|
#1
|
||||
|
||||
|
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๙
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พิชวัฒน์ : เมื่อวานนี้ เมื่อ 20:08 |
| สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ พิชวัฒน์ ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#2
|
||||
|
||||
|
วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เบิกฤกษ์กันด้วยวันครู คือวันพฤหัสบดี ก็แปลว่าปีนี้ต้องใช้ปัญญาให้มากเข้าไว้ ถ้าหากว่าใครรักษาน้ำหนักเอาไว้ได้จะรวย..! เพราะว่าดาวพฤหัสเป็นดาวใหญ่ เข้ามาถึงทุกอย่างจึงต้องใหญ่หมด เผลอกินมากเกินเมื่อไรได้ใหญ่แน่นอน..!
พวกเราได้ส่งท้ายปีใหม่ไปแล้ว ต้อนรับปีใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว หลวงพ่อก็เกือบจะเป็นลมขายหน้าชาวบ้านเขาไปแล้ว..! ไม่นึกว่านักท่องเที่ยวจะมารุมใส่บาตรกันมากขนาดนั้น โดยปกติก็มักจะไปสิ้นสุดอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ปูราชินี แต่วันนี้วนมาจนกระทั่งถึงบันไดกลับวัดท่าขนุน จะข้ามสะพานแขวนหลวงปู่สายแล้ว คนยังไม่หมดเลย..! ญาติโยมทั้งหลายมักจะลืมคิดถึงพระว่า พระไม่ได้ฉันตั้งแต่หลังเที่ยง กว่าจะถึง ๖ โมงเช้าก็ ๑๘ ชั่วโมง แล้วยังต้องเดินบิณฑบาตจน ๘ โมงครึ่ง โอ้พระเจ้า..จึงออกอาการหน้ามืดนิด ๆ น้ำตาลในเลือดต่ำไปหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร ดีใจที่ญาติโยมทั้งหลายยังรู้จักสร้างบุญสร้างกุศลใส่ตัว เนื่องเพราะว่าบุญเป็นสิ่งที่จำเป็นในทุกเมื่อ เพราะว่าบุญส่งผลแต่ในด้านดีด้านเดียวเท่านั้น เพียงแต่ว่าหลายต่อหลายท่านชั่วเกิน ๗ ที ดีเกิน ๗ หน เพราะว่าสร้างบุญไม่ต่อเนื่อง ทำบุญบ้าง ทำบาปบ้าง เดี๋ยวดีเดี๋ยวชั่ว อย่างพวกเราส่วนใหญ่ก็ผ่านประสบการณ์นี้มาแล้วทั้งนั้น อยู่ในระหว่างกำลังพัฒนาตนเอง จากดีก็ดีไม่ทั่ว ชั่วก็ชั่วไม่หมด พยายามที่จะหันมาดีให้ทั่ว แต่ก็ยังดีไม่ได้อย่างใจ ต้องค่อย ๆ ทำกันไป วันคืนเปลี่ยนไปเป็นปกติของทางโลก สมมติของทางโลกเขาว่าปีใหม่เป็นของดี ควรที่จะทำสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเอง เราก็เร่งทำไป ควรที่จะคิด จะพูด จะทำแต่เรื่องดี ๆ ให้กับคนอื่น เพื่อที่จะได้มีความสดชื่น รื่นเริง รับเอาสิ่งที่เป็นมงคลดีงามใส่ชีวิตตนเองก็ทำไป เรื่องของบุญเรื่องของความดี ทำเมื่อไรก็ได้บุญเมื่อนั้น ทำเมื่อไรก็ดีเมื่อนั้น แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องทำให้ต่อเนื่อง ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าปล่อยให้ขาดช่วงลง ผลบาปที่รออยู่จะเข้ามาส่งผล เราก็จะลำบากเดือดร้อนด้วยประการต่าง ๆ แล้วก็เที่ยวไปโทษฟ้าโทษดินว่า ปีนี้ปีชงบ้าง ปีนี้เคราะห์ไม่ดี ต้องไปสะเดาะเคราะห์บ้าง ชื่อมีตัวกาลกิณีต้องไปเปลี่ยนชื่อบ้าง เปลี่ยนมา ๗ - ๘ ชื่อแล้วไม่เห็นว่าจะดีขึ้นเลย ก็เพราะว่าแทนที่จะเปลี่ยนความประพฤติดันไปเปลี่ยนชื่อ..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:30 |
| สมาชิก 15 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#3
|
||||
|
||||
|
เนื่องจากว่าพระพุทธศาสนาของเรา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรู้จริงว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเรานั้นมาจากผลการกระทำของตัวเอง มนุษย์เราโคตรเก่งเลย เก่งตรงไหน ? สร้างนรกได้ทุกขุม สร้างสวรรค์ได้ทุกชั้น สร้างพรหมได้ทุกชั้น แล้วท้ายที่สุด สร้างได้กระทั่งพระนิพพาน เพราะว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อรองรับการกระทำของทุกคน ถ้าเราเลิกทำดีทำชั่ว สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ก็ไม่มี..!
แต่ด้วยการที่เราทำดีทำชั่วมาโดยตลอด สิ่งทั้งหลายเหล่านี้จึงเกิดขึ้นมารองรับกรรมดีกรรมชั่วของเรา ก็คือเราทำเอง แล้วเราก็รับเอง..นักเลงพอ..! ดังนั้น..เราจะเห็นว่า แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ พระองค์ท่านจึงยอมที่จะตรากตรำพระวรกายอยู่ถึง ๔๕ ปีเต็ม ๆ ในการตรัสสอนสัตว์โลกทั้งหลาย โดยหวังความพ้นทุกข์เป็นหลัก แต่หลักธรรมของพระองค์ท่านไม่ได้เน้นไปเรื่องของธรรมะบริสุทธิ์ ปฏิบัติแล้วพ้นทุกข์อย่างเดียว ธรรมะของพระองค์ท่านมีทั้งเบื้องต้น เบื้องกลาง เบื้องปลาย ก็คือเพื่อความสุขในปัจจุบัน เพื่อความสุขในอนาคต และความสุขสูงสุดในอนาคตก็คือหลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพาน พระองค์ท่านจึงตรัสกับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายว่า ให้แสดงธรรมที่งามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง และงามในที่สุด สัตว์โลกทั้งหลายซึ่งธุลีในจักษุน้อยนั้นมีอยู่ จักรู้ทั่วถึงธรรมนั้น ดูแล้วมีความหวังไหม ? อย่ามองภาพรวมอย่างกระผม/อาตมภาพ มองเมื่อไรหมดกำลังใจเมื่อนั้น..! ตอนนี้ศาสนาพุทธอยู่อันดับ ๔ ของโลก เขาบอกว่ามีศาสนิกชนอยู่ประมาณ ๔๐๐ ล้านคน ถ้าถามว่าทำไมหมดกำลังใจ ? พุทธศาสนิกชน ๔๐๐ ล้านคนนี่ เฉพาะมหายานในประเทศจีนก็ว่าไปเกินครึ่งแล้ว ทำไมถึงต้องย้ำคำว่ามหายาน ? ก็เพราะว่ามหายานไม่ได้ปรารถนาความหลุดพ้น เขาต้องการช่วยคนอื่นให้พ้นทุกข์ และสร้างโพธิจิตให้เกิดแก่ตน จนบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งในอนาคต แล้วนอกจากประเทศจีนล่ะ ? เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม มหายานทั้งนั้นเลย บวกฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย สิงคโปร์ ยังโชคดีที่ยังพอมีเถรวาทแทรก ๆ อยู่บ้าง ดังนั้น..เถรวาทที่เขาเรียกว่าหีนยาน ก็คือยานเล็ก บรรทุกได้เฉพาะตัวคนเดียว ก็คือเอาตัวเองให้หลุดพ้นก่อน แล้วค่อยช่วยคนอื่น ก็เลยกลายเป็นบุคคลส่วนน้อย
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:44 |
| สมาชิก 14 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#4
|
||||
|
||||
|
เราดูแค่ในประเทศไทยของเรา ประชากรตอนนี้ ๖๘ ล้านคนเศษ ๆ มีแต่จะลดน้อยถอยลงนะ เพราะว่าอัตราคนเกิดตอนนี้ติดลบ เดี๋ยวก็จะเหลือ ๖๗ ล้านคน ๖๖ ล้านคน ลดน้อยไปเรื่อย เพราะว่าคนใหม่ไม่เกิดน้อย แต่คนเก่าตายไปเรื่อย..อนาถชีวิต..ๅ
ตั้งแต่สมัยกระผม/อาตมภาพยังเป็นเด็ก ตอนนั้นประชากรไทยมีอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าล้านคนเท่านั้น ใครทันยุคนั้นบ้าง ? ที่เพลงเขาบอกว่า "๑๘ ล้านภูมิใจ เทิดไทไชโย" เยอะโคตรเลยนะยุคนั้น ๑๘ ล้านคน หาเลี้ยงแทบจะไม่พอปากพอท้อง ยากจนกันอย่าบอกใคร กระผม/อาตมภาพถึงขนาดต้องกินของอื่นแทนข้าวมาหลายปี ประชากรไทย ๖๘ ล้านคน ถามจริง ๆ เถอะ รู้จักพระนิพพานกี่คน ? คนที่หวังจะหลุดพ้นจากกองทุกข์ ถ้าไม่รู้จักพระนิพพานนี่ไม่ต้องหวัง ยังห่างไกลมาก..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราทั้งหลายจึงกลายเป็นส่วนแปลกแยกในสังคม ทนให้เขา "บูลลี่" ต่อไปเถอะ ไอ้พวกไม่เหมือนชาวบ้านเขา ถึงเวลาปีใหม่ สงกรานต์ ตรุษ สารท แทนที่จะไปเที่ยวหัวหกก้นขวิด หาเรื่องให้รถชนตายบนถนน กลับเข้าวัดปฏิบัติธรรม แต่สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เราทำเพราะเรารู้ว่าดี เราถึงทำ ก็ต้องบอกว่าเป็นส่วนที่น่าสรรเสริญและน่าสนับสนุน แต่ถ้ามองภาพรวมแล้วไม่ไหว แม้กระทั่งในวงการสงฆ์ของเรา ใน ๒ แสนกว่ารูป/คน กลายเป็นสายปริยัติไปเกือบ ๒ แสนรูป เหลือสายปฏิบัติอยู่เท่าไร ? เดี๋ยวนี้วัดป่าที่ว่าเคร่งครัดนักหนานี่ ก็ชักจะออกนอกลู่นอกแนวกันยกใหญ่แล้ว เริ่ม "สิ้นคิด" กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ออกนอกแนวครูบาอาจารย์เมื่อไร โอกาสที่จะได้มรรคได้ผลก็จะน้อยลงไปเรื่อย..! เนื่องเพราะว่ารุ่นเก่า ๆ เขาหักล้างถางพง จนกระทั่งสร้างซูเปอร์ไฮเวย์ให้แล้ว โดยเฉพาะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้อง ๘ สายนี้เท่านั้น ก็คือมรรคมีองค์ ๘ หลุดจากนี่เมื่อไรไปไม่รอด..! ที่พระองค์ท่านตรัสไว้ในมหาปรินิพพานสูตร ซึ่งสุภัททปริพาชกมาทูลถามว่า "ครูทั้ง ๖ สำนักนั้น มีสำนักใดเป็นพระอรหันต์ที่แท้จริงบ้าง ?" พระพุทธเจ้าตรัสว่า "อย่าเลยสุภัททะ พระธรรมวินัยของศาสดาใดถ้าประกอบด้วยมรรคมีองค์ ๘ พระธรรมวินัยนั้นก็จะมีสมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ พระธรรมวินัยใดถ้าไม่มีมรรคมีองค์ ๘ พระธรรมวินัยนั้นก็ปราศจากสมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔" ก็คือไม่มีพระโสดาบัน ไม่มีพระสกทาคามี ไม่มีพระอนาคามี ไม่มีพระอรหันต์ สุภัททปริพาชกซึ่งเป็นคนฉลาดมาก และไปสัมผัสมาทุกสำนักแล้ว ได้ยินพระพุทธเจ้ายืนยันอย่างนั้นก็มั่นใจ ประกาศขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง รับเอาหลักธรรมไปปฏิบัติ บรรลุอรหันต์ตอนเช้าที่มืดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานพอดี บาลีเขาเรียกว่า "ปัจฉิมสักขีสาวก" ก็คือเป็นพระสาวกองค์สุดท้าย ซึ่งทันองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเฉพาะได้รับการอุปสมบทด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระพุทธเจ้าต้องเสด็จไปไกลถึง ๖๐ โยชน์ เพื่อไปโปรดสุภัททปริพาชกเป็นรูปสุดท้าย ไม่อย่างนั้นแล้วนอนสบาย ๆ ปรินิพพานกลางทางไปนานแล้ว..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:43 |
| สมาชิก 14 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
|
#5
|
||||
|
||||
|
พวกเราควรที่จะภูมิใจในความเป็นผู้แปลกแยกในสังคม ใครเขาจะ "บูลลี่" ก็ช่างหัวมัน..! กระผม/อาตมภาพโดนมาตั้งแต่เด็ก จะปฏิบัติธรรมไปถึงไหน "นั่งสมาธิมาก ๆ เดี๋ยวบ้านะมึง..!" ไม่ใช่แต่เพื่อนฝูง แม้แต่ครูบาอาจารย์หรือคนในครอบครัวก็พูดแบบนี้เหมือนกัน
แต่กระผม/อาตมภาพรู้ดีว่าตัวเองทำอะไร ทำแล้วได้อะไร จึงไม่สนใจคำทั้งหลายเหล่านั้น แม้ว่าแรก ๆ ยังวางไม่ได้ จะเครียดบ้าง ปล่อยมัน..มีปากให้มันพูดไป เราก็ตั้งหน้าตั้งตาทำของเราไป ปัจจุบันนี้เป็นที่ภูมิใจอยู่อย่างหนึ่งว่า จากบุคคลที่กระจัดกระจายทั้งบ้าน เพราะว่าโยมแม่มีลูก ๑๓ คน ตายไปตั้งแต่เด็กคนหนึ่ง ที่เหลือเลี้ยงรอดมาทุกคน แต่มาสูญพันธุ์ตรงช่วงกระผม/อาตมภาพนี่แหละ ไม่ได้แต่งงาน แล้วไอ้บรรดาน้อง ๆ ก็ "รอหลวงพี่แต่งก่อน" มึงรอไปเถอะ ๔๐ ปีผ่านไปแล้ว..! ในเมื่ออยู่ในลักษณะแบบนี้ จึงต้องต่อสู้ฟันฝ่าหนักมาก แต่พอมาถึงปัจจุบันแล้ว พี่น้องทุกคนเข้าวัด จากที่หลายต่อหลายคนว่ากล่าวเสีย ๆ หาย ๆ อย่างเช่นพระน้องชาย ก็คือพระครูธรรมธรแสงชัย กนฺตสีโล กระผม/อาตมภาพกับน้องชายนอนห้องเดียวกัน ตัวเองฝึกกสิณ ก็จะติดดวงกสิณไว้รอบห้อง แม้กระทั่งเพดานมุ้ง พูดง่าย ๆ ว่าพลิกไปทางไหนต้องเห็น ส่วนน้องชายเขาไม่เอาด้านนี้ เขาไปฝึกเพาะกาย บอดี้บิวดิ้ง สมัยนั้นอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ดังระเบิดเถิดเทิง ครองตำแหน่งมิสเตอร์ยูนิเวิร์ส ๓ ปีซ้อน หลังจากที่บวชมาหลายปี พระน้องชายก็ปรารภว่า "ถ้าผมทำอย่างหลวงพี่ผมก็สบายไปแล้ว" กระผม/อาตมภาพก็เลยตอบกลับไปว่า "ก็ตอนนั้นมึงว่ากูบ้าไม่ใช่หรือ ?" สิ่งที่พวกเราทั้งหลายทำกัน เป็นการฝืนกระแสโลก ขณะที่คนอื่นเขาลอยตามน้ำไป สบาย ๆ เราไปทวนน้ำอยู่คนเดียว ก็ต้องโดน เขาก็ต้องว่าเราบ้า..! แต่เราควรที่จะรู้ว่า ถ้าเราทวนขึ้นไปถึงต้นน้ำแล้วจบ ขณะที่คนอื่นลอยตามน้ำ ออกทะเล ออกมหาสมุทร ไม่รู้วนกี่รอบโลก ไม่รู้จักจบจักสิ้นเสียที..! การที่ท่านทั้งหลายมาปฏิบัติธรรมในช่วงปีใหม่ ก็ถือว่าเป็นการสร้างกุศลใส่ตัว คนมีบุญมาก เหมือนคนมีเงินมาก ทำอะไรก็จะสะดวกคล่องตัวกว่าคนอื่น แต่ต้องทำให้ต่อเนื่องตามกัน อย่าไปทำ ๆ ทิ้ง ๆ เพราะว่าถ้าบุญขาดช่วงลง กรรมมาสนอง ชีวิตเราก็เยินอีกตามเคย..! ในเรื่องของวิมังสา คือการไตร่ตรอง ทบทวนอยู่เสมอ ๆ จึงเป็นเรื่องที่นักปฏิบัติธรรมจะขาดไม่ได้ จะต้องอยู่ในลักษณะของการไตร่ตรองว่าเราทำอะไร ? เพื่ออะไร ? ตอนนี้ยังตรงเป้าหมายหรือไม่ ? ห่างจากจุดมุ่งหมายใกล้ไกลเท่าไร ? ต้องใช้ความเพียรพยายามอย่างไร ? แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตา "วิริยะ" พากเพียรทำต่อไป เบื่อไม่ได้ หน่ายไม่ได้ ยอมเหนื่อยเพื่อจบ ถ้าหากว่าไม่ยอมเหนื่อยแล้วไม่จบ จึงต้องเหนื่อยยากกันต่อไปไม่รู้จบ..! ฟังแล้วงง ๆ นะ สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:43 |
| สมาชิก 15 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
![]() |
| ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 4 คน ( เป็นสมาชิก 1 คน และ บุคคลทั่วไป 3 คน ) | |
| สาวก |
|
|