ดูแบบคำตอบเดียว
  #5  
เก่า 30-03-2026, 01:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,046
ได้ให้อนุโมทนา: 162,564
ได้รับอนุโมทนา 4,537,542 ครั้ง ใน 37,665 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แล้วท่านถามว่าจะเอาใครมาเป็นผู้สังคายนาพระธรรมวินัย ? ตอนนั้นเรื่องหลังจากพุทธปรินิพพาน ๑๐๐ ปีครับ ยังมีพระเถระที่อยู่ทันพระพุทธเจ้าอยู่ เพราะว่าท่านอายุ ๑๒๐ ปี คือพระเรวัตตะเถระ คุ้น ๆ กับชื่อนี้ไหมครับ ? พระเรวัตตะเถระบวชตั้งแต่ ๗ ขวบ นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่ ๑๐๐ ปี ท่านยังอยู่ทันครับ เพราะฉะนั้น..ท่านจึงเป็นที่เคารพนับถือมาก ก็ต้องไปตามท่านมา ตามแล้วตามอีกกว่าจะได้ เพราะว่าท่านก็ธุดงค์หนีเข้าป่าไปเรื่อย จนได้มาเป็นประธานในการสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ ๒ แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ ?

การสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งแรกรวบรวมพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ครั้งที่ ๒ นี่ ๗๐๐ รูปครับ ไปขนมาจากป่าเลย "ออกมาช่วยกันหน่อยครับหลวงพ่อ อย่าเอาแต่ปลีกวิเวก พระพุทธศาสนาของเราเสื่อมขนาดนี้แล้ว ท่านทั้งหลายจะเอาแต่ความสงบเฉพาะตัว มันไม่ใช่ที่ ออกมาช่วยงานกันสักครั้งครับ" จึงออกมาถึง ๗๐๐ รูป..!

ฝ่ายภิกษุแคว้นวัชชีบุตร กูทำตามสบาย ผ่อนศีลมาตั้งหลายปี อยู่ ๆ มาเล่นแบบนี้ จึงระดมคนที่เห็นด้วยครับ ระดมคนที่เห็นด้วยกับวัดนาป่าพง เอ้ย..ขออภัย..! ระดมคนที่เห็นด้วยกับคณะของแคว้นวัชชีบุตร ๑๐,๐๐๐ รูปครับ ไม่ใช่พระอรหันต์ แต่เอาคนมากเข้าว่า เรียกว่า "คณะมหาสังฆิกะ" ไปทำสังคายนาพระไตรปิฎกของตัวเอง ใส่กถาวัตถุ ๑๐ ประการนี้ลงไปว่าทำได้ ร่องรอยแตกแยกชัดเจนมากเลยครับคราวนี้ แตกแยกชัดเจนตรงไหนครับ ? คล้าย ๆ กับบ้านเราในปัจจุบันนี้ ก็คือยึดถือคำสอนของอาจารย์เป็นหลัก เขาเรียก "อาจาริยวาท"

"หลวงตาบัวสอนแบบนี้ กูจะทำแบบนี้ ที่คนอื่นสอนกูไม่เอา" "หลวงปู่ชาสอนแบบนี้ กูจะทำแบบนี้ อย่างอื่นกูไม่เอา" "อาจารย์คึกฤทธิ์สอนแบบนี้ กูจะทำแบบนี้ อย่างอื่นกูไม่เอา" "หลวงพ่อธัมมชโยสอนแบบนี้ กูจะชิตังเมอย่างเดียว อย่างอื่นกูไม่เอา" แตกออกเป็น ๑๘ นิกาย เพราะว่ามีอาจารย์ใหญ่อย่างน้อย ๑๘ ท่านที่มีลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมือง นี่แค่ ๑๐๐ ปีเท่านั้นนะครับ..!

จนกระทั่งผ่านไปอีกประมาณ ๑๒๐ ปี ถึงสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชแล้วครับ พระเจ้าอโศกมหาราชหลังจากการรบที่แคว้นกาลิงคะ สังหารข้าศึกไป ๒ แสนกว่าคน เลือดนองท้องช้างเลยครับ..! ไม่สบายใจ "กูฆ่าคนไปมากมายขนาดนี้เพื่อแผ่แสนยานุภาพ มันจะใช่หรือวะ ?" นอนไม่หลับครับ เดินอยู่บนปราสาทชั้นบน

ไอ้ปราสาทนี่ไม่ใช่ลักษณะที่เราเห็นในปัจจุบันนะครับ "ปาสาโท" ของบาลีก็คือเรือนที่มีหลายชั้น อย่างเช่นว่าอาคารหลังนี้มี ๓ ชั้น เรียกว่าปราสาทได้ครับ และมีอยู่คำหนึ่งที่บางทีพระอุปัชฌาย์บางทีตีความไม่แตก ที่ท่านบอกว่า "เรือนไม่มีหลังคา" เป็นที่อยู่อีท่าไหน เรือนไม่มีหลังคา ? อย่าไปเรียกตามบาลีครับ บ้านเราเรียกว่า "ค่าย" ปักไม้ล้อมรอบ ทำเป็นค่ายพักครับ เรียกว่าเรือนไม่มีหลังคา บางทีถ้าหากว่าเราตีความบาลีไม่แตกก็ยุ่งครับ ลูกศิษย์ถามก็ตอบไม่ได้..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-03-2026 เมื่อ 01:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา