ดูแบบคำตอบเดียว
  #15  
เก่า 11-10-2020, 18:56
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 26,533
ได้ให้อนุโมทนา: 116,863
ได้รับอนุโมทนา 4,242,290 ครั้ง ใน 30,084 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พระอาจารย์กล่าวว่า “เรื่องของการทำบุญ เรียกอีกอย่างว่าทำกุศล คำว่า กุศล แปลเป็นภาษาไทยว่า ความฉลาด คราวนี้ความฉลาดในที่นี้คือ ฉลาดในการสร้างเสริมสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะเกิดขึ้นแก่ตัวเราเอง เพื่อที่จะได้พัฒนา กาย วาจา ใจ ของเราให้ดีขึ้น จนกระทั่งพัฒนาถึงที่สุด ก็จะหลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพาน

แต่คราวนี้วิธีการสร้างกุศล พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ ๑๐ อย่างด้วยกัน เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ มีตั้งแต่ทานมัย การให้ทาน ไปจนถึงทิฏฐุชุกัมม์ การมีความเห็นเป็นสัมมาทิฏฐิ

คราวนี้สิ่งทั้งหลายเหล่านี้จะว่าไปแล้ว ในส่วนของทานเป็นส่วนที่เราจะต้องขวนขวายมาก หาสิ่งของเงินทองมาเพื่อที่จะทำทาน ส่วนในการรักษาศีล การเจริญภาวนา การขวนขวายงานบุญคนอื่นให้สำเร็จลง การทำบุญแล้วอุทิศส่วนกุศล การโมทนาบุญของคนอื่น การอ่อนน้อมถ่อมตน การฟังเทศน์ฟังธรรมแล้วน้อมนำไปปฏิบัติ การปฏิบัติได้แล้วนำไปสอนคนอื่นเขาต่อ ตลอดจนกระทั่งการมีสัมมาทิฏฐิ เป็นสิ่งที่ไม่ต้องเสียของ ไม่ต้องเสียเงิน แต่คนเรากลับทำน้อยกว่ากันมาก

เหตุที่ทำน้อยกว่าเพราะว่า สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ต้องการกำลังใจที่สูงกว่า เนื่องจากว่าถ้าไม่ใช่ผู้ที่ฉลาดอย่างแท้จริง จะรู้สึกว่าจับต้องไม่ได้ ไม่เหมือนกับการให้ทานที่เรามีข้าวของเงินทองไปให้ เราจับได้ต้องได้ว่าเป็นวัตถุทาน ส่วนในสิ่งที่มีบุญมีกุศลมากกว่า เพราะว่าส่วนใหญ่เป็นการฝึกหัดขัดเกลาจิตใจของเรา กลับเป็นของที่ทำได้ยากกว่า ทั้ง ๆ ที่แทบจะไม่ต้องเสียเงินเสียของอะไรเลย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-10-2020 เมื่อ 20:06
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 220 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา