วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๒๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตั้งแต่ตี ๒ ครึ่ง กระผม/อาตมภาพพร้อมด้วย "เลขาฯ จุก" หรือที่ทางคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิเรียกกันว่า "มหาโจ๊ก" (พระมหาอินทรปกรณ์ ฐิตสุโภ ป.ธ.๔) เลขานุการเจ้าคณะตำบลลิ่นถิ่นเขต ๒ เดินทางไปร่วมทำวัตรเช้ากับคณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา ที่ศาลาการเปรียญวัดพุตะเคียน ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
ในระหว่างที่ทำวัตรอยู่ คณะญาติโยมชาวพุตะเคียนก็ทำการผลิตข้าวต้มหมูสับ ซึ่งตั้งใจทำกันมาเป็นอย่างดีและตักใส่ถ้วยรอเอาไว้ แถมยังตั้งโต๊ะในลักษณะโต๊ะจีนอีกด้วย เมื่อวางเครื่องปรุงและของหวาน ทั้งของเขาของเราลงไปแล้ว ก็เต็มโต๊ะอยู่เหมือนกัน
กระผม/อาตมภาพจึงแจ้งแก่คณะธุดงค์ว่า มื้อนี้ให้งดฉันในบาตร จะได้ไม่ต้องเสียเวลาล้างบาตรด้วย ครั้นได้เวลาก็ลงโต๊ะฉัน อวยชัยให้พรแก่ญาติโยม ฉันเสร็จแล้วก็ได้ขนของขึ้นรถที่เช่าหามากันทุกเช้า เพื่อที่ขนบริขารหนัก ๆ ของบรรดาพระธุดงค์ไปยังจุดหมายปลายทางก่อน ซึ่งวันนี้ปรากฏว่า แทบทุกรูปขนเอาของตนเองขึ้นรถจนแทบไม่มีที่ให้วาง..! แปลว่าหลังจากที่เดินมาหลายวัน ก็เริ่มฉลาดขึ้น รู้ว่าไปตัวเปล่า ไร้ภาระ จะสบายที่สุด
แบบที่กระผม/อาตมภาพเคยเล่าให้ทุกคนฟังว่า ช่วงท้าย ๆ ของการธุดงค์นั้น จะเหลือแต่ย่ามใบเล็กใบเดียวกับบาตรเท่านั้น ในย่ามก็มีข้าวของจำเป็นกระจุกกระจิก โดยเฉพาะยารักษาโรค และน้ำขวดเล็กขนาด ๖๐๐ มิลลิลิตร ขวดเดียวเท่านั้น ส่วนผ้าผ่อนท่อนสไบก็ใส่อยู่ในบาตรของตนเอง
เมื่อเดินเข้าป่าไปเจอพระธุดงค์ หลายท่านก็ถามว่า "ท่านมาทำอะไร ?" เพราะว่าดูอย่างไรก็ไม่เหมือนพระธุดงค์ พระธุดงค์ในสายตาของเขาจะต้องห่มดอง พาดสังฆาฏิ แบกกลด สะพายบาตร มือถือกาน้ำ ไอ้เจ้าพวกฉลาดเกิน..! เพราะว่ารูปลักษณ์ที่เขาเห็นอยู่ ก็คือช่วงที่ครูบาอาจารย์ท่านเข้าถึงที่พักแล้ว สรงน้ำสรงท่า แต่งตัวรัดกุมแล้ว ก็แบกกลด สะพายบาตร ถือกาน้ำ ให้ลูกศิษย์ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก อยู่ในป่าถ้าขืนไปห่มคลุมหรือห่มดอง มีหวังหนามเกี่ยวจีวรขาดบรรลัยหมด..!
ถ้าใครอ่านในพระไตรปิฎกก็จะพบอยู่เสมอว่า ถึงเวลาพระออกบิณฑบาตก็คือ "มีมืออันถือบาตรและจีวร เมื่อเดินถึงโคจรคามแล้ว ก็ห่มคลุม ซ่อนบาตรไว้ในจีวร ออกภิกขาจารในหมู่มนุษย์" ก็แปลว่าพระโบราณก็ไม่มีใครเขาห่มจีวรในป่า เนื่องเพราะว่าเผลอเมื่อไรก็โดนหนามเกี่ยวขาด ต้องเสียเวลามาเย็บมาปะกันอีก..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-03-2026 เมื่อ 01:39
|