วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ไม่ทราบว่าวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๕ นี้เป็นวันโลกาวินาศหรืออย่างไร ? เนื่องเพราะว่าทันทีที่กระผม/อาตมภาพเดินทางไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ความวุ่นวายสารพัดก็เกิดขึ้น..!
อันดับแรกก็คือสอบถามว่า "งานรับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์แก่กระทรวงศึกษาธิการนั้นจัดที่ไหน ?" ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตอบไม่ได้ แต่ชี้ให้ดูว่ามีการจัดงานสองที่ ก็คือถ้าด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ และทางด้านคุรุสภา
กระผม/อาตมภาพจึงต้องให้น้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ซึ่งทำหน้าที่พลขับ มุ่งตรงไปยังหน้ากระทรวง เพราะเห็นว่ามีพระอยู่ทางด้านนั้นหลายรูป แต่ไปถึงแล้วปรากฏว่า ที่นั่นเป็นการทำบุญครบ ๑๓๔ ปี กระทรวงศึกษาธิการ ไม่ใช่สถานที่จัดเพื่อรับรางวัล จึงต้องขับรถวนรอบกระทรวง เพื่อมาเข้าทางด้านคุรุสภาอีกครั้งหนึ่ง
ครั้นเข้ามาแล้ว สอบถามทางด้านเจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่อยู่บริเวณนั้นว่า "สถานที่จอดรถของผู้รับรางวัลคือที่ไหน ?" อีกฝ่ายหนึ่งก็อึกอักตอบไม่ได้ จึงบอกไปว่า "ทางด้านผู้จัดได้ขอเอาหมายเลขทะเบียนรถ และยี่ห้อสีสันรถยนต์ไปหมดแล้ว" ทางด้าน รปภ.จึงได้ไปยกเอากรวย ตลอดจนกระทั่งเครื่องกั้นออก บอกให้จอดตรงบริเวณพื้นที่ขาวแดงตรงนี้เลย..!
กระผม/อาตมภาพถามว่า "เขาไม่ได้เตรียมที่เอาไว้ให้สำหรับรถผู้มารับรางวัลหรือ ?" กระผม/อาตมภาพดูด้วยสายตาน่าจะได้อีกไม่เกิน ๔ คัน รปภ.ตอบว่า "ต้องจอดตรงนี้แหละครับ ถ้าหากว่าตรงนี้เต็ม ก็ต้องไปจอดที่ทางวัดมกุฏกษัตริยาราม ราชวรวิหาร..!" กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่นั่งกุมหัวตัวเองคิดว่า "ทำงานภาษาอะไรกันวะ ทุกอย่างเหมือนกับมืออาชีพมากเลย แต่พอมาถึงกลายเป็นหลงจู๊หัดใหม่ไปเสียนี่..!"
ครั้นจอดรถเรียบร้อยแล้ว ก็ให้น้องเล็กไปสอบถามเจ้าหน้าที่ด้านบน ปรากฏว่าทางด้านนั้นแจ้งว่า "ยังไม่รับลงทะเบียน ขอให้ถึงเวลา ๐๘.๓๐ น.ก่อน แล้วค่อยมาลงทะเบียน" คราวนี้ก็เวรกรรมตรงที่ว่า กระผม/อาตมภาพเคยไปรับรางวัลในสถานที่ราชการระดับกระทรวงมาแล้วเป็น ๑๐ ครั้ง เขาจะจัดสถานที่ต้อนรับพระและภัตตาหารเช้าเอาไว้ แต่ว่าที่นี่ไม่มีอะไรให้เลยแม้กระทั่งที่นั่ง..! จึงได้แต่นั่งอยู่ในรถของตัวเอง
สักครู่ใหญ่ขณะที่ภาวนาอยู่ เสียงน้องเล็กเรียกว่ามีหลวงปู่รูปหนึ่งมาถึง พอออกมาก็เห็นว่าเป็นหลวงปู่เจ้าคุณหัตไทย - พระโบราณพิทักษ์ (หัตไทย วิสุทฺธิสาโร) วัดลุ่ม (พระอารามหลวง) ตำบลท่าประดู อำเภอเมืองระยองนั่นเอง ท่านเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๓ เดินยิ้มมาอย่างอารมณ์ดีกับพระอนุจร
ซึ่งพระอนุจรติดตามท่าน พอเห็นหน้าก็ยกมือไหว้กระผม/อาตมภาพ หันไปบอกกับหลวงปู่ท่านว่า "หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุนครับ" กระผม/อาตมภาพจึงนิมนต์หลวงปู่ท่านนั่งลงที่โคนต้นไม้ ซึ่งเขาก่ออิฐล้อมเอาไว้หน่อยหนึ่ง พอเป็นที่นั่งได้ รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปในตัวอาคารได้สักที..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 02-04-2026 เมื่อ 01:46
|