เพียงแต่ว่าเมื่อออกจากอุโบสถมา กระผม/อาตมภาพหารองเท้าไม่เจอ..! ตอนแรกจะโทษว่าหมาวัดไตรรัตนารามน่าจะคาบไปเล่น แต่ไอ้นี่ก็จะเก่งเกินไป คาบที ๒ ข้างเลย..! ท้ายสุดเดินไปเดินมา ไปหาเจอที่หน้าศาลาการเปรียญ แล้วอีกสักครู่ก็มีพระเดินมาถามว่า "หลวงพ่อยังมีรองเท้าสำรองไหมครับ ?" ถามว่า "ทำไม ?" เขาบอกว่า "ของผมก็หาย" กระผม/อาตมภาพถามว่า "หาทั่วแน่แล้วนะ ?" เขาบอกว่า "ทั่วแล้วครับ"
ทุกท่านจะเห็นว่า แม้ว่าจะเป็นคณะพระวิปัสสนาจารย์ โดยเฉพาะมาเดินธุดงค์เพื่อฝึกฝนขัดเกลา กาย วาจา ใจ ของตนเอง แต่ท่านทั้งหลายเหล่านี้ไม่ได้ระมัดระวังในศีลเลย นี่ว่าเฉพาะบุคคลที่ทำอย่างนี้เท่านั้น เพราะว่าส่วนใหญ่เห็นท่านเคร่งครัดดีมาก อย่าลืมว่าแม้แต่ผลไม้หรือข้าวเปลือกที่ติดอยู่กับต้น พระพุทธเจ้ายังไม่ให้ไปจับต้อง เนื่องเพราะว่าถ้าตอนนั้นเกิดเถยยจิตคิดจะขโมย ทำเคลื่อนออกจากฐาน ก็ต้องอาบัติปาราชิกไปเลย
แล้วนี่รองเท้าของกระผม/อาตมภาพเดินทางไปตั้งไกล ไม่ใช่แค่ ๑/๑๖ ของเส้นผม จึงเป็นเรื่องที่พวกเราพึงสังวรว่า การที่ไม่ได้อยู่กับครูบาอาจารย์ตั้งแต่แรก ๆ ถึงเวลาก็มั่นใจตนเอง ออกไปผจญโลกกว้างเลย มีโอกาสเสี่ยงกับการขาดจากความเป็นพระสูงมาก..!
ประการต่อไปก็คือในส่วนของญาติโยมที่ตั้งใจถวายข้าวปลาอาหาร เมื่อไปถึงวัดน้ำตกแล้ว ปรากฏว่ามีโยมอยู่ ๒ คณะ คณะหนึ่งเป็นอุบาสิกาคือแม่ชี ไปช่วยถูศาลากับคณะญาติโยมของวัดท่าขนุน กระผม/อาตมภาพก็ถ่ายรูปส่งลงไปในกลุ่มไลน์ บอกว่าทางด้านนี้กำลังเตรียมสถานที่ในการบิณฑบาตมื้อเพล พูดง่าย ๆ ก็คือเพื่อกระตุ้นให้คณะที่เดินทางอยู่ได้เร่งฝีเท้าให้มากขึ้น แต่แม่ชีมาบอกว่า "รบกวนหลวงพ่อช่วยลบรูปหนูด้วย เพราะว่าหนูเป็นอุบาสิกา ไม่ควรจะมีรูปลงโซเชียล..!"
กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่มองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วก็ลบให้แต่โดยดี ยังคิดว่าถ้าพระเราเคร่งครัดขนาดนั้น น่าจะไม่มีเรื่องราวอะไรที่โด่งดังไปจนกระทั่งเสียหาย น่าเสียดายที่ว่าตรงนี้เป็นแม่ชี จะบอกว่ามากเรื่องก็ไม่ใช่ เพราะว่าเรื่องแบบนี้ถ้าระมัดระวังเอาไว้ก่อน เหตุร้ายทุกอย่างก็จะไม่เกิด เพียงแต่เสียดายที่ว่าผู้ที่ระมัดระวังเป็นแม่ชี แต่พระภิกษุของเราก็อย่างที่เล่าไปก็คือ ไม่ระวังเสียเลย..!
ด้วยความที่วันนี้เดินไกลมาก ก็คือ ๑๔ กิโลเมตรในช่วงเช้า จึงทำให้ชุดสุดท้ายเดินเข้าถึงวัดน้ำตกตอน ๑๑ โมงครึ่งกว่าแล้ว แต่ว่าหลวงปู่แอ๋ม (พระเดชพระคุณพระครูนิโครธโยคาภิรักษ์) เจ้าอาวาสวัดน้ำตก ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ ของเรา นั่งรอฉันพร้อมกับคณะพระธุดงค์ พูดง่าย ๆ ก็คือมาไม่ครบ ได้อาหารไม่ครบ ท่านก็ยังรออยู่นั่นแหละ จนกระทั่งกระผม/อาตมภาพนำพิจารณาอาหารแล้วถึงได้ฉันด้วยกัน
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:41
|