พอดีหลวงพ่อพระครูวรกาญโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิเดินทางไปถึง กระผม/อาตมภาพจึงฝากท่านไว้ว่า ท่านต้องขึ้นสัมมนาด้วย ขอฝากให้พูดถึงบุคคลส่วนมากที่มักจะอาศัยอยู่แต่ "เซฟโซน" ของตนเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่กล้ารับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งบุคคลพวกนี้มีแต่จะล้าหลัง ตกยุค เป็นไดโนเสาร์เต่าพันปี..!
บุคคลที่กล้าก้าวออกจากเขตปลอดภัยของตนเอง ย่อมประสบความสำเร็จก่อน เมื่อบุคคลอื่นเห็น จะทำตามก็ไม่ทันเสียแล้ว เนื่องเพราะว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จ ก็ไขว่คว้าเอาสิ่งที่ควรจะได้ไปก่อน คนอื่นกลายเป็นเลียนแบบทำตาม ดีไม่ดี ถ้าหากว่าเลียนแบบทำตามมาก ๆ ไม่ว่าจะสินค้าหรือวิธีการที่มากจนเฟ้อ ก็จะทำให้มูลค่าตกลงอย่างแรง..! บุคคลที่ก้าวตามเพราะอยากรวย อยาก ดี เด่น ดัง ก็ประสบความล้มเหลว ส่วนบุคคลที่กล้าก้าวออกไป เขาก็ไปทางอื่นอีกแล้ว..!
หลังจากนั้นกระผม/อาตมภาพก็ได้ลาทั้งครูบาอาจารย์และผู้ร่วมงาน ขอโทษที่ไม่สามารถร่วมงานได้ตลอด วิ่งย้อนกลับไปทางวัดใหม่ดงสัก ปรากฏว่าพระธุดงค์ของเราชุดสุดท้ายเดินออกจากวัดมาแล้ว จึงต้องไปดักชุดแรก ๆ ที่เดินทางเกือบจะถึงวัดพุถ่องเจริญธรรม หมู่ที่ ๑ บ้านพุถ่อง ตำบลลิ่น ซึ่งขอใช้สถานที่ในการพักฉันเพล
ทางด้านพระอาจารย์แสน ธมฺมทีโป รักษาการเจ้าอาวาส ได้ขอให้ญาติโยมมาช่วยกันทำภัตตาหารถวายพระ วัดท่าขนุนของเราก็ขนไปเองด้วย กลายเป็นกินไม่ไหวใช้ไม่หมดขึ้นมาอีก แต่ก็เป็นเรื่องดีที่เห็นว่า ทุกอย่างซึ่งทางคณะธุดงค์ของเราทำไป สร้างศรัทธาให้กับชาวบ้านได้มาก และทำให้ทุกคนตื่นตัว อยากจะทำบุญกันมาก
เพียงแต่ว่าอยากจะให้ทุกคนทำบุญด้วยปัญญาเสียหน่อย เพราะว่าวันนี้ช่วงที่เดินผ่านตลาด พระธุดงค์ของเรารับแตงโมทั้งลูกมาเกิน ๑๐ ลูก..! และญาติโยมจำนวนมากที่โอนปัจจัยเข้ามา ในบัญชีของพระครูวิลาศกาญจนธรรม ไม่ว่าจะได้แจ้งมาหรือไม่แจ้งมาก็ตาม ขอเจริญพรอนุโมทนา และให้ท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลทั้งหมด ที่คณะธุดงค์ได้ทำมาตั้งแต่ต้นด้วยกัน
เมื่อฉันเพลที่วัดพุถ่องเจริญธรรมเสร็จแล้ว กระผม/อาตมภาพก็บอกทางเดินให้กับคณะธุดงค์ จากนั้นก็วิ่งมาประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ประจำเดือนมีนาคม ๒๕๖๙ ที่วัดปรังกาสี จะอ้างว่ามีงานแล้วไม่เข้าประชุมไม่ได้
เรื่องของการประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม เคารพบุคคลผู้อาวุโสในที่ประชุม ซึ่งเป็นประธาน เป็นหลักธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานเอาไว้ ก็คือ อปริหานิยธรรม หลักธรรมที่ใครปฏิบัติได้ ย่อมไม่พบกับความเสื่อม
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : 28-03-2026 เมื่อ 05:16
|