ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า 30-03-2026, 00:34
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,046
ได้ให้อนุโมทนา: 162,564
ได้รับอนุโมทนา 4,537,542 ครั้ง ใน 37,665 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ขอเรียนถวายคณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษาว่า "โลกเราหมุนไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา เราไม่สามารถที่จะปฏิเสธความเจริญต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ แต่ว่าเราสามารถนำเอาความเจริญนั้น มาสนับสนุนการเผยแผ่ธรรมะของเราได้ เพียงแต่ว่าต้องดูให้ดีตรงที่ว่า สิ่งที่เราบอกเรากล่าวกับญาติโยมทั้งหลายนั้น ถูกต้องตามพระธรรมวินัยหรือไม่ ?"

เนื่องเพราะว่าในสมัยแรกไม่มีคำว่า "พระไตรปิฎก" มีแต่ "พระธรรมวินัย" ก็คือมีทั้งหลักคำสอนและคำสั่ง คำสอนก็คือพระธรรม ผู้ฟังสามารถนำไปปฏิบัติตาม แล้วก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนตามวาสนาบารมี ส่วนวินัยก็คือคำสั่ง แปลว่าเป็นสิ่งที่เราต้องประพฤติปฏิบัติ จะละเว้นเสียมิได้ ก็คือศีลทั้ง ๒๒๗ ข้อ และอภิสมาจาร คือในส่วนของศีลที่มานอกพระปาฏิโมกข์อีกต่างหาก

คราวนี้
เครื่องไม้เครื่องมือทางโลกที่ก้าวหน้าขึ้น ทำให้เราสามารถส่งผ่านหลักธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปถึงญาติโยมได้ง่ายขึ้น แต่ต้องระวังตรงคำสอนที่อาจจะผิดพลาด เพราะว่าจะทำให้บุคคลอื่นกลายเป็นมิจฉาทิฏฐิ..!

ท่านทั้งหลายที่ศึกษาประวัติพระพุทธศาสนามาก็จะเห็นอยู่ว่า แค่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานยังไม่ทันจะครบ ๗ วัน สุภัททวุฑฒบรรพชิตเมื่อเห็นเพื่อนสหธรรมิกร้องไห้ อาลัยในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ปรินิพพานแล้ว ก็ได้กล่าวว่า "อย่าเลยท่านทั้งหลาย เป็นการดีแล้วที่เราพ้นจากพระมหาสมณะได้ ตอนที่พระมหาสมณะนั้นยังอยู่ ก็กดข่มพวกเราด้วยวาจาว่า สิ่งนั้นทำไม่ได้ สิ่งนี้ทำไม่ได้ ต้องทำสิ่งนั้น ต้องทำสิ่งนี้ เมื่อพระมหาสมณะปรินิพพานแล้ว เราจักทำสิ่งใดก็ได้" จะเห็นว่า ขนาดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานยังไม่ทันจะครบ ๗ วัน ความคิดของคณะสงฆ์ก็แตกแยกกันเห็นปานนี้แล้ว..!

พระมหากัสสปะเถระที่เป็นหัวหน้าขบวนฟังภิกษุรูปนั้นแล้วสลดใจ จึงได้คิดทำการสังคายนาพระไตรปิฎก คำว่า "ปิฎก" แปลว่า "ตะกร้า" คือ "เครื่องบรรจุ" มีการแยกแยะออกเป็น ๓ ปิฎก ก็คือ "พระวินัยปิฎก" เกี่ยวกับศีลต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่อาทิกัมมิกะบุคคลเป็นต้นไป "พระสุตันตปิฎก" เกี่ยวกับพระสูตรทั้งสั้น ทั้งกลาง และทั้งยาว ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ในวาระต่าง ๆ และ "พระอภิธรรมปิฎก" ในส่วนที่เป็นหลักธรรมล้วน ๆ

เมื่อทำการสังคายนาก็คือร้อยเรียงขึ้นมาอย่างเป็นระบบ โดยใช้เวลาทำถึง ๗ เดือนด้วยกัน พวกท่านอาจจะคิดว่าแค่สังคายนาคือทบทวน ทำไมต้องใช้เวลานานขนาดนั้น ? คำว่า "สังคายนา" เราใช้ตามภาษาบาลี ก็คือ "สังคีติ" ที่แปลว่า "สวดสาธยาย" ท่านใดที่สวดแจงได้ ที่ขึ้นว่า "ยันเตนะ ภะคะวะตา ชานะตา ปัสสะตา อะระหะตา สัมมาสัมพุทเธนะ ฯลฯ"
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-03-2026 เมื่อ 01:31
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 29 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา