ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า วันนี้, 00:19
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,046
ได้ให้อนุโมทนา: 162,564
ได้รับอนุโมทนา 4,537,539 ครั้ง ใน 37,665 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๓๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ หลังจากออกบิณฑบาตและฉันเช้าตามปกติแล้ว ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นที่วัดท่าขนุน เนื่องเพราะว่าบรรดาผู้ปกครองนำเอาลูกหลานแห่กันมาสมัคร เพื่อเข้าโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๗๑ พรรษา ซึ่งทางวัดของเราต้องการผู้เข้าร่วมโครงการ ๗๑ รูปเท่านั้น แต่ว่าทุกปีก็จะได้เกินมาอยู่เสมอ

เพียงแต่ว่าปีนี้นั้น บุคคลที่มาขอบรรพชาด้วยตนเอง ไม่มีพ่อแม่นำมา ทางวัดจะไม่ให้บรรพชาในโครงการนี้ เนื่องเพราะว่าปีที่แล้ว มียายนำหลานมาเข้าโครงการรบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ไม่ทราบว่าจะด้วยจุดมุ่งหมายใดก็ตาม แต่ว่าผู้เป็นพ่อแม่ตามมาต่อว่าที่วัดว่า "พ่อแม่ไม่ได้อนุญาต แล้วบวชให้สามเณรได้อย่างไร ?"

และในขณะเดียวกัน ก็มีการลือกันไปว่า ทางวัดท่าขนุนเข้มงวดกับสามเณรค่อนข้างจะมาก เนื่องจากว่าถ้าผิดระเบียบ นอกจากโดนตีแล้ว ยังห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในระหว่างนั้นอีกด้วย จึงทำให้บุคคลที่สมัครและผ่านเข้าไปเพื่อร่วมโครงการมีเพียง ๗๙ รูป/คนเท่านั้น..!

ทางด้านพระภิกษุวัดท่าขนุน เมื่อรับสมัคร ยืนยันการผ่านเข้าโครงการแล้ว ส่วนที่เหลือก็ช่วยกันโกนหัวให้กับว่าที่สามเณร ครั้นถวายข้าวปลาอาหารมื้อเพลแก่พระภิกษุสงฆ์ และให้ว่าที่สามเณรร่วมกันกินอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องรอจนกระทั่งเสียงตามสายของวัดท่าขนุนได้จบลง

กระผม/อาตมาภาพจึงได้เริ่มการบรรพชาหมู่สามเณรภาคฤดูร้อนทั้ง ๗๙ รูป โดยที่ชี้แจงกับผู้ปกครองก่อนว่า การที่จะมาเยี่ยมเยียนสามเณรนั้น อนุญาตให้มาเยี่ยมได้เฉพาะวันที่ ๕ เมษายนวันเดียวเท่านั้น และมาแล้วก็อาจจะไม่ได้เจอสามเณร เพราะว่าพาไปทัศนศึกษานอกสถานที่ ส่วนวันอื่นไม่จำเป็นที่จะต้องมาเยี่ยม เนื่องเพราะว่าถ้าใครมา ก็จะตีลูกหลานให้ดูต่อหน้า เพราะเหตุว่าไปอ้อนจนพ่อแม่ต้องมาเยี่ยมนอกเวลา..!

อีกประการหนึ่งก็คือให้เก็บของมีค่า และโทรศัพท์มือถือของลูกหลานกลับไปตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลย เพราะว่าในโครงการไม่อนุญาตให้ใช้งาน ถ้าหากว่ามีการสูญหาย ทางวัดไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น บรรดาผู้ปกครองก็ได้แต่ยิ้มในลักษณะที่ว่า ไม่รู้จะสงสารลูกหรือสงสารตัวเองดี ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:27
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา