ดูแบบคำตอบเดียว
  #3  
เก่า 15-12-2021, 22:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,499
ได้ให้อนุโมทนา: 127,293
ได้รับอนุโมทนา 4,283,949 ครั้ง ใน 31,072 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แต่คราวนี้คำว่าไม่กลัวตาย ไม่ใช่ว่าไปแสวงหาความตายโดยปราศจากปัญญา เมื่อประมาณ ๑๐ วันที่ผ่านมา กระผม/อาตมภาพจะไปรับวัคซีนยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งเป็นยี่ห้อที่ทุกคนปรารถนากันอย่างยิ่ง ถึงขนาดจ่ายเงินล่วงหน้าเป็นระยะเวลานาน ๆ เพื่อซื้อวัคซีนยี่ห้อนี้ แต่ความรู้สึกบอกอย่างชัดเจนว่า ถ้ารับวัคซีนยี่ห้อนี้เข้าไป จะเป็นจังหวะที่ช่วงกรรมเก่าเข้ามาสนองพอดี ก็จะเกิดอาการลิ่มเลือดอุดตันถึงขนาดต้องตัดแขนตัดขาไปเลย..!

ก็ในเมื่อรู้ในลักษณะอย่างนี้ แม้ว่าจะไม่กลัว แต่ว่าถ้าหากว่าสูญเสียแขนขาไป การทำงานเพื่อคณะสงฆ์หรือเพื่อส่วนรวมก็จะเป็นไปโดยยาก จึงปฏิเสธไปว่าไม่ขอรับวัคซีนตรงนี้

จนกระทั่งมาอาทิตย์นี้ หมอนุ้ย (แพทย์หญิงนวลจันทร์ เวชสุวรรณมณี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทองผาภูมิ) บอกว่า "มีวัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์เหลืออยู่ ถ้าหลวงพ่อฉีดแอสตราเซเนกามาแล้วครบ ๓ เดือน ก็สามารถที่จะไปบูสต์เข็มที่ ๓ ได้ เพราะว่ามีผลการทดลองยืนยันแล้ว"

ดังนั้น...ประการแรกคือไม่กลัวตาย ถึงได้ไปฉีดเข็มที่ ๓ ประการที่สอง วัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์สำหรับอาตมภาพแล้ว ต้องบอกว่าเป็น "วัคซีนสำหรับเด็ก" เพราะว่าเป็นวัคซีนที่ฉีดให้กับเด็กนักเรียน ในเมื่อเด็กฉีดได้ แก่จนกระทั่งหงำเหงือกอย่างอาตมภาพก็ต้องฉีดได้ สองอย่างรวมกันเข้าไป นอกจากไม่กลัวตายแล้ว ยังเจอวัคซีนเด็กอีก เหมือนอย่างกับ "ตีตั๋วเด็ก" ก็เลยไปฉีดด้วยความยินดี

พอฉีดเสร็จ นั่งคุยกับหมอนุ้ยซึ่งถามว่า "มีอาการอะไรไหมคะ ? เพราะว่าหนูเองฉีดเสร็จทีไร ก็รู้สึกหนักแขน แล้วก็แขนบวมทุกที" ก็บอกกับท่านผู้อำนวยการไปว่า "ไม่มีอะไรเลย ตั้งแต่ฉีดมาทั้ง ๓ เข็ม ไม่เคยเป็นอะไรตอนนั้นให้รู้สึกเลย" มีแต่หลังจากที่ฉีดกลับมาแล้ววันรุ่งขึ้นค่อยเป็นไข้ ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นไข้เพราะเกิดจากอากาศเปลี่ยนแปลง แล้วตามธรรมดาของบุคคลที่มีเชื้อมาลาเรียอยู่ มีการไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศ หรือว่าเป็นไข้เพราะวัคซีน จึงไม่สามารถที่จะบอกได้ แค่ฉันยาลดอาการไข้ตามปกติก็หายแล้ว

ดังนั้น...ตรงนี้ถึงได้ย้ำกับทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุสามเณร แม่ชี หรือว่าฆราวาสก็ตาม การปฏิบัติธรรมทุกอย่างเราต้องไม่ลืมว่า พระพุทธเจ้าเริ่มให้เราด้วยปัญญา หนทางแห่งความหลุดพ้น คือมรรคมีองค์ ๘ ประกอบไปด้วย สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ นี่คือตัวปัญญาอย่างแท้จริง

สัมมาทิฐิ มีความเห็นถูกต้องว่าหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นความจริง เป็นความธรรมดาประจำโลก เรายินดีที่จะปฏิบัติตาม สัมมาสังกัปปะ มีดำริอยากจะพ้นทุกข์ มีดำริต้องการออกจากกาม
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 17-12-2021 เมื่อ 23:07
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 38 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา