ดูแบบคำตอบเดียว
  #10  
เก่า 06-02-2021, 09:53
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,475
ได้ให้อนุโมทนา: 101,905
ได้รับอนุโมทนา 4,187,126 ครั้ง ใน 29,013 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : มีพระสูตรหนึ่งที่กล่าวว่า

[๓๗๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตัณหา ๓ และมานะ ๓ ควรละ
ตัณหา ๓ เป็นไฉน คือ กามตัณหา ๑ ภวตัณหา ๑ วิภวตัณหา ๑ ตัณหา ๓ นี้ควรละ
มานะ ๓ เป็นไฉน คือ ความถือตัวว่าเสมอเขา ๑ ความถือตัวว่าเลวกว่าเขา ๑ ความถือตัวว่าดีกว่าเขา ๑ มานะ ๓ นี้ควรละ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล ตัณหา ๓ และมานะ ๓ นี้ย่อมเป็นธรรมชาติ อันภิกษุละได้แล้ว
เมื่อนั้น ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้ตัดตัณหา ขาดแล้ว คลายสังโยชน์ได้แล้ว
ได้กระทำที่สุดทุกข์เพราะละมานะได้โดยชอบ ฯ

โยมสงสัยว่าตัณหาและมานะมีความเกี่ยวพันกันเช่นไรคะ และจากพระสูตรนี้หากแค่ละตัณหากับมานะสองอย่างนี้ได้คือการกระทำสิ้นสุดแห่งทุกข์หรือคะ ?
และขอความเมตตาอธิบายตัวมานะค่ะ
ตอบ : ตัณหาคือความอยาก มานะคือตัวกู ถ้าไม่มีตัวกูและความอยาก ทุกอย่างก็จบ

__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 183 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา