เมื่อทำการบรรพชาหมู่ให้แก่สามเณรทั้งหมดและถ่ายรูปหมู่แล้ว กระผม/อาตมาภาพก็ถวายภาระให้กับทางบรรดาพี่เลี้ยง โดยควักกระเป๋าหมดตัวแล้ว มีให้พี่เลี้ยงอยู่ ๙,๐๐๐ บาท ตนเองเหลืออยู่ ๑๒๐ บาท บอกกับพี่เลี้ยงว่า "ใช้ไปก่อน เดี๋ยวกลับมาผมจะหาเพิ่มให้..!"
เนื่องเพราะว่าวันก่อนควักค่าอาหารเพิ่มให้กับทาง "แม่ชีชื่น" (อุบาสิกาชื่น ศรีสองแคว) หัวหน้าแม่ชีวัดท่าขนุน เพื่อทำอาหารถวายสามเณรระหว่างที่บรรพชาอยู่ทั้ง ๑๐ วัน ไปเป็นจำนวน ๑๐๐,๐๐๐บาท และวันนี้ก็จ่ายเงินเดือนให้บรรดาบุคลากรต่าง ๆ ของวัดไปด้วย ทั้งเนื้อทั้งตัวจึงเหลือแค่ที่เห็น ยังไม่ได้จ่ายค่ารักษาบรรดาพี่น้องสี่ขาทั้งหลายเกือบ ๒๐๐ ชีวิต ซึ่งมอบให้กับทางด้านพระมหาสุบรรณรักษ์ ปญฺญาวุฑฺโฒ ป.ธ. ๕ ไปบริหารจัดการ โดยที่ไม่เคยพอเลยแม้แต่เดือนเดียว แต่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็ควักกระเป๋าของตนเองเสริมเข้าไป เมื่อกระผม/อาตมาภาพจ่ายให้เมื่อไร ก็ค่อยมาหักกลบลบล้างกันทีหลัง..!
อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเงินเดือนของบรรดาบุคคลที่ร่ำเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ ไม่ว่าจะเป็นระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หรือว่าปริญญาเอกก็ตาม ซึ่งกลับไปก็ต้องหามาจ่ายให้ท่านอยู่ดี แต่ว่าไม่ได้หนักใจ เนื่องเพราะว่าวันนี้ต้องเดินทางเข้าไปยังวัดอุทยาน พรุ่งนี้เช้ามืดจะต้องเดินทางต่อไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี ๒๕๖๙
ภายในคืนนี้เมื่อเดินทางไปถึง "ไอ้ตัวเล็ก"น่าจะนำปัจจัยส่วนหนึ่งที่ญาติโยมทั้งหลายจองวัตถุมงคล ไม่ว่าจะเป็นกระทู้กฐินปลดหนี้ก็ดี หรือว่าในกระทู้ทุนการศึกษาก็ตามมาส่งให้ ตรงส่วนนี้ก็สามารถที่จะเล่นแร่แปรธาตุใช้งานอย่างอื่น ก่อนที่จะถึงเวลาซึ่งต้องให้โครงการนั้น ๆ เต็มตามจำนวนที่ได้รับปากเอาไว้
จะว่าไปแล้ว เรื่องของเงินทองถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะเครียดมาก เพราะว่าไม่มีความแน่นอนเลยว่าจะมีปัจจัยเข้ามาหรือไม่ ในสมัยที่ "หลวงพ่อเต๊อะเมียะ" (พระครูกาญจนพิสุทธิคุณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสะพานลาวยังอยู่ ท่านบอกว่า "ที่อาจารย์เล็กแกดูไม่แก่ เพราะแกไม่เครียด เนื่องจากว่ามีเงินใช้อยู่แล้ว..!"
กระผม/อาตมาภาพก็ได้แต่หัวเราะ เนื่องเพราะว่าเป็นคนละเรื่องเดียวกัน เหตุที่กระผม/อาตมาภาพไม่เครียด ก็เพราะมั่นใจในอานุภาพของพระคาถาเงินล้านว่า ขาดเหลืออย่างไรเสียก็หามาใช้จ่ายได้ทันแน่นอน จึงเป็นคนที่ใช้เงินแบบไม่คิดถึงวันพรุ่งนี้ ประมาณว่าวันนี้ถ้าหมดลงได้ก็ให้หมดลงไปเลย จะได้ไม่มีภาระต่อเนื่องไปถึงพรุ่งนี้อีก
เรื่องพวกนี้นั้น ท่านทั้งหลายที่ยังไม่มีความมั่นใจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือว่าเกิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างกระผม/อาตมาภาพ ก็อย่าเพิ่งได้เลียนแบบและทำตาม เนื่องเพราะว่าฉวยพลาดพลั้งอะไรขึ้นมา เราอาจจะต้องตกระกำลำบากไประยะหนึ่งก็เป็นได้ เพราะว่าพวกเราไม่ได้สร้างบุญสร้างกุศลมาโดยส่วนเดียว จึงทำให้อานิสงส์ของทานบารมีที่จะเสริมพระคาถาเงินล้านให้เกิดดอกออกผลนั้น หาความแน่นอนได้ยาก
แต่กระผม/อาตมาภาพเอง กระทำในเรื่องของบุญกุศลต่อเนื่องมาเกินกว่า ๔๐ ปีแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจในตรงจุดนี้ เพราะมั่นใจว่าถึงเวลาแล้ว ทานบารมีที่ได้กระทำไปในชาตินี้นี่แหละ จะตามมาส่งผลให้ทันอย่างแน่นอน
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:32
|