอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุต่าง ๆ ที่ซื้อหามาของวันนี้ ปรากฏว่า "หลวงปู่ไห่ทง" ซึ่งเป็นผู้คอยดูแลการเดินทางของเราครั้งนี้ เมื่อบอกท่านว่า "รบกวนหลวงปู่เสกให้ด้วยครับ" เพราะว่าท่านเป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีมาเพื่อความเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงขนาดมีฉัพพรรณรังสี ๒ สายแล้ว ก็คือสีเหลืองกับสีเขียว

หลวงปู่ท่านทำหน้าเมื่อย บอกว่า "ให้ไปทุบอิฐ ให้ไปแบกหิน หรือเป็นงานกรรมกรจะถนัดกว่า..!" ว่าแล้วท่านก็เชิญ "พระสมันตภัทรโพธิสัตว์" ทรงช้าง ๔ งามาอย่างสง่างาม รัศมีสว่างไสวมาก แล้วบอกว่า "ให้ "ท่านผู่สัก" เป็นผู้ช่วยเสกให้ก็แล้วกัน" กระผม/อาตมภาพเห็นเช่นนั้นก็สบายใจ เพราะว่าพระโพธิสัตว์นั้น หลายอย่างถ้าหากว่าท่านตั้งใจจะช่วย ท่านก็ช่วยถึงระดับฝืนกฎของกรรมเลยทีเดียว..! จึงส่งใจไปดูท่านเสกสิ่งของ จนร่างกายหลับไปตอนไหนไม่รู้ ?!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : เมื่อวานนี้ เมื่อ 17:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:20



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว