ชื่อกระทู้: ลีลาของมาร
ดูแบบคำตอบเดียว
  #6  
เก่า 22-01-2010, 11:30
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 25,465
ได้ให้อนุโมทนา: 101,778
ได้รับอนุโมทนา 4,186,007 ครั้ง ใน 29,003 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ถาม : อย่างนี้ชนะยากครับ เพราะเวลาเขามา เขามาแต่ในสิ่งที่เราชอบ ?
ตอบ : ถ้าเราขาดสติ เสร็จเขาแน่นอน ไม่ต้องว่าไปถึงญาติโยมหรอก แค่ในวงการพระ แรก ๆ บวชเข้ามา ก็หวังที่จะปฏิบัติดีปฏิบัติชอบกันทั้งนั้น แต่พอความดีเริ่มปรากฏ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เริ่มเข้ามา จากที่เคยทำทุกอย่างเพื่อพระศาสนา ทำทุกอย่างเพื่อส่วนรวม ทำเพื่อสงเคราะห์ชาวบ้าน ก็กลายเป็นทำเพื่อบำรุงบำเรอความสุขตัวเอง กลายเป็นแข่งกันรวย ใครจะนั่งรถมียี่ห้อกว่ากัน ใครจะสร้างกุฏิได้สวยกว่ากัน ใครจะสร้างโบสถ์ได้แพงกว่ากัน ใครจะจัดงานวัดแล้วมีรายรับมากกว่ากัน ใครจะมีลูกศิษย์ใหญ่โตกว่ากัน เรื่องพวกนี้จะค่อย ๆ ดึงเราให้เผลอไป ทีละนิดเดียว..นิดเดียว จนเราไม่รู้ตัว ถ้าขาดการประเมินตัวเองอย่างที่บอกเมื่อคืนนี้ โดยทิ้งระยะเวลานานเกิน จะเสียหายได้ง่ายมาก จึงได้บอกว่า ประเมินตัวเองเดือนละครั้งถือว่าช้า เพราะถ้าเราพลาด เราจะพลาดไปทั้งเดือนเลย

และที่สำคัญที่สุดก็คือ จะไปเสียดายสถานภาพตัวเอง พอเสียดายสถานภาพตัวเอง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าทำไม่ถูก แต่ต้องทำ เพื่อรักษาสถานภาพ เพื่อรักษาความสุข ความสบายของตนเอง เพราะฉะนั้น..คิดให้ดี ตรองให้เป็น ช่วงที่ผ่านมา อาตมาได้เล่าเรื่องเจ้าของโรงเรียนที่ภูเก็ต เขามีโรงเรียนที่บริหารอยู่สามโรงแล้ว ซึ่งรายได้แต่ละเดือนนี่ถ้าเป็นอาตมา นับเม็ดเงินทีคงแทบจะเป็นลม แล้วนี่ยังสร้างโรงเรียนแห่งที่สี่อีก ก็อยู่ในลักษณะเดียวกัน ถึงเวลาลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เข้ามาก็กอบโกย โดยที่ลืมไปว่าตัวเธออยู่คนเดียว ไม่ได้แต่งงาน แล้วถ้าตายขึ้นมาทรัพย์สมบัติทั้งหมดจะให้ใคร เป็นพวกเราถ้าตัวคนเดียว มีเงินขนาดนั้นแล้ว เรายังจะทำอย่างนั้นไหม ? หรือว่าเราจะเข้าวัดเข้าวา เริ่มทำบุญใส่บาตร ปฏิบัติในศีล สมาธิของเรา ?

จึงอยู่ที่ว่า เรารู้ตัวเร็วช้าขนาดไหน ? รู้ตัวช้ามากเท่าไรก็เสียเวลามากเท่านั้น แต่ถึงเรารู้ตัวแล้ว เราถอยออกมาก้าวหนึ่งแล้ว แต่ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็จะพยายามที่จะดึงเราเข้าไป อาจจะอยู่ในลักษณะที่ว่า เราจำเป็นต้องรักษาสถานภาพตัวเอง เราจำเป็นที่จะต้องมีอาชีพเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว จริง ๆ แล้วก็เป็นในลักษณะที่หลอกให้เราถลำลึกไปอีก ขณะเดียวกันถ้าเขาไม่สามารถหลอกเราถลำลึกไปได้ เพราะเรารู้ตัวจริง ๆ เขาก็ยังหลอกเราอีกแง่หนึ่ง ว่าเธอเป็นคนดีจังเลย ขนาดอยู่ในวงการมายาแล้ว ยังเข้าวัดเข้าวา ทำบุญใส่บาตร นั่งสมาธิ ถือศีลเป็นปกติ คราวนี้ก็บรรลัย เพราะเขายกเราลอยขึ้นกลางฟ้าเลย แล้วถ้าเขาเลิกยกเราเมื่อไร ก็หล่นลงเหวไปเลย..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 28-02-2015 เมื่อ 10:13
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 82 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา