#1
|
||||
|
||||
![]() เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๘
__________________
มารใช้ คนทุกคน ของทุกชิ้น สัตว์ทุกตัว เป็นเครื่องมือในการขวางเรา โดยเฉพาะคนที่เรารักมากที่สุด (-/\-) (-/\-) (-/\-) |
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ ตัวเล็ก ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#2
|
||||
|
||||
![]()
วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๓๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ หลังจากที่ฉิวเฉียดต่ออุบัติเหตุมาหลายครั้ง วันนี้กระผม/อาตมภาพก็สวัสดีเข้าไปเต็ม ๆ..!
ในขณะที่กระผม/อาตมภาพกำลังจะเดินทางไปบรรยาย ในงานอบรมข้าราชการชั้นสูงที่วัดหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โดยเดินทางมาจากจังหวัดนนทบุรี ผ่านนครปฐม เพิ่งจะเลยแยกลาดปลาเค้าไปได้ไม่นาน รถคันหน้าก็เบรกอย่างกะทันหัน ทำให้ด้านหลังเกิดอุบัติเหตุชนกันต่อเนื่องถึง ๔ คัน..! แล้วความเฮงที่มาถึงก็คือ รถที่กระผม/อาตมภาพนั่งนั้นเป็นคันสุดท้าย..! ไม่ทราบเหมือนกันว่ากฎหมายบ้านเราเมืองเราเป็นอย่างไร เพราะว่าใตอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น ถ้ามีปัญหาในเรื่องรายจ่ายต่าง ๆ เขาถือว่าคันสุดท้าย ต้องรับจ่ายทั้งหมด..! โดยที่เจ้าตัวต้นเหตุเมื่อเบรกกะทันหันให้คนอื่นชนแล้ว ตัวเองก็เผ่นแน่บไปเลย ต้องถือว่าพวกเราฟาดเคราะห์ไป..! กระผม/อาตมภาพลงจากรถไปได้ สิ่งแรกก็คือไปถามบรรดาคู่กรณีว่ามีใครได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า ? เมื่อไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ก็มาทำการถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุทั้งหมดเอาไว้ ครั้นถ่ายครบทุกซอกทุกมุมแล้ว ก็หยิบเอากระจังหน้ารถของตนเองที่ชนจนหลุดกระจาย ไปวางไว้เลยท้ายรถไปประมาณ ๕ - ๖ เมตร เพื่อให้รถอื่นที่มาได้เห็นว่ารถมีอุบัติเหตุ ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะมีคันที่ ๕ ที่ ๖ เพิ่มขึ้นมาอีกก็ได้..! หลังจากนั้นบรรดาพลขับถึงจะได้สติ ลงมาดูความเสียหายของรถตนเอง จนกระผม/อาตมภาพต้องบอกว่า "รถใครมีประกันให้รีบโทรหาประกันก่อน" ส่วนตัวแทนประกันของกระผม/อาตมภาพนั้นมาได้เร็วทันใจสุด ๆ แค่โทรแจ้งไปไม่กี่นาที ตัวแทนก็มาถึง และทางบริษัทก็โทรมาออกหมายเลขในการเคลมประกันให้ทันทีทันใด ต้องบอกว่าบริการดีแบบสุดใจขาดดิ้น น่าใช้บริการเป็นอย่างมาก..! แต่ไม่ควรที่จะใช้บ่อยนัก เพราะว่าถ้าใช้เมื่อไรก็แปลว่ามีอุบัติเหตุเมื่อนั้น..! ในส่วนนี้ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ถ้าเราฝึกสภาพจิตมาเป็นอย่างดี ถึงเกิดอุบัติเหตุก็ไม่มีการตกใจอะไร นอกจากแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ออกมาให้ดีที่สุด ส่วนแรกเลยก็คือไปถามรถคู่กรณีว่ามีใครบาดเจ็บหรือไม่ ? หลังจากนั้นแล้วยังต้องปลอบใจคนอื่น ที่พยายามบอกกล่าวว่าตนเองก็ต้องเบรกกะทันหันจริง ๆ โดยที่บอกว่า "ถือว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากจะชนคนอื่น และไม่มีใครอยากให้คนอื่นมาชนตนเองอยู่แล้ว"
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:31 |
สมาชิก 17 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#3
|
||||
|
||||
![]()
จากนั้นก็ยังได้ถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุทุกอย่างเอาไว้ครบถ้วน จนกระทั่งตำรวจมาถึงจึงสั่งให้เคลื่อนย้ายรถได้ เพราะมีรูปเป็นหลักฐานแล้ว ในขณะที่คนอื่นกว่าจะได้สติ ไปถ่ายรูปรถที่เกิดอุบัติเหตุ และโทรเรียกประกัน ก็ต่อเมื่อกระผม/อาตมภาพทำตัวอย่างให้ดู และบอกให้เรียกประกัน ถึงได้สติกันขึ้นมา จะตำหนิก็ไม่ได้ เพราะว่าทุกคนก็คงไม่ได้ฝึกไม่ได้หัดกันมาขนาดนี้ ยังโชคดีที่ว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว..!
ครั้นเมื่อถึงเวลาประกันมาทำรายการเคลมให้ กระผม/อาตมภาพก็โทรยกเลิกการบรรยายธรรมไปที่ทางวัดหนองโพ จังหวัดราชบุรีเสียก่อน เพราะว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว จากนั้นก็ติดต่อบรรดาท่านทั้งหลายที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นการไปตรวจยกหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบของทางภาค ๑๕ ทั้งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม แจ้งว่าถ้าไม่สามารถจะหารถได้ก็ขออนุญาตลายาวเลย..! จากนั้นก็โทรไปหาลูกศิษย์เพื่อที่จะขอยืมรถ เมื่อได้ยินว่ากระผม/อาตมภาพจะไม่ไปค้างที่วัดมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี ในระหว่างที่ตรวจยกหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดเพชรบุรี ท่านเจ้าคุณกล้า - พระวชิรวาที, ผศ., ดร. (กล้า วีรรตโน) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ วรวิหาร รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี ก็เสนอรถของตนเองมาให้ยืมใช้งาน โดยส่งลูกน้องขับรถมา ๒ คัน ให้กระผม/อาตมภาพเลือกใช้คันหนึ่ง ส่วนอีกคันหนึ่งก็จะได้รับพลขับที่เหลือกลับไปวัดตนเอง เมื่อรายการประกันต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็นำรถเข้าอู่ซ่อม โดยเอารถไปเข้าศูนย์โตโยต้าที่ท่าล้อ จังหวัดกาญจนบุรี โชคดีมากที่ว่าสามารถเบรกได้ทันในวินาทีสุดท้าย ทำให้เสียหายแค่ส่วนหน้าเท่านั้น ไม่กระทบไปถึงหม้อน้ำ หรือว่าสายพานต่าง ๆ จึงทำให้รถยนต์ยังสามารถวิ่งไปได้ แม้ว่าจะรู้สึกสะเทือนและปัดเป๋ไปบ้างก็ตาม..! ครั้นไปถึง ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์รถยนต์ ก็ได้ตรวจสอบและออกรายการเคลมประกันให้ พร้อมกับกำหนดวันรับรถมาเสร็จสรรพ เป็นการบริการที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นใจมาก เพราะว่าไม่มีการว่ากล่าวอะไรให้ลูกค้ารู้สึกไม่ดี แถมยังทำงานให้อย่างชนิดเต็มที่สุด ๆ อะไรเสียหายแม้แต่เล็กน้อยก็แจ้งเคลมให้ทั้งหมด..!
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : วันนี้ เมื่อ 05:18 |
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#4
|
||||
|
||||
![]()
กระผม/อาตมภาพต้องรอจนกระทั่งลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณกล้านำรถมาถึง ซึ่งเป็นรถยนต์โตโยต้า ๑ คัน และรถยนต์นิสสัน ๑ คัน กระผม/อาตมภาพจึงเลือกใช้โตโยต้า เพราะว่าเป็นรุ่นเก่าที่ตนเองเคยใช้งานมาก่อน
เมื่อขนย้ายข้าวของขึ้นรถแล้ว ก็ยังต้องมาปรับลมยางเสียก่อน เนื่องเพราะว่าคนอื่นมักจะเติมลมยางตามที่ทางศูนย์รถยนต์แนะนำให้ ก็คือมักจะเติม ๓๒ ปอนด์ทุกล้อ กระผม/อาตมภาพเองถึงเวลาก็ต้องมาลด ให้เหลือข้างหน้า ๒๖ ปอนด์ ข้างหลัง ๒๘ ปอนด์ กลายเป็นว่ารถยนต์ของตนเองนั้น ถึงจะเป็นรถตรวจการณ์ที่เรียกว่าเอสยูวี ก็วิ่งนิ่มพอ ๆ กับรถเก๋ง คนอื่นมานั่งก็มักจะสงสัยว่า "ไปแต่งรถมาหรือเปล่า ?" กระผม/อาตมภาพต้องยืนยันว่า "ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากปรับลมยางเท่านั้น" เหตุที่ต้องให้ยางหน้าอ่อนกว่า ๒ ปอนด์ ก็เพื่อว่าถึงเวลาเข้าโค้งแล้ว ล้อหน้าจะได้ยุบตัวตาม ไม่เช่นนั้นถ้าหากว่ายางแข็งเท่ากัน ๔ ล้อ ด้านหน้าไม่ยุบตัวลง ถ้าไปเจอโค้งที่เขาทำไว้ไม่ดี อาจจะโดนดีดจนหลุดโค้งออกไปก็ได้..! แต่ถ้ายางหน้าอ่อนกว่า ถึงเวลายุบตัวตอนเข้าโค้ง ก็จะทำให้การเกาะถนนดีขึ้นอีกต่างหาก เรื่องพวกนี้ต้องบอกว่าเป็นประสบการณ์จากการที่ใช้รถยนต์มาหลายปี ตลอดจนกระทั่งเคยซ่อมรถยนต์ด้วยตนเองอีกต่างหาก เมื่อถึงเวลาส่งมอบรถให้กับทางศูนย์แล้ว กระผม/อาตมภาพจึงได้เดินทางกลับวัด ตอนแรกก็คิดว่าจะไปทันเวลาทำวัตรค่ำ แต่เมื่อดูแล้ว น่าจะไปไม่ถึงแน่นอน เพราะว่ารถใหม่ต่อมือ ไม่สามารถที่จะทำความเร็วได้ ต้องรอสร้างความคุ้นเคยกันไประยะหนึ่งก่อน จึงต้องมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนบนรถ เพื่อให้ทุกท่านได้รับฟังต่อเนื่องไม่ขาดช่วง เพียงแต่อยากจะย้ำกับทุกคนว่า ถ้าเราฝึกสติจนสมบูรณ์แล้ว ไม่ว่าจะมีปัญหาทางโลกหรือทางธรรม เราก็จะสามารถที่จะแก้ไขให้ทุกอย่างออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ ทุกท่านจึงไม่ควรที่จะทิ้งการภาวนา โดยเฉพาะลมหายใจเข้าออก หรือว่าอานาปานสติ ถ้าหากว่าสามารถทำจนรักษาอารมณ์ใจตนเองได้ เหตุใดเกิดขึ้นเราก็จะไม่หวั่นไหว มีแต่จะแก้ไขเหตุการณ์เหล่านั้นให้ผ่านพ้นไปด้วยดี สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................ เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:37 |
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน | ||
#5
|
||||
|
||||
![]() อ้างอิง:
![]()
__________________
"สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีรัง วิโสทะเย" ![]() |
![]() |
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน ) | |
|
|