วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อวานนี้กระผม/อาตมภาพต้องรอจนทุ่มกว่า ถึงจะได้เริ่มการอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล ในงานประจำปีของวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) หรือว่า "วัดใต้" ในภาษาชาวบ้าน เนื่องเพราะว่าทุกปีในช่วงวันที่ ๔ - ๕ - ๖ เมษายน จะเป็นงานประจำปีปิดทองรูปหล่อหลวงปู่เปลี่ยน หรือท่านเจ้าคุณพระวิสุทธิรังษี สังฆปาโมกข์ (เปลี่ยน อินฺทสโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี
ด้วยความที่งานมาค่ำ มาลาเรียเริ่มจับ จึงต้องใช้วิธี "ทิ้งไปทั้งตัว" เลย เขาจะมีอะไรก็ปล่อยเขาไป พระท่านบอกว่าพอเมื่อไรแล้วค่อยว่ากันอีกที ซึ่งวิธีนี้ระยะหลังต้องใช้บ่อย เนื่องเพราะว่าญาติโยมบางทีก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมกระผม/อาตมภาพไม่ออกงานกลางคืนเลย ? เนื่องเพราะว่าเป็นเวลาที่มาลาเรียมักจะมาเยี่ยม ถ้าหากว่าเป็นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็อาจจะมีรอบพิเศษอีกด้วย..! นี่ก็ว่าไปเรื่อยเปื่อย
สำหรับเมื่อเช้าก็ไปบวงสรวง เพื่อขออนุญาตบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมธุดงค์สถานหลวงปู่ปาน โสนันโท อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี สิ่งที่เห็นชัด ๆ คาตาก็คือพระบรมสารีริกธาตุเพิ่มจำนวนให้เห็นต่อหน้าต่อตา..! แต่ก็เป็นเรื่องที่เห็นจนเป็นปกติแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรมาก
พระบรมสารีริกธาตุ จะว่าไปแล้วถือว่าเป็นวัตถุมงคลที่มีความใกล้ชิดกับพระวรกายพระพุทธเจ้ามากที่สุด เนื่องเพราะว่าก็คืออัฐิหรือกระดูกขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แปรสภาพแล้ว ซึ่งอัฐิหรือว่ากระดูกนี้ มีทั้งส่วนที่เป็นของแท้ ซึ่งแบ่งปันกันออกไป ๗ ทะนาน
เด็กรุ่นหลังไม่ทราบว่าทะนานหน้าตาเป็นอย่างไร ? สมัยกระผม/อาตมภาพเองยังใช้อยู่ ก็คือจะเป็นภาชนะที่ทำจากกะลาใบใหญ่ น่าจะมีความจุเกิน ๑ ลิตรนิดหน่อย ส่วนใหญ่ใช้ในการตวงข้าว แล้วสมัยนั้นส่วนมากก็ใช้ตวงข้าวเปลือก โดยที่จะมีมาตราในการตวงเป็น ทะนาน สัด ถัง บั้น เกวียน ไปศึกษาเอาว่าแต่ละอย่างมีเท่าไร
โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสาน บางทีก็มีมาตราในการตวงต่างจากของเรา อย่างเช่นว่าบางทีทางเหนือก็นับเป็น "จ๊อย" ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการชั่งฝิ่น ๑ จ๊อยก็อยู่ที่ประมาณ ๖ ขีด หรือที่บ้านเราเรียกเป็นถัง แต่ทางเหนือเรียกเป็น "หมื่น" ๑ หมื่นของทางเหนือก็เกือบจะ ๑ ถังของเรา ก็คืออยู่ที่ราว ๆ ๑๒ กิโลกรัม
ดังนั้น.."ดอยสามหมื่น" ไม่ได้หมายความว่ามีภูเขา ๓๐,๐๐๐ ลูก แต่เป็นภูเขาใหญ่ที่ใครคิดจะข้าม ต้องแบกข้าวไปสามหมื่น ก็ประมาณเกือบจะ ๓ ถัง เดินทางไปหุงกินไป ข้าวหมดก็ข้ามพ้นพอดี เขาถึงได้เรียกว่าดอยสามหมื่น คนรุ่นหลังส่วนใหญ่ไม่รู้ที่มาที่ไป บางทีก็เดากันไปเรื่อยเปื่อย
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:43
|