กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ปี ๒๕๖๙ > เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙

Notices

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 17-01-2026, 07:36
ตัวเล็ก's Avatar
ตัวเล็ก ตัวเล็ก is offline
กรรมการเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 11,661
ได้ให้อนุโมทนา: 228,020
ได้รับอนุโมทนา 832,639 ครั้ง ใน 41,129 โพสต์
ตัวเล็ก is on a distinguished road
Default เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๙

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๙


__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด
(-/\-) (-/\-) (-/\-)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 18-01-2026, 00:51
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,766 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรมวีนัส อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล อยู่ที่ ๕ องศาเซลเซียส ตามคำพยากรณ์ว่าจะลดลงไปอีก ๑ องศาเซลเซียส

เมื่อวานนี้ที่โรงแรม ลี่เจียง อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล เมืองเก่าลี่เจียงนั้น พวกเราต้องรีบร้อนตาลีตาเหลือกเหมือนเดิม เนื่องเพราะว่าปลุกกันตั้งแต่ตี ๕ รับประทานอาหารตอน ๖ โมงเช้า แล้ว ๗ โมงต้องเร่งรีบเดินทางไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงลี่เจียง แต่ปรากฏว่าคณะของเรานั้น สามารถทำทุกอย่างได้ตามที่ "คุณน้ำทิพย์" และ "แม่หญิงเปิ้ล" ซึ่งเป็นไกด์ประจำคณะแนะนำให้ทุกประการ ต้องขอเจริญพรขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง เนื่องเพราะว่าหลายท่านนั้นก็อายุกาลผ่านวัยใกล้เคียงกับกระผม/อาตมภาพเลยทีเดียว..!

เมื่อพวกเราฝ่าความหนาว - ๒ องศาเซลเซียสมาถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงลี่เจียง ต้องสแกนพาสปอร์ตเข้าไปรอข้างใน ครั้นมองไปที่ป้ายที่แสดงว่ารถไฟแต่ละเที่ยวมาเวลาเท่าไร ? และต้องรอขึ้นที่ประตูไหน ? ปรากฏว่าป้ายใหญ่ข้างนอกแจ้งว่าเป็นประตู ๑ ป้ายเล็กด้านในแจ้งว่าเป็นประตู ๒ ทำเอางงกันอยู่พักใหญ่ แต่ว่าผู้คนก็แน่นไปหมด ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ฟ้ายังไม่ทันจะสว่างดี


"คุณน้ำทิพย์" ส่งพาสปอร์ตคืนให้พวกเราแต่ละคน สแกนผ่านเข้าไปทางด้านในเพื่อขึ้นรถไฟ แล้วมีการตะเกียกตะกายขึ้นฟ้า ก็คือขึ้นบันไดเลื่อน แต่กระผม/อาตมภาพนั้นใช้วิธีเดินตามบันไดปกติ ไปถึงรถไฟมาจอดรอพวกเราอยู่แล้ว เนื่องเพราะว่าการสแกนบัตรเพื่อผ่านประตูเข้าไปนั้น มีประชาชนจำนวนหลายร้อยคนต่อคิวกันยาวเหยียด จึงทำให้ล่าช้า แต่ก็ยังดีว่ารถยังจอดรออยู่

พวกเราขึ้นมาตู้ที่ ๖ ครั้นหาที่นั่งและวางสิ่งของได้แล้ว กระผม/อาตมภาพก็หลับตาภาวนา ส่งกำลังใจไปยังเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย ที่รักษาตลอดเส้นทางที่เดินทางในวันหนึ่งคืนหนึ่งนี้ ขอให้ทุกท่านอนุโมทนาส่วนกุศลใน ศีล สมาธิ ปัญญา ที่กระผม/อาตมภาพกระทำมาตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ และขอให้ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับคณะของพวกเราทุกคนด้วย

"แม่หญิงเปิ้ล"แจ้งว่าเราจะใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง ก็คือจะไปถึงเมืองคุนหมิงในเวลาเที่ยง ซึ่งตอนนั้นรถบัสที่ขนกระเป๋าของพวกเราไปให้ยังโรงแรมที่พักนั้นยังไปไม่ถึง พวกเราที่มานี้ถือว่าเป็นคณะที่ "พรีเมี่ยม" สุด ๆ เพราะว่าไม่ต้องแบกไม่ต้องขนกระเป๋าด้วยตนเอง ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องไปตบตีแย่งชิงกับบรรดามวลมหาประชาชนจีน ที่ต่างก็แบกกระเป๋ากันพะรุงพะรังขึ้นรถไฟมา ถึงเวลาขาลงก็จะทำให้ล่าช้า เพราะว่ากระเป๋าหลายใบใหญ่กว่าตัวเสียอีก..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 17:38
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 18-01-2026, 01:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,766 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ครั้นภาวนาไปได้ครู่หนึ่ง กระผม/อาตมภาพที่หนาวจนมือเท้าชา ก็รู้สึกว่ามือเท้าหายชา ถึงได้รู้ว่าทางรถไฟนั้นทำการเปิดฮีตเตอร์ให้ โดยที่อยู่ใต้ที่นั่งบริเวณใกล้ ๆ ปลายเท้าเลยทีเดียว จึงต้องถอดถุงมือ ตลอดจนกระทั่งหมวก และผ้าปลอกคอออกเสียก่อน ส่วน "ท่านปิง" (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เวฬุวัน เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการนั้น เห็นเดินเข้าเดินออกห้องน้ำเสียหลายรอบ ก็คือค่อย ๆ ไปลอกออกทีละชั้นตามระดับอุณหภูมิที่สูงขึ้น..!

เมื่อรถไฟวิ่งส่วนใหญ่ก็จะมุดเข้าอุโมงค์เป็นระยะ ๆ ไปตลอดเวลา จนพวกเรามั่นใจแล้วว่า ถ้ามาเมืองจีน ไม่มีวันไหนที่ไม่ต้องเข้าอุโมงค์ และไม่มีวันไหนที่ไม่ต้องเดินกันไกล ๆ เมื่อเสร็จธุระทั้งภายในและภายนอกแล้ว พวกเราก็พูดคุยกันสารพัดเรื่อง บางเรื่องก็ส่งเสียงเฮฮาหัวเราะ จนบรรดาคนจีนหันมามองว่า "ขำอะไรกันนักหนา ?" บนรถไฟยังอุตส่าห์มีคนมาเสนอขายสินค้าเป็นระยะ ๆ คาดว่าจะต้องเป็นบุคคลที่มีเส้นสายดีทีเดียว ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถที่จะมาจำหน่ายสินค้าบนรถไฟด่วนแบบนี้ได้

เวลาเที่ยงตรง พวกเรามาลงรถไฟที่ "สถานีรถไฟคุนหมิงใน" ก็คือคนละสถานีกับ "สถานีคุนหมิงใต้" ที่เราขึ้นไปครั้งก่อน แล้วต้องขึ้นฟ้าลงดินไปหลายต่อหลายรอบ มีทั้งการสแกนพาสปอร์ต สแกนกระเป๋าแล้ว ยังต้องเดินผ่านสถานีรถไฟใต้ดินด้วย มุดขึ้นมาถึงเบื้องบน พวกเราก็เดินต่อไปบริเวณที่รถบัสจอดรออยู่ ทางด้านเมืองคุนหมิงนี้ การจราจรเข้มงวดมาก รถจอดรับผู้โดยสารไม่สามารถจะจอดแช่เกิน ๕ นาที เนื่องเพราะว่าทุกคันต่างมีสัญญาณติดตามรถ ถ้าเกิน ๕ นาทีเมื่อไร จะมีข้อความแจ้งมาภายในโทรศัพท์ของคนขับ และหักเงินค่าปรับจากระบบไปทันที..!

พวกเราขึ้นรถมาพร้อมแล้วก็วิ่งตรงไปยังร้านอาหาร "คุณน้ำทิพย์" ชมเชยว่าคณะของเราเป็นคนไทยคณะเดียว ที่สามารถแย่งชิงกับคนจีนได้ เพราะว่าเดินเร็วเท่าไรก็สามารถที่จะเดินตามได้ทัน คณะอื่น ๆ ถ้า "คุณน้ำทิพย์" เดินเร็ว ก็จะมีการบ่นการว่า ถ้าเร่งให้เร็วก็โดนด่าอีกด้วย..!

มาถึง "ร้านสุกี้รวมเห็ด" ชื่อดังของเมืองคุนหมิง พวกเราต้องรอคิวกันอยู่พักใหญ่ เนื่องเพราะว่ามีคนรอขึ้นลิฟท์แก้วเพื่อไปยังห้องอาหารชั้น ๖ กันค่อนข้างมาก ครั้นโผล่ออกมา พวกเราเห็นโต๊ะที่เขาจัดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว พนักงานเริ่มปรุงบรรดาอาหารต่าง ๆ ซึ่งมีเห็ดเป็นหลักถึง ๒๐ กว่าชนิด..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 15:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 18-01-2026, 01:04
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,766 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

"แม่หญิงเปิ้ล" ประกาศอย่างชัดเจนว่า ต้องรอเขาปรุงจนให้สัญญาณว่ากินได้ ถึงจะลงมือได้ เพราะว่าเห็ดหลายต่อหลายอย่างนั้น พอรวมกันแล้วจะมีพิษ..! ต้องให้ความร้อนถึงระดับจึงสามารถที่จะกินได้ โดยที่ไม่เกิดอาการพิษกำเริบ จึงต้องมีพนักงานคอยตักฟองอาหารออกจากหม้อร้อนใบใหญ่ แล้วก็ใส่โน่นใส่นี่ลงไป กว่าที่จะให้สัญญาณพวกเราฉันได้ก็รอกัน "เงก" ไปเลย..!

กระผม/อาตมภาพตักมาคนเดียว ๒ ถ้วย เพราะว่าขี้เกียจรอให้น้ำซุปเย็นลง ถ้าฉันถ้วยที่ ๑ หมด ถ้วยที่ ๒ ก็ยกซดได้พอดี อาหารของเขาที่ประกอบด้วยเห็ด ถือว่ารสชาติใช้ได้ แต่กระผม/อาตมภาพเป็นคนที่ฉันอะไรก็ไม่เติม เพราะถือคติว่า "ถ้าเติมแล้วอร่อย ก็คือเราทำเอง" ไม่ใช่อร่อยจากอาหารทางร้านของเขา..!

เมื่ออิ่มแล้วจึงได้ไปเข้าห้องน้ำ แล้วลงลิฟท์แก้วมาคนเดียว ครั้นลงมาถึงด้านล่าง นั่งอยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าเริ่มหนาวจึงไปเดินออกกำลังกาย เจอ "อาอี๋" ท่านหนึ่ง มายืนขายของอยู่ทางด้านท้ายรถบัสของพวกเรา เป็นเครื่องรางนำโชคประมาณสิงโตเฝ้าทรัพย์ แล้วก็พวกชิ้นงานต่าง ๆ มีรูปพระสังกัจจายน์ เป็นต้น พอจับต้องดูแล้วก็ยังทึ่งว่า "อาอี๋" แกขายของแท้โว้ย..! ปกติแล้วเห็นมีแต่ทำด้วยเรซิ่น นี่เป็นหินหยกแท้ ๆ เลย แกบอกว่าชิ้นละ ๘๐ หยวน โดยใช้ภาษาจีนว่า "ปาสือไคว่" กระผม/อาตมภาพบอกว่า ต้องรอคณะก่อนแล้วถึงจะมาซื้อ แกก็ทำหน้างง ๆ

ครั้นเมื่อพวกเราทั้งหลายมาถึงกันแล้ว กระผม/อาตมภาพก็พาไปรุมล้อม "อาอี๋" ต่อราคากันเป็นการใหญ่ จากชิ้นละ ๘๐ หยวนก็กลายเป็น ๒ ชิ้น ๑๕๐ หยวน ได้ยินว่าท้าย ๆ แล้ว ๒ ชิ้น ๑๐๐ หยวนแกก็ขายให้ ขึ้นอยู่กับฝีมือและความใจเย็นว่าใครจะต่อได้เท่าไร แต่กระผม/อาตมภาพนั้นถือว่า "ถ้าซื้อก็คือเป็นราคาที่ตนเองพอใจ" และโดยเฉพาะเผลอไปทำพลาดให้สิงโตเฝ้าทรัพย์ตก จนเหรียญทองที่แกะสลักอยู่ภายใต้ตัวสิงโตนั้นบิ่นไปมุมหนึ่ง..! ก็ยิ่งมั่นใจว่านี่เป็นหินหยกแท้แน่นอน เนื่องเพราะว่าถ้าเป็นเรซิ่นแล้ว ตกด้วยความสูงแค่นี้ โอกาสที่จะบิ่นนั้นมีน้อยมาก

พลขับซึ่งเป็นบุคคลที่เราจ้างมาต่างหากเฉพาะในเมืองคุนหมิง พาพวกเราวิ่งตรงไปนอกเมือง ซึ่งห่างออกไปประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ต้องผ่านด่านทางด่วนขึ้นไป จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เรียกว่า "สือหลิน" หรือว่า "ป่าหินล้านปี" จอดส่งพวกเราแล้ว ก็ต้องรีบวนรถไปจอดยังลานที่เขากำหนดเอาไว้ ไม่สามารถที่จะแช่อ้อยอิ่งอยู่ได้..!

พวกเราลงจากรถแล้ว ก็เดินตาม "คุณน้ำทิพย์" ตรงเข้าไปยังอาคารหลัก โดยที่แยกไปเข้าห้องน้ำทางขวามือกันหลายต่อหลายคน รวมทั้งกระผม/อาตมภาพ ส่วนที่ชอบใจที่สุดก็คือภายในห้องน้ำทุกห้องมีจอโทรทัศน์ขนาดจอบนเครื่องบิน ให้ดูข่าวคราว ตลอดจนกระทั่งเนื้อหาเรื่องราวของป่าหินล้านปีแห่งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศจีนอีกด้วย..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 16:00
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 18-01-2026, 01:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,766 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อออกมาแล้ว รอจน "คุณน้ำทิพย์" ซื้อตั๋วได้ครบ พวกเราก็มาสแกนกระเป๋า สแกนตั๋ว เพื่อที่จะขึ้นรถแบตเตอรี่ มุ่งตรงเข้าไปยังด้านใน โดยที่กระผม/อาตมภาพไม่สามารถที่จะถ่ายรูป "มนุษย์อินทรีย์แบกโลก" ได้ทัน เพราะว่านั่งอยู่คนละฝั่งกัน จึงหมายมั่นปั้นมือว่าขาออกจะต้องถ่ายรูปให้ได้..!

พวกเราลงจากรถแล้ว ยังต้องเดินเป็นระยะทางที่ค่อนข้างจะไกล ครั้นมาถึงบริเวณด้านหน้าปากทางเข้าที่เขาตกแต่งสถานที่เอาไว้ วึ่งอยู่ในด้านย้อนแสงพอดี แต่พวกเราก็พยายามถ่ายรูปหมู่กัน เสร็จแล้วถึงได้เห็นว่าเขาตกแต่งสองด้านเหมือนกัน พวกเราดันไปถ่ายด้านย้อนแสง ก็เลยออกอาการ "หน้ามืด" กันเกือบทุกคน..!

เมื่อถ่ายรูปเสร็จก็ต้องเดินเข้าไปด้านใน ผ่านสะพานที่ค่อนข้างจะยาวเหยียด ทอดข้ามสระน้ำที่ขุดด้วยแรงงานมนุษย์ เข้าไปถึงด้านในมีป้ายหินแสดงถึงความเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ พวกเราจึงได้ถ่ายรูปหมู่กันตรงนี้อีกรูปหนึ่ง แล้วเลี้ยวไปทางขวามือ ซึ่งมีจุดที่เขาตกแต่งเอาไว้สวย ๆ สำหรับถ่ายรูป

โดยเฉพาะมีรูปของผู้หญิงชาวเขา ซึ่งใส่หมวกลักษณะมีเขาสองอัน "ไกด์ไก่" (นายฐนชล ทิมแสง) บอกว่าเป็นชาวเขาที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ถ้ามีสองเขาแปลว่ายังเป็นสาวโสดอยู่ ถ้าหากว่าเหลือเขาเดียวก็คือมีผู้จองแล้ว ถ้าหากว่าไม่เหลือสักเขาเลย ก็เป็นแม่บ้านของใครสักคนหนึ่ง คือแต่งงานไปแล้ว..!

ผู้ชายถ้าหากว่าชอบใจผู้หญิงที่มีสองเขาอยู่ สามารถที่จะจับเขาแล้วก็ลากไปหาพ่อแม่ของเธอได้เลย พ่อแม่ของเธอก็จะทดสอบว่าสามารถเลี้ยงลูกสาวได้จริงหรือเปล่า ? โดยการที่ต้องไปใช้แรงงานทำนาให้พ่อแม่สาวเป็นเวลา ๓ ปี ถ้าพ่อแม่พอใจถึงจะยกลูกสาวให้ ในระหว่างนั้นลูกสาวก็ต้องเอาเขาออกเหลือแค่ข้างเดียว ถ้าแต่งงานไปแล้ว จึงเอาออกทั้งสองข้าง ดูแล้วก็เป็นประเพณีที่ชัดเจนดี

พวกเราเดินมาถึงบริเวณที่เป็นร้านขายของ ซึ่งทางขวามือเป็นห้องน้ำ จึงเดินลงไปยังลานทางด้านล่าง ซึ่งเป็นไฮไลท์จุดหนึ่งที่มีป้ายป่าหินอยู่ตรงนี้ ต่างคนต่างก็ไปถ่ายรูปกัน โดยที่นัดแนะกันว่าอีก ๑ ชั่วโมงจะมารอกันตรงนี้ แล้วกระผม/อาตมภาพก็เดินเข้าไปทางด้านใน โดยมีจุดมุ่งหมายก็คือศาลาชมวิวที่เป็นไฮไลท์แห่งที่ ๒ หนทางแคบขนาดต้องตะแคงตัวบ้าง มุดไปตามถ้ำบ้าง บางที่ก็กว้างขนาดเดินสวนกันสบาย ๆ ระหว่างนั้นก็มีนักท่องเที่ยวทั้งเดินตามมา และเดินสวนออกไปเป็นระยะ

วนถ่ายรูปบริเวณนั้นอยู่พักใหญ่ กลายเป็นหลุดออกมาที่เดิม..! "ครูบาพันแสน" (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส (ปิงโค้ง) รักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง หัวเราะเป็นการใหญ่ กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า "เสียท่าไปหน่อย..!" เจ้าที่เขาต้องการให้เราเดินเข้าไปในเขตของเขา เพื่อที่จะใช้สิทธิ์อนุโมทนา ตามที่กระผม/อาตมภาพตั้งใจไว้ตั้งแต่อยู่บนรถไฟความเร็วสูง จึงลากพวกเราไปวนเสียรอบใหญ่ แต่ว่าก็ไม่ได้ท้อ เปลี่ยนเส้นทางเดินจนกระทั่งขึ้นไปถึงศาลาชมวิวจนได้ พวกเราทางด้านนี้กำลังถ่ายรูปกันอยู่ จนส่วนหนึ่งเดินออกมาแล้วด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 17:29
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 18-01-2026, 01:13
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,766 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อกลับลงมาจากศาลาชมวิวแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ย้อนทางเดิมออกมา เห็นหินบางก้อนบนหัวนั้นติดอยู่หมิ่น ๆ นิดเดียว ถ้าเกิดแผ่นดินไหว มีหวังร่วงใส่หัวอย่างแน่นอน..! ออกมานั่งส่งรูปให้ "ไอ้ตัวเล็ก" (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) เพื่อเอาลงเว็บไซต์วัดท่าขนุน ให้ทุกคนได้ติดตามแบบเรียลไทม์

ส่วนในเฟซบุ๊กนั้นให้งดเอาไว้ เนื่องเพราะว่ายังอยู่ในวาระที่ต้องแสดงความเสียใจ ต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไม่ควรที่จะลงอะไรที่เป็นการท่องเที่ยว เพราะว่าเป็นความสนุกสนาน ฝืนกับสภาพความเป็นจริงของคนส่วนใหญ่

นั่งรออยู่พักใหญ่ มีพวกเราเดินมาทางด้านหลัง ถึงได้ทราบว่าเขาอ้อมลงจากศาลาชมวิวไปอีกด้านหนึ่ง และมีคณะหนึ่งที่มีพระ ๒ รูป โยม ๖ คน พระ ๒ รูปก็คือ "ครูบาพันแสน" และ "ครูบาไอซ์" (พระนิชวัชญ์ ญาณวิสุทฺโธ) วัดเมืองขอน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เดินเตลิดออกไปจนถึงทางด้านนอกแล้ว จึงได้บอกให้นั่งรอกันบริเวณนั้น แล้วพวกเราจะไปรับ..!

จากนั้น "คุณน้ำทิพย์" ก็พาพวกเรามาขึ้นรถแบตเตอรี่ พาวนออกอีกด้านหนึ่งของป่าหิน เป็นการชมป่าหินโดยรถยนต์ ไม่ต้องเดินเองให้เหนื่อย บรรดาป่าหินเหล่านี้อายุหลายล้านปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่บริเวณนี้ยังจมอยู่ใต้ทะเล

พวกเราวนออกมาจอดอยู่ในบริเวณที่เขาให้เดินออก ต้องเดินเป็นระยะทางที่ไกลมาก น่าจะประมาณ ๒ กิโลเมตร จึงออกมาเจอ "ครูบาพันแสน" และ "ครูบาไอซ์" พร้อมกับคณะ พากันเดินไปหัวเราะไป จนกระทั่งย้อนเส้นทางออกมา แล้วข้ามสะพานที่คร่อมสระน้ำขุดด้วยมือ เพื่อที่จะตรงไปยังประตูทางออก

"ไกด์ไก่" ได้ชี้ให้ออกทางด้านขวามือ เมื่อเดินไปจนถึงบริเวณทางออกแล้ว กระผม/อาตมภาพก็สงสัยว่า "ให้กูอ้อมมาทางนี้ทำไมวะ ?" เนื่องเพราะว่าทั้งสองแห่งนั้นก็คือสถานที่เดียวกัน ทางออกนั้น ถ้าหากว่าเดินตรงมาทางขาเข้าจะใกล้กว่ามาก ทางออกที่เขาทำให้อย่างเป็นทางการนั้นอ้อมโลกมากไปหน่อย..! มีคนจีนจำนวนมากที่เดินตรงไปยังทางเข้า แล้วก็มาลัดลงตรงประตูทางออกแบบหน้าตาเฉย..!

พวกเราเดินตาม "คุณน้ำทิพย์" ไปจนกระทั่งถึงลานจอดรถ ก็เป็นร้านค้าซึ่งจำหน่ายสินค้าที่ระลึก จัดสถานที่แบบค่ายกลลักษณะเขาวงกต ให้พวกเราเดินวนจนครบทุกร้าน แล้วมาออกบริเวณจุดที่เป็นห้องน้ำ และเป็นจุดขึ้นรถแบตเตอรี่ เพื่อออกจากทางด้านอุทยานหินล้านปีแห่งนี้

พวกเราเข้าห้องน้ำแล้วรอความพร้อม เมื่อนับจำนวนคนได้ครบถ้วน "คุณน้ำทิพย์" ก็จัดการสแกนตั๋วทีละใบ แล้วปล่อยพวกเราผ่านเข้าไป แต่ปรากฏว่ารถนั้นมีมวลมหาประชาชนจีนนั่งอยู่เกินครึ่งแล้ว พวกเราจึงต้องแยกเป็นสองคณะตามเคย แต่รถดันพาออกมาอีกทางหนึ่ง กระผม/อาตมภาพจึงไม่ได้ถ่ายรูป "มนุษย์อินทรี" ตามที่ตั้งใจไว้ ครั้นออกมาทางด้านนอกแล้ว ยังต้องเดินอีกไกล กว่าที่จะไปถึงลานจอดรถบัส
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 17:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 18-01-2026, 01:17
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,766 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พวกเราขึ้นรถกันแล้ว ก็วิ่งย้อนกลับเข้ามาในตัวเมืองคุนหมิง เป็นเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว รถเริ่มจะติดหนุบติดหนับ จนต้องอาศัยชมวิวข้างทางเพื่อแก้รถติด มาถึงบริเวณหน้า "เมืองโบราณกวนตู้" ก็ต้องลงจากรถแบบเร่งด่วน เพราะว่าเขาไม่ให้จอดแช่นานอย่างที่ว่าเอาไว้ ถ้าหากว่าจอดแช่เกินเวลา ก็สงสารว่าพลขับอาจจะต้องเสียสตางค์..!

เมื่อลงมาแล้ว บริเวณซุ้มประตูเข้าเมืองโบราณกวนตู้ "แม่หญิงเปิ้ล" ก็นัดแนะเวลาพวกเราว่าประมาณทุ่มครึ่งให้มารอกันตรงนี้ เมื่อเดินเข้าไปจนสุดทางถึงบริเวณเจดีย์แล้วก็ให้วนออกมา สินค้าอะไรบริเวณนี้ถ้าต้องการซื้อ ให้ต่อได้โดยไม่ต้องเกรงใจ..!

เมื่อถ่ายรูปหมู่กันเสร็จแล้ว พวกเราก็เดินเข้าไปด้านใน ซึ่งแสงสีต่าง ๆ เริ่มเปิดขึ้นทีละร้าน มีบรรดาร้านจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากว่าเป็นร้านใหญ่ ก็ขายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อย่างเช่นว่าร้านจำหน่ายชาผู่เอ้อร์ ซึ่งมีชาราคาตั้งแต่ไม่กี่สิบหยวน ไปจนกระทั่งถึงหลายพันหยวน..! แล้วมีการแยกเป็นคำเล็ก ๆ พอชงในแต่ละครั้งอีกต่างหาก

มีร้านขายหินหยก ซึ่งแกะเป็นสัตว์มงคลเต็มไปหมด รวมทั้งกำไลตลอดจนกระทั่งจี้ต่าง ๆ มีร้านหนึ่งซึ่งจำหน่ายสินค้าเป็นรูปสัตว์มงคล ไม่ว่าจะเป็นม้า เป็นวัว เป็นควาย เป็นกวางก็ตาม หล่อขึ้นมาจากทองเหลือง แล้วลงสีอย่างประณีตงดงามเลยทีเดียว แต่ราคาก็แพงหูดับ ตัวละ ๑๖,๐๐๐ หยวนขึ้นไป..! เดินดูไปทีละส่วน ถ่ายรูปไปทีละร้าน จนไปสุดทางที่บริเวณเจดีย์เก่า ซึ่งอายุประมาณ ๕๐๐ กว่าปีแล้ว

พวกเราถ่ายรูปหมู่กันเท่าที่ตามมาทันถึงตรงนี้ แล้วเดินวนย้อนกลับออกมาทางเดิม ตอนนี้แสงสีต่าง ๆ เริ่มเปิดแบบ "จัดเต็ม" เนื่องเพราะว่าตะวันตกดินจนฟ้ามืดไปแล้ว ข้าวของต่าง ๆ ก็แลดูน่าซื้อน่าหามากขึ้น โดยเฉพาะหลายแห่งนั้น หลอกคนไทยให้เข้าไปด้วยการตกแต่งหน้าร้านด้วยเทวดาแบบไทยบ้าง ศิลปะแบบไทยบ้าง แต่พอเดินเข้าไปก็คือคนจีนล้วน ๆ นั่นเอง..!

จนกระทั่งย้อนกลับมาถึงบริเวณจุดนัดพบก็มืดสนิทแล้ว พวกเรารออยู่จนกระทั่งถึงเวลาทุ่มครึ่ง กว่าที่จะมาครบครัน แล้วเดินตาม "คุณน้ำทิพย์" ออกไปทางลานจอดรถ วิ่งไปจนกระทั่งถึง "โรงแรมวีนัส อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล" ซึ่งอยู่ในบริเวณใจกลางเมือง จึงต้องฝ่ารถติดกันขนานใหญ่ เมื่อมาถึงปรากฏว่า บริเวณนี้มีเมืองใต้ดินด้วย..! เพราะว่าทั้งสองฝั่งถนนมีอุโมงค์ลงใต้ดินอยู่สองแห่ง ลักษณะเป็นซุ้มหลังคากระจกสีสวยงามเลยทีเดียว

เมื่อรับเอาคีย์การ์ดมาแล้ว "ท่านปิง" ก็ไปส่งกระผม/อาตมภาพจนถึงห้องพัก ซึ่งดำเนินการตามปกติก็คือเข้าห้องน้ำ แล้วเปิดน้ำจนร้อนที่สุดเท่าที่จะทนได้ ราดเสียทั้งตัว คลายเมื่อยคลายขบแล้วก็แต่งตัวเรียบร้อย วันนี้ต้องทำการอธิษฐานจิตสำหรับสิ่งของต่าง ๆ ที่ซื้อมาด้วย จึงต้องแต่งตัวใหม่ให้รัดกุม ก่อนที่จะมุดเข้าใต้ผ้าห่ม แล้วส่งกำลังใจไปกราบขอบารมีพระ ให้ท่านเมตตาสงเคราะห์ด้วย

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 17:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 28 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ


ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:35



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว