กระผม/อาตมภาพรับเอาน้ำที่เขาขนใส่รถกอล์ฟ หรือว่ารถแบตเตอรี่มา อวยชัยให้พรแล้ว เจ้าหน้าที่ถึงได้ถามว่า "หลวงพ่ออยู่ที่ไหนครับ ?" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "อยู่ที่ท่าขนุนนี่แหละ" ทำเอาอีกฝ่ายทำตาโต ถามว่า "ใช่หลวงพ่อเล็กหรือเปล่าครับ ?" กระผม/อาตมภาพตอบว่า "ใช่"
สมัยที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ท่านยังไม่ได้เล่นการเมืองก็อยู่ที่นี่ และนิมนต์เป็นประจำทุกปี แต่ว่าตอนนี้ท่านไปเล่นการเมือง ก็ต้องไปประจำอยู่ในกรุงเทพฯ ทำให้คนรุ่นหลัง ๆ ไม่รู้จักคุ้นเคยกับเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน โดยเฉพาะกระผม/อาตมภาพไม่ค่อยได้อยู่วัด เพราะว่าตำแหน่งหน้าที่มีมาก จะต้องวิ่งงานแทบจะทั่วประเทศไทย อีกฝ่ายจึงถามว่า "แล้วพวกผมจะนิมนต์หลวงพ่อบ้างได้หรือเปล่าครับ ?" กระผม/อาตมภาพตอบไปแบบไม่ต้องรักษาน้ำใจเลยว่า "ดูท่าว่าจะไม่ได้ เพราะว่าไม่ค่อยจะอยู่วัด..!"
เมื่อทุกท่านเดินทางมารวมกันจนเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ตั้งแถวเดินตรงไปยังสามแยกทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่ด่านตรวจร่วม ซึ่งมีทั้ง อส. ตชด. ตำรวจ และทหาร ช่วยกันอำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดียิ่ง พวกเราผ่านเข้ามาจนกระทั่งเข้าถึงพื้นที่วัดท่าขนุน เวลาประมาณ ๑๕.๓๕ น. ครั้นเดินเข้ามาถึงภายในแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ได้ชี้สถานที่ด้านหลังกุฏิเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ซึ่งเป็นดงไม้ร่มครึ้มทีเดียว
โดยเฉพาะเป็นดงต้นมะไฟ แจ้งกับท่านทั้งหลายว่า "ใครที่รักอิสระ ก็ให้กางกลดกางเต็นท์กันบริเวณนี้ ส่วนท่านใดที่หมดอารมณ์ที่จะกางกลดกางเต็นท์แล้ว ก็ไปพักที่บริเวณอาคารพระปริยัติธรรม" ซึ่งที่นั่นเรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่า "ตึกแดง" ส่วนใหญ่แล้วก็ขึ้นไปนอนพักกันที่ตึกแดงกันหมด เนื่องเพราะว่ามาถึงตรงนี้ ก็หมดทั้งแรงกายแรงใจ โดยเฉพาะเกือบทุกคนมีอาการ "ยางแตก" ไปตาม ๆ กัน ทำเอาคณะแพทย์พยาบาลต้องทำหน้าที่ของตนเองในการดูแลรักษาอย่างหนักมาก..!
ครั้นทุกท่านมารับเอาข้าวของไปแล้ว ก็ยังจะมัวแต่เอาแต่ถ่ายรูป "หลวงพ่อทองคำ หลวงพ่อนาก หลวงพ่อเงิน" อยู่ กระผม/อาตมภาพแจ้งกับทุกท่านว่า "พรุ่งนี้ยังมีเวลาให้ถ่ายได้ทั้งวัน ตอนนี้ขอให้เข้าที่พัก สรงน้ำสรงท่ากันเสียก่อน เวลา ๖ โมงเย็น ให้มารวมตัวกันที่ศาลา ๑๐๐ ปี หลวงปู่สายแห่งนี้ เพื่อตรวจสอบว่า มีพวกเราคนไหนบ้างที่เดินทางมาถึง และใครบ้างที่หลุดจากขบวนไป เพื่อที่จะได้คัดชื่อออก"
ไม่เช่นนั้นแล้ว เกียรติบัตรผู้ที่ปฏิบัติธุดงค์ธรรมยาตราครั้งนี้ก็จะเกินเสียเปล่า ๆ แต่ว่ามีบางท่านที่ได้นัดญาติโยมมารับแล้ว บอกว่าพรุ่งนี้มีงานทางวัด กระผม/อาตมภาพจึงต้องมอบเกียรติบัตรให้ไปก่อนเลย จากนั้นก็มาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เนื่องเพราะว่าตอนทำวัตรเย็นรอบที่ ๒ ไม่สามารถที่จะบันทึกได้ คงจะวุ่นวายอยู่กับการตรวจสอบรายชื่อผู้รับเกียรติบัตร ตลอดจนกระทั่งชี้แจงระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ให้ท่านทั้งหลายได้เข้าใจกัน
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-03-2026 เมื่อ 02:18
|