ดูแบบคำตอบเดียว
  #3  
เก่า 30-03-2026, 00:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,046
ได้ให้อนุโมทนา: 162,564
ได้รับอนุโมทนา 4,537,542 ครั้ง ใน 37,665 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เราต้องนึกภาพในช่วงนั้นว่า พระมหากัสสปะเถระนั่งเป็นประธาน ถ้าหากว่าถามเรื่องพระวินัย ก็จะมีพระอุบาลีเถระเป็นผู้ตอบ ถ้าถามเรื่องพระสูตรหรือว่าพระอภิธรรม พระอานนท์เถระจะเป็นผู้ตอบ ถามตอบกันทีละประโยคเหมือนสอนเด็ก อย่างเช่นว่า "ปะฐะมัง ปาราชิกัง กัตถะ ปัญญัตตันติ" ปฐมอาบัติปาราชิก ก็คือศีลข้อแรกนั้นบัญญัติขึ้นที่ไหน ? พระอุบาลีเถระจะตอบว่า "เวสาลิยัง ปัญญัตตันติ" บัญญัติขึ้นที่เมืองเวสาลีขอรับ

"กัง อารัพภาติ" พระมหากัสสปเถระถามต่อว่าด้วยปรารภเรื่องอะไร พระอุบาลีเถระตอบว่า "สุทินนังกะลันทะปุตตัง อารัพภาติ" ปรารภเรื่องของพระสุทินนกลันทบุตร

ท่านที่แปลบาลีได้ลองแปลดูนะครับ ถามตอบกันทีละคำแบบนี้ จนกระทั่งหมดหัวข้อนั้นแล้ว สงฆ์ที่เป็น "คณะปูรกะ" ที่กำหนดไว้ ๕๐๐ รูป ถ้าเห็นว่าที่ไหนไม่ตรงก็จะคัดค้านขึ้น ถ้าเห็นว่าตรงแล้วก็มีการสวดสาธยายหัวข้อนั้นขึ้นพร้อมกัน แบบที่เราสวดมนต์ทำวัตรกันนี่แหละครับ

คราวนี้การสวดของเราถ้าใครจำผิด สวดมาจะไม่เหมือนคนอื่นเขา เสียงจะปรากฏชัดเลยว่าผิด ก็จะมีการหยุดและบอกให้ท่านนั้นแก้ไขจดจำเสียใหม่ เขาถึงได้ใช้คำว่า "สังคีติ" คือ "สวดสาธยาย" ค่อย ๆ ทำไปทีละหัวข้อ ทีละพระสูตรแบบนี้ จึงใช้เวลาถึง ๗ เดือน

แล้วอะไรเกิดขึ้นรู้ไหมครับ ? พระปุราณะเถระ อาจารย์ใหญ่ฝ่ายทักขิณาคีรีชนบท ก็คือฝ่ายใต้ ทักขิณาก็คือทางด้านขวา ทำไมถึงบอกว่าฝ่ายใต้ ก็คือโบราณเขานับด้วยการหันหน้าหาดวงอาทิตย์ ในเมื่อหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทางด้านขวาก็จะเป็นทิศใต้ ทางด้านซ้ายเป็นทิศเหนือ ดังนั้น คำว่าทักษิณาทาน หรือว่าทักขิณาทาน ทานฝ่ายข้างขวา ก็คือทานสำหรับผู้ตาย..!

พระปุราณะเถระได้ข่าวว่ามีการสังคายนาพระธรรมวินัย ก็เดินทางมาจากทักขิณาคีรีชนบท ประมาณสุไหงโกลกของเรา กว่าจะมาถึง ๗ เดือนไปแล้ว คณะสงฆ์เห็นว่าเป็นพระเถระ เป็นพระอาจารย์ใหญ่ มีลูกศิษย์มาก ก็เข้าไปเรียนถวายว่า "พวกกระผมได้กระทำสังคายนาพระไตรปิฎกดังนี้ ๆ" บอกลักษณะขั้นตอนและการรวบรวมขึ้นมา

พระปุราณะเถระตอบว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ? ท่านตอบว่า "ดีแล้ว..อาวุโส สิ่งที่ท่านทั้งหลายทำนั้นเป็นการดี แต่เราจะประพฤติปฏิบัติเฉพาะที่ได้ยินมาต่อเบื้องพระพักตร์องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น" บรรลัยแล้วครับ..! เอาเฉพาะที่ได้ยินจากพระพุทธเจ้า ส่วนที่ไม่ได้ยินกูไม่รับรู้..!

อย่าลืมนะครับว่าในช่วงที่ท่านได้ยินมา ก็คือช่วงที่เกิดทุพภิกขภัย พระพุทธเจ้าให้ฉันพวกเหง้าบัว รากบัวต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องให้คนประเคน สามารถเก็บเสบียงอาหารเอาไว้ได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นไม่ให้เก็บ สามารถหุงต้มอาหารด้วยตนเองได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นไม่ให้หุงต้ม ถ้าพระปุราณะเถระท่านฟังแค่นี้ แล้วท่านไปทำต่อ ทั้ง ๆ ที่พอหลังทุพภิกขภัยคือการอดอยากผ่านไปแล้ว พระพุทธเจ้าเห็นว่ามีความอุดมสมบูรณ์เกิดขึ้น ทรงสั่งยกเลิกเรื่องนี้ เท่ากับว่าพระปุราณะเถระและคณะศิษย์ทำผิดศีลอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าเอาแต่ที่ท่านได้ฟังมาเองเท่านั้น..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-03-2026 เมื่อ 01:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา