ประการที่ ๒ เพื่อที่ไปแสดงตนให้ผู้ใหญ่เห็นในวาระสำคัญ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าโผล่หน้าไปให้ท่านเห็น จะได้เป็นที่จดจำได้บ้าง ถึงเวลาถ้ามีอะไร ท่านเรียกใช้ ความก้าวหน้าในชีวิตของเราก็จะมีขึ้น
ประการต่อไปก็คือเป็นการรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีของเราเอาไว้ เนื่องเพราะว่าสิ่งดี ๆ ทั้งหลายที่เกิดขึ้น คนเราถ้าทำผิดแล้วรู้จักขอโทษขออภัย ผู้ใหญ่ก็จะรักใคร่เมตตา
แต่ในปัจจุบันนี้ที่ผิดเพี้ยนไปมากก็คือข้อสุดท้าย แทนที่จะไปรดน้ำขอพร ดันไปรดน้ำอวยพร ซึ่งบุคคลที่ด้อยกว่าด้วยวัยวุฒิคืออายุ ด้วยคุณวุฒิคือความรู้หรือประสบการณ์ ตลอดจนกระทั่งคุณงามความดีที่สั่งสมมา จะเอาอะไรไปอวยพรให้กับผู้ใหญ่ ? ใครทำก็เท่ากับว่ามันทะลึ่ง ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง..! แม้กระทั่งกระผม/อาตมภาพเองเป็นพระ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนน่าจะไม่เกิน ๑๐ ขวบ ยังมารดน้ำอวยพร ขอให้หลวงพ่อแข็งแรง ๆ ฟังแล้วกูจะบ้า..!
ผู้ใหญ่สมัยก่อนท่านอยู่ในศีลกินในธรรม สั่งสมบุญญาบารมีเอาไว้ ถึงเวลาเอ่ยปากด้วยความหวังดีปรารถนาดี ให้ลูกหลานมีความเจริญก้าวหน้า นอกจากจะเป็นกำลังใจให้ลูกหลานรู้สึกว่าดี ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่แล้ว ส่วนที่สำคัญก็คือเทวดารักษาตัวของผู้ใหญ่ ซึ่งถ้าหากเห็นว่าสิ่งที่บุคคลนั้น ๆ ขอจากผู้ใหญ่ ไม่เกินวิสัย ก็จะบันดาลให้เป็นไปตามนั้นได้
แต่ปัจจุบันที่ผิดเพี้ยนไปมากนั้น อันดับแรกเลยก็คือ เด็ก ๆ ไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณีที่ถูกต้อง ประการต่อไปก็คือไม่รู้ที่ต่ำที่สูง แม้แต่การสรงน้ำพระพุทธรูป ก็ราดจากเศียรพระลงไปเลย..! พระพุทธรูปที่คนไทยนับถือศาสนาพุทธกราบไหว้บูชา แม้แต่องค์ประมุขของชาติก็กราบไหว้บูชา เรากลับเอาน้ำไปรดเศียร ต่อให้ใช้หัวแม่เท้าข้างไหนตรองดูก็รู้ว่าไม่สมควร..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 04-04-2026 เมื่อ 01:16
|