เมื่อฉันภัตตารหารเสร็จเรียบร้อย ทางท่านผู้อำนวยการแจ้งว่า ได้บอกกับทางกำลังพล ให้เตรียมสถานที่พิพิธภัณฑ์แสงสีเสียง ของทางพิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด ตลอดจนกระทั่งบุคคลที่จะอำนวยการนำพระเณรทั้งหลาย ไปชมช่องเขาขาด เมื่อกระผม/อาตมภาพแจ้งแก่ทุกท่านแล้ว ปรากฏว่าส่วนใหญ่อาสาสมัครนอนหงายแผ่ภาวนามากกว่า หลายท่านก็เริ่มออกเดินเลยก็มี..!
กระผม/อาตมภาพกล่าวคำขอบคุณทางด้านท่านผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการและกำลังพล ตลอดจนกระทั่งอวยชัยให้พรแก่ญาติโยมแล้ว ก็ขอตัวไปทำภารกิจ ก็คือหาซื้อรองเท้าและถุงเท้ามาเพิ่มเติม เนื่องเพราะว่าบรรดาพระธุดงค์ของเรา เดินจนถุงเท้ารองเท้าขาดป่นปี้หมด..! ถุงเท้าที่เอาไปจากวัดท่าขนุนเป็นลัง ๆ ไม่เหลือซาก เนื่องเพราะว่าแต่ละท่านใส่ซ้อนกันสองคู่ แล้วก็เดินเท้าเปล่า ไม่ใส่รองเท้า..!
ส่วนท่านที่ใส่รองเท้าก็รองเท้าหูขาดบ้าง พื้นทะลุบ้าง แล้วสิ่งที่อยากจะบอกให้พวกท่านทราบก็คือว่า เวลาเราหาอะไรมักจะไม่ได้ พอไม่ต้องการ มารดามันกลับมีเต็มไปหมด..! กว่าจะหาได้ก็วิ่งวนเสียแทบจะทั่วทั้งไทรโยค ได้รองเท้ามา ๔ คู่กับถุงเท้า ๑๐ กว่าคู่ แวะลงจุดแรกก็หมดเกลี้ยงเลย จึงต้องวิ่งย้อนกลับไปใหม่ เหมารองเท้าเขามาหมดร้าน เหลือให้เจ้าของร้านไว้ดูต่างหน้าคู่เดียว เพราะเป็นเบอร์ ๔๕ ใหญ่จนเกินไป..!
เมื่อเอามามอบให้กับทุกท่านแล้ว ก็วิ่งวนไปดูว่าท่านใดต้องการน้ำต้องการผ้าเย็นบ้าง แล้วก็เห็นสิ่งที่ตักเตือนไปก็คือ มีคนทิ้งผ้าเย็นไว้ตามรายทางอีกแล้ว..! ก็ต้องมาเป็นเทศบาลตามเก็บขยะ ต้องบอกว่าแม้จะเป็นคณะธุดงค์ แต่สภาพจิตก็หยาบละเอียดต่างกัน ขนาดขอร้องกันแล้วว่าอย่าทำอะไรให้เสียหาย เนื่องเพราะว่าเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ ก็ยังมีอีกจนได้..!
แต่ปรากฏว่าวนไปแล้ววนไปอีก ๒ รอบ ๓ รอบ ไม่มีใครต้องการอะไร เนื่องเพราะว่าประการแรก มีคณะญาติโยมมาตั้งแผงดักถวายน้ำแก่พระธุดงค์ แล้วทางรถพยาบาลยังขอน้ำและผ้าเย็นติดรถไปด้วย ซึ่งวันนี้เขาเปลี่ยนแพทย์พยาบาลชุดใหม่ อยู่ในลักษณะป้องปรามมากกว่าแก้ไข ก็คือไล่แจกผ้าเย็น ไล่แจกน้ำแก่คณะธุดงค์ไปเลย ไม่ต้องรอให้ท่านเป็นลมเสียก่อนแล้วค่อยไปแก้ไข ซึ่งยากลำบากกว่ากันมาก
เมื่อกระผม/อาตมภาพเห็นว่าไม่มีปัญหาแล้ว ก็ได้ฝากเกียรติบัตรผู้อุปถัมภ์โครงการของพระอธิการสรรชัย ชยธมฺโม เจ้าอาวาสวัดทุ่งก้างย่าง ที่เราไปอาศัยคืนนี้ และปัจจัยสนับสนุนทางวัด ๑๐,๐๐๐ บาท ในนามคณะธุดงค์ ให้กับ "พระครูบ่าว" (พระครูกาญจนปริยัติคุณ) เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประชุมชนาราม (วัดท่ามะขาม) ที่เดินตาม นั่งรถตาม บริการคณะธุดงค์จนไม่ทราบว่าติดใจหรืออย่างไร ? แทนที่หยุดแค่ที่ตั้งใจไว้กลับตามมาอีก จึงให้ท่านทำหน้าที่แทน แล้วกระผม/อาตมภาพก็กลับมานอนหมดสภาพที่วัดท่าขนุน สรงน้ำ ฉันยาแล้ว ถึงได้ออกมาทำวัตรและบันทึกเสียงธรรมอยู่กับพวกท่านตอนนี้
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-03-2026 เมื่อ 01:50
|