แต่ด้วยความที่ทางวัดเราค่อนข้างจะเข้มงวด ไม่ให้สามเณรใช้โทรศัพท์มือถือ ปีที่แล้วบรรพชาไป ๑๒๑ รูป หนีสึกไปกลางคัน จนเหลือแค่ ๙๐ รูปถ้วน ..!
แต่ก็เป็นเรื่องที่จำเป็น เนื่องเพราะว่าโทรศัพท์มือถือทำให้สติสมาธิของคนปัจจุบัน ไม่ค่อยจะอยู่กับงานเฉพาะหน้า โดยเฉพาะสนใจอะไรไม่นาน ซึ่งก็คือ "คนสมาธิสั้น" ดี ๆ นี่เอง..! ไม่ชอบใจอะไรก็เขี่ยหรือว่าปัดหน้าจอผ่านไป กลายเป็นทำให้คนสมาธิสั้น สภาพจิตขาดความมั่นคง เสร็จแล้วเรื่องราวต่าง ๆ ในโซเชียลก็ไม่ได้มีแต่เรื่องดี โอกาสที่จะเสียหายก็มีมาก พวกเราก็คงจะจัดการได้เฉพาะตอนที่เขาทั้งหลายเหล่านั้นอยู่ในวัดวาเท่านั้น
ทุกท่านก็เห็นแล้วว่า สามเณรมาอยู่กับพวกเรา ไม่เกิน ๓ วันก็เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้ เนื่องเพราะว่า "แหกคอก" เมื่อไรก็โดนไม้เมื่อนั้น แต่พอครบโครงการ ๑๐ วัน กลับบ้านไป พ่อแม่กลับไม่ต่อยอด ปล่อยให้ลูกทำตัวเป็นพ่อแม่ หรือเจ้านายในบ้านต่อไป..!
ถ้าอยู่ในลักษณะนี้ พวกเราก็ต้องปากเปียกปากแฉะ จ้ำจี้จ้ำไชกันอยู่ทุกปี ได้แต่หวังว่าถึงเวลาบุญพาวาสนาส่ง เขาทั้งหลายเหล่านั้นนึกถึงคำสอนเหล่านี้ได้ และเอาไปปรับใช้ในชีวิต ถึงจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่าง ๆ ช้าไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 27-03-2026 เมื่อ 02:13
|