เมื่อประชุมกันเสร็จสิ้นแล้ว กระผม/อาตมภาพยังต้องเป็นประธาน ในการสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ซึ่งวันนี้ท่านอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ ติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้ท่านนรภัทร รัตนวรายุทธ ปลัดอำเภออาวุโสมาทำหน้าที่แทน เสร็จจากพิธีแล้วยังต้องยืนเป็น "พร็อพ" ให้บรรดาหน่วยงานต่าง ๆ ถ่ายรูป เพื่อไปลงเป็นผลงานของส่วนราชการตนเอง สงสารแต่ท่านปลัดผู้เป็นประธาน เนื่องเพราะว่าห่างพัดลมแล้วเหงื่อตกเป็นน้ำเลย..!
เสร็จจากตรงนั้น กระผม/อาตมภาพก็ต้องวิ่งกลับไปที่วัดธารน้ำร้อน ซึ่ง พระครูสิริวรรณโสภิต, ดร. เจ้าอาวาสวัดธารน้ำร้อน เจ้าคณะตำบลท่าขนุน เขต ๒ รับอุปถัมภ์ที่พักและอาหารเช้า ไปถึงก็ได้มอบเกียรติบัตรของกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย ให้ท่านในฐานะผู้อุปถัมภ์โครงการ แล้วก็ยังมีปัจจัยสนับสนุนท่านด้วย
แต่สิ่งที่เห็นก็คือว่า ทั้ง ๆ ที่ขอร้องบอกกล่าวกันโดยดีแล้ว แต่บรรดาพระธุดงค์ของเราก็ดื้อใช้ได้..! เนื่องเพราะว่าเข้าไปปักกลดในสวนปาล์มของชาวบ้านข้างวัด ถ้าว่ากันตามทางโลกก็คือ "คุณกำลังบุกรุกสถานที่ของเขา..!" ทั้ง ๆ ที่พระครูสิริวรรณโสภิต, ดร. แจ้งอย่างชัดเจนแล้ว และที่แจ้งมากกว่านั้นก็คือ ในสวนปาล์มมีงูกะปะมากมาย ก็ได้แต่หวังว่ากุศลผลบุญจะช่วย ให้ท่านทั้งหลายแคล้วคลาดจากคืนนี้ไปได้ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะต้องมีตัดแขนตัดขากันบ้าง เนื่องเพราะว่าพิษงูกะปะเป็นพิษทำลายเนื้อเยื่อ กัดใครเข้าก็มักจะเน่าลามไปเรื่อย ๆ ถ้าต้องการจะหยุดมีทางเดียว คือต้องตัดส่วนนั้นทิ้งไป เห็นแล้วอยากจะให้กัดหัวมันสักที..!
เรื่องที่เขากล่าวกันว่า "เวลาประชุม พระกับครูจะดื้อที่สุด" เพราะว่าเคยแต่สอน เคยแต่บอกคนอื่น ไม่ชินกับการให้คนอื่นมาบอกมาสอน วันนี้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ..! โดยเฉพาะถ้าไม่มีพระเถระที่ท่านทั้งหลายเหล่านี้เกรงใจไปบอกไปกล่าว ก็มักจะทำตามใจตัวเองทั้งนั้น..!
ทุกท่านอาจจะคิดว่า "ทำไมกระผม/อาตมภาพต้องไปตรากตรำกับคณะเขาเช้ายันค่ำทุกวัน ?" ก็เพราะว่าห่างออกมาสามก้าวก็แตกแถวแล้ว..! แต่ถ้าไปตีหน้ายักษ์อยู่ใกล้ ๆ ก็ยังพอจะเดินตามแถวบ้าง ทำให้ไปนึกถึงเรื่องของภาษิตว่า "นามของคน เงาของไม้" ก็คือพอที่จะขู่เขาได้อยู่เหมือนกัน..!
แต่ถ้าขืนทำตัวแบบนี้ ท่านทั้งหลายจะขาดการฝึกฝนตนเอง เพราะว่าดื้อรั้นไม่ฟังใคร เอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่ ก็น่าจะประมาณสญชัยปริพาชก ก็คือหลักธรรมของพระพุทธเจ้าดีแค่ไหน แต่กูจะเอาอย่างนี้..! ถ้าอย่างนั้น ท่านก็คงต้องเกิดและทนทุกข์ไปอีกนานแสนนาน..!
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๒๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : 30-03-2026 เมื่อ 21:08
|