ดูแบบคำตอบเดียว
  #5  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,046
ได้ให้อนุโมทนา: 162,564
ได้รับอนุโมทนา 4,537,539 ครั้ง ใน 37,665 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

สิ่งที่ครูบาอาจารย์พูดไม่ใช่ฟังแล้วผ่านหู แต่ฟังแล้วให้เอาไปทำด้วย พวกเราทั้งหลายส่วนใหญ่มักจะฟังผ่านหูไปเฉย ๆ โอกาสที่จะใช้สิ่งที่ได้ยิน ได้ฟัง ได้ศึกษา ไปก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตัวถึงได้มีน้อยมาก โอกาสที่จะประสบความสำเร็จจึงยาก..!

เนื่องเพราะว่า "สุตตะ" คือการได้ยิน ได้ฟัง ได้ศึกษามากเป็นสิ่งภายนอก ยังต้องมี "โยนิโสมนสิการ" คือน้อมเข้ามาปฏิบัติอย่างแยบคาย ให้เหมาะสมกับสถานที่ ตัวบุคคล ตลอดจนกระทั่งเหตุการณ์นั้น ๆ พูดแบบภาษาเก่าก็คือ "ให้เหมาะสมกับกาลเทศะ" ดังนั้น..การที่ลูกศิษย์จะต้องอยู่กับครูบาอาจารย์ ก็เพื่อขัดเกลาตนเองให้ดีที่สุด ถึงเวลาได้แบบอย่างไป มีภาระหน้าที่อะไรมา ก็จะได้เหนื่อยน้อยหน่อย

ตัวกระผม/อาตมภาพเองสมัยที่อยู่วัดท่าซุง ทุ่มเทให้กับการปฏิบัติ หัวไม่วางหางไม่เว้น เรื่องงานก่อสร้างไม่แตะต้องเลย พอมาอยู่ที่สำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี ต้องมาสร้างทั้งสำนัก วัสดุอุปกรณ์ สารพัดสิ่งของ ราคาเท่าไร ? ต้องใช้เท่าไร ? โดยเฉพาะตอนที่ช่างถามว่า "จะให้ทำอย่างไรบ้าง ?" ไม่เคยศึกษามาแล้วจะบอกเขาได้อย่างไรว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ?

อย่างเช่นเวลาไปสั่งแพลนท์ปูน เขาถามว่า "สเตรงจ์เท่าไร ?" ถ้าเป็นพวกท่านจะตอบว่าอย่างไร ? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าต้องมีแบบนี้ กระผม/อาตมภาพใช้วิธีถามเขาว่า "แล้วก่อนหน้างานแบบนี้เคยใช้เท่าไร ?" ก็คือถึงกูจะไม่รู้แต่กูก็ถาม อย่างน้อย ๆ ก็จะได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมไปด้วย ถ้าทำตัวเป็นน้ำล้นแก้วก็เป็นอันว่าไม่ต้องรู้กัน..!

ระยะหลังกระผม/อาตมภาพสามารถคำนวณวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่าง ตลอดจนกระทั่งราคาได้อย่างชนิดที่ช่างร้องจ๊ากไปเลย..! เพราะว่าแค่ทำป้ายวัดที่บริเวณหน้าโบสถ์ ช่างมารายงานว่า "ขาดกระเบื้องไป ๑๑ แผ่น" กระผม/อาตมภาพตอบว่า "ไม่มีทางขาดหรอก มึงทำแตกใช่ไหม ?" ช่างสารภาพว่ายกแล้วตกแตกทั้งกล่อง เลยขาดไป ๑๑ แผ่น..! แล้วยังมีการบ่นอีกว่า "ไม่เคยเจอใครที่คำนวณข้าวของได้เป๊ะขนาดนี้มาก่อน.. ก็คือไม่ขาดสักแผ่น แล้วก็ไม่เกินสักแผ่น

จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายควรที่จะตรึกตรองดูว่า จะศึกษาเรื่องพวกนี้ เพื่อป้องกันความฟุ้งซ่านจากการภาวนาของเราหรือไม่ ? เพราะว่าตั้งหน้าตั้งตาภาวนาอย่างเดียวก็ฟุ้งซ่านมาก ถ้าไม่หางานอื่นให้ทำ ร่างกายของเราก็ไม่ค่อยจะยอมรับ จึงต้องมีการผ่อนหนักผ่อนเบา ก็คือหาสิ่งอื่นมาทำบ้าง จนสภาพจิตผ่อนคลายแล้วค่อยภาวนาต่อ ไม่เช่นนั้นแล้วโอกาสที่จะได้ดี ก็ยากมากถึงยากที่สุด..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๓๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 03:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 34 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา