ข้อที่ ๒ "อา" ก็คือ "อารักขสัมปทา" รู้จักรักษาทรัพย์สินของตน ของเก่าสูญหายให้รู้จักไขว่คว้าหาคืนมา ไม่ใช่หายแล้วหายเลย ของเก่าชำรุดต้องรู้จักซ่อมแซม ไม่ใช่ถึงเวลาก็ซื้อของใหม่ เราไม่มีโอกาสที่จะทำอย่างนั้นแล้ว เนื่องเพราะว่าทุกอย่างขาดแคลนไปทั้งโลก โดยเฉพาะเครื่องใช้เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ
อย่างประเภทคอมพิวเตอร์ หรือว่าโทรศัพท์มือถือ เมื่อทุกอย่างหายาก ราคาก็จะแพงขึ้นไปเรื่อย ถ้าไม่ใช่ของเราที่เก่ามากจริง ๆ ให้ทนใช้ไปก่อน หรือถ้าใครมั่นใจว่าตนเองร่ำรวยพอ ภายใน ๕ ปีนี้ไม่กระทบกระเทือน ท่านจะซื้อของใหม่ก็ย่อมได้
ข้อต่อไปก็คือ "กัลยาณมิตตตา" รู้จักคบหาแต่เพื่อนดี ซึ่งคำว่า "เพื่อนดี" ในที่นี้ กระผม/อาตมภาพอยากให้นึกถึงสมัยก่อนที่ทุกคนมีศักดิ์ศรีของตนเอง ถึงขนาดมีคำกล่าวว่า "ชายชาติเสือไม่ขอเนื้อใครกิน" หรือที่มีการแต่งเป็นโคลงว่า
ถึงจนทนสู้กัด ... กินเกลือ อย่าเที่ยวแล่เนื้อเถือ ... พวกพ้อง อดอยากเยี่ยงอย่างเสือ ... สงวนศักดิ์ โซก็เสาะใส่ท้อง ... จับเนื้อกินเอง ฯ ก็คืออย่าได้เบียดเบียนคนอื่น เป็นหนี้เป็นสินก็พยายามที่จะใช้คืน
ข้อสุดท้ายก็คือ "สมชีวิตา" รู้จักดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง สิ่งสำคัญในชีวิตของเรามีแค่ปัจจัย ๔ คือ "อาหาร" ซึ่งต้องสิ้นเปลืองทุกวัน แต่ว่าถ้าข้าวของมันแพงขนาดนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องไปเข้าร้านหรูแพง ๆ ไม่จำเป็นจะต้องมีค่าอาหารวันละ ๑,๐๐๐ บาท แค่หาเงินให้ได้ ๑๐๐ บาท แล้วดำรงชีวิตผ่านไป ๑ วันก็ยากแล้ว
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:49
|