บรรดาเดียรถีย์เห็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาอยู่ดีกินดี อ้วนท้วนสมบูรณ์ ตัวเองกว่าจะขอเขากินได้ให้อิ่มสักมื้อหนึ่งก็ยาก จึงปลอมบวชเข้ามา ถ้าบวชถูกต้องก็ไม่มีปัญหาครับ แต่นี่เล่นโกนหัวห่มผ้าเข้ามาเอง พอถึงเวลาก็ "ตีเนียน" ไปรับอาหาร แต่คราวนี้ เดียรถีย์เหล่านี้ไม่รู้จักหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ถึงเวลาก็สอนคนตามแนวทางตามลัทธิของตัวเอง พระพุทธศาสนาวุ่นวายฉิบหายวายป่วงหมด..! เพราะรายนี้สอนอย่างนี้ รายนั้นสอนอย่างนั้น จนพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระทนไม่ได้ครับ
เนื่องเพราะว่าบรรดาผู้ปลอมบวช ถึงเวลาจะมาลงปาฏิโมกข์ด้วย พระสงฆ์ไม่ให้ลงด้วยครับ ไอ้เจ้าพวกนั้นดันปากดี ไปฟ้องพระเจ้าอโศกมหาราช พระเจ้าอโศกมหาราชจึงสั่งมหาอำมาตย์บอกว่า "จงไปสั่งให้ภิกษุสงฆ์ปาฏิโมกข์ด้วยกัน" สั่งก็ไม่ทำครับ ไอ้นั่นมันอนุปสัมบัน จะไปลงกับมันอย่างไร ? ศีลไม่เท่ากัน มันปลอมเข้ามากินเท่านั้น มหาอำมาตย์จึงใช้อำนาจตัวเองครับ "ท่านจะลงไหม ? ไม่ลงใช่ไหม ?" ฟันหัวขาดเลย ฆ่าพระไปหลายสิบรูปครับ..!
จนกระทั่งพระติสสะ ที่เป็นน้องชายของพระเจ้าอโศกมหาราชไปบวช ทนดูไม่ได้ มานั่งขวาง "ท่านจะลงปาฏิโมกข์กับเขาไหม ?" "ไม่ลง" แต่มหาอำมาตย์ไม่กล้าทำอะไรครับ นั่นพระเจ้าน้องยาเธอ จึงกลับไปรายงาน พระเจ้าอโศกมหาราชตกใจมาก กูบอกไปให้แจ้งให้พระลงปาฏิโมกข์ด้วยกันเท่านั้น มึงไปฟันหัวเสียเยอะเลย..! รีบเปลี่ยนไปปรึกษาพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระว่า "โยมจะแก้กรรมหนักตรงนี้อย่างไร ?" พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ ฉวยโอกาสขอให้พระเจ้าอโศกมหาราชรับเป็นเจ้าภาพสังคายนาพระไตรปิฎก
ท่านเองก็กำหนดวิธีการว่าอันดับแรก ต้องชำระศาสนาให้บริสุทธิ์เสียก่อน สั่งปิดเมืองเลย..! เกณฑ์เอานักบวชทั้งหมดมา แล้วให้ถามทีละคนว่า "พระศาสดาสอนว่าอะไร ?" ไอ้พวกนั้นไม่เคยศึกษา ไม่รู้ครับ ใครตอบผิดมีสองอย่าง ก็คือรับผ้าขาวสึกไปเลย แล้วอย่ามาให้เห็นหน้าอีก ใครที่ไม่รับผ้าขาว ไม่ยอมสึก ดื้อด้านอยู่ต่อ พระเจ้าอโศกมหาราชสั่งประหารเองครับ หมดไป ๒๐,๐๐๐ กว่าราย..!
แล้วทำสังคายนาพระไตรปิฎก ด้วยการรวบรวมพระอรหันต์มา ๑,๐๐๐ รูปครับ ทำอยู่ ๙ เดือน จากนั้นพระเจ้าอโศกมหาราชก็ได้รับการถวายแนวคิดว่า ถ้าทิ้งพระธรรมคำสอนไว้เฉพาะในชมพูทวีป อาจจะไม่มั่นคง จึงส่งสมณทูตออกไป ๙ สาย เพื่อไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา สายที่ ๘ มาที่สุวรรณภูมิบ้านเราครับ
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-03-2026 เมื่อ 01:57
|