ดูแบบคำตอบเดียว
  #6  
เก่า 09-11-2021, 00:32
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 27,499
ได้ให้อนุโมทนา: 127,293
ได้รับอนุโมทนา 4,283,951 ครั้ง ใน 31,072 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น...ตรงจุดนี้ที่เล่าให้ฟังก็คือว่า เวลาที่เราเจองานหนัก ๆ จะวัดได้ชัดเลยว่า กำลังสมาธิของเราพอใช้งานไหม ? สติ สมาธิ ปัญญาของเรา เพียงพอที่จะแยกแยะความก่อนหลังเร็วช้าของงานได้ไหม ? ถ้าหากว่าสามารถทำได้ ตรงหน้าเราจะมีแค่งานเดียว แล้วไม่เครียด ไม่เกินกำลัง

แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเราในปัจจุบันนี้ก็คือ สติ สมาธิ ปัญญาไม่เพียงพอ มีกี่ปัญหาก็เอามาหมกรวมกันหมด ไหนจะเรื่องบ้าน ไหนจะเรื่องรถ ไหนจะเรื่องลูก เรื่องผัว เรื่องเมีย ไอ้โน่นก็ต้องผ่อน ไอ้นี่ก็ต้องซื้อ เจ้านายก็ด่า เร่งงานมา หัวจะหงอกตาย..!

ปัจจุบันนี้
กระผม/อาตมภาพอายุ ๖๓ ปีนะครับ ก็คือ ๖๒ ปี ๕ เดือน ไปนั่งรวมกันเพื่อนนี่ กลายเป็นลูกชายเพื่อนเลย เพื่อนเป็นฆราวาส ชีวิตเครียดมาก เพราะว่าไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่าอะไรก่อน อะไรหลัง โดยเฉพาะเรื่องของงาน ยิ่งไม่ได้ปฏิบัติธรรมไปด้วยก็ยิ่งแย่กันไปใหญ่

การปฏิบัติธรรมของเรา ที่สำคัญที่สุดก็คือต้องนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ กิเลสมาต้องหลบให้ทัน ต้องรับมือให้ได้ ไม่อย่างนั้นแล้วไอ้ที่เราปฏิบัติมาทั้งหมด ก็เท่ากับไม่ได้ทำอะไร เพราะว่าสู้กิเลสไม่ได้เหมือนเดิม กว่าที่จะมาถึงขั้นนี้ได้ แต่ละคนก็ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด แต่กระผม/อาตมภาพยืนยันครับว่าสู้อย่างเดียว ถ้าหากว่าเราสู้ โอกาสชนะจะมี แต่ถ้าเราถอย โอกาสชนะไม่มีเลย..!

สมัยก่อนหลวงพ่อวัดท่าซุงบ่นพระให้ผมฟังครับ ท่านบอกว่า "อยากจะฟาดกบาลมัน มันมาขอบวช ยังไม่ทันจะบวชเลย มันถามหาฤกษ์สึกแล้ว" ในเมื่อตั้งเวลาสึกเอาไว้แล้ว กำลังใจแบบนั้นหรือจะสู้กิเลสได้ เพราะจะคิดอยู่เสมอว่า "สู้ไม่ได้" เวลานั้นกูก็จะไปแล้ว อย่าลืมนะครับ ที่หลวงปู่หลวงพ่อสายวัดป่าท่านบอกว่า "ธรรมะอยู่ฟากตาย" ก็คืออยู่ฝั่งเดียวกับความตาย ถ้าไม่สู้ชนิดเอาชีวิตเข้าแลก รอดยากครับ

ที่ฝากพวกเราเอาไว้ก็เพราะว่า บางท่านสองจิตสองใจ จะอยู่หรือจะไปดี พี่คนนั้น ๔ พรรษาก็ไปแล้ว พี่คนโน้น ๒ พรรษาก็ไปแล้ว
กระผม/อาตมภาพไม่ชวนใครอยู่นะครับ ตัดสินใจเอาเองได้เลย ตามสบายครับ มีอะไรเกิดขึ้น ก็รับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง รบกวนเวลาพวกเรามากแล้ว พอแค่นี้แหละครับ ขอบคุณมาก


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 09-11-2021 เมื่อ 03:41
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 45 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา