ดูแบบคำตอบเดียว
  #4  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:43
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 34,018
ได้ให้อนุโมทนา: 162,477
ได้รับอนุโมทนา 4,536,459 ครั้ง ใน 37,637 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ทางแรกก็คือ ท่านมีศรัทธาอยากที่จะทำบุญจริง ๆ ทางที่สองนั้นก็คือ แฝงเอาไว้ด้วยผลประโยชน์ตรงที่ว่า พระวิปัสสนาจารย์ทั้งหลายมาจากทั่วประเทศไทย เมื่อคบหาสมาคมกันเอาไว้ อยู่ในลักษณะต่อสายสัมพันธ์ถึงกัน ถึงเวลามีอะไรก็สามารถที่จะขอร้องให้ช่วยเหลือกันได้ โดยที่กล่าวถึงเรื่องราวที่ท่านเคยช่วยพวกเราในตรงนั้น ในช่วงนี้ เป็นต้น

แต่ว่าจะอยู่ในลักษณะไหนก็ตาม การมีผู้ที่อาสาสมัคร เพื่อที่จะรับเป็นเจ้าของสถานที่ ในการอำนวยความสะดวกให้กับโครงการนั้น ก็ถือว่าดีกว่าไม่มี เพียงแต่ว่ากระผม/อาตมภาพต้องคัดกรอง ให้อยู่ในส่วนที่เหมาะสม อย่างเช่นว่าในช่วงเช้า อากาศยังไม่ร้อนมาก ร่างกายได้พักฟื้นมาแล้วคืนหนึ่ง ก็จะให้เดินมากหน่อย อย่างเช่นว่า ประมาณ ๑๐ - ๑๒ กิโลเมตร ส่วนช่วงบ่าย อากาศร้อนมาก ร่างกายเริ่มล้าจากช่วงเช้าแล้ว ก็ให้จะเหลือระยะทางประมาณ ๖ - ๘ กิโลเมตร

เพียงแต่ว่าบางช่วงนั้นค่อนข้างจะไกล อย่างเช่นพรุ่งนี้ ช่วงจากวัดไตรรัตนารามไปยังวัดพุตะเคียน เป็นระยะทาง ๒๔ กิโลเมตร ซึ่งต้องไปขอพักครึ่งฉันเพลที่วัดน้ำตก โดยที่กระผม/อาตมภาพก็ไปกราบเรียนหลวงพ่อแอ๋ม (พระครูนิโครธโยคาภิรักษ์) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ แล้ว ท่านยินดีต้อนรับ แต่ว่าระยะทางนั้นก็ตก ๑๔ กิโลเมตร เหลือในช่วงบ่ายให้ประมาณ ๑๐ กิโลเมตรเท่านั้น เรียกว่ายังพอทน

ส่วนอีกระยะหนึ่งที่ค่อนข้างไกล ก็คือจากวัดธารน้ำร้อนมาถึงวัดท่าขนุน จะเป็นระยะทาง ๒๒ กิโลเมตร ได้ไปขอใช้สถานที่จาก ผอ.เกศ (นางเกศฤทัย คำษร) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจันเดย์ ซึ่งแม้ว่าจะไม่อยู่ ให้ครูมาต้อนรับแทน แต่ก็ยินดีที่คณะของเราเข้าไปใช้สถานที่และห้องน้ำห้องท่า จากจุดนั้นช่วงบ่ายมาวัดท่าขนุนก็ยังเป็นระยะทางถึง ๑๐ กิโลเมตร

สำหรับบุคคลที่เดินคล่อง ๆ หรือว่ามีเรี่ยวแรงมากเหลือเฟือก็ไม่รู้สึกกระไรนัก แต่ท่านที่ไม่ไหวแล้ว บางทีแค่ ๑๐ - ๒๐ เมตรก็แทบจะต้องคลานกันแล้ว โดยเฉพาะอย่างกระผม/อาตมภาพ บางทีก็ต้องอาศัยเรี่ยวแรงของเทวดาเขาช่วย แต่พอท่านเลิกช่วยแล้ว บางทีระยะทางแค่ ๒๐๐ เมตร ในสายตาเทวดาก็คือไม่ถึงครึ่งก้าว แต่พอท่านคลายกำลังที่ช่วยลง สภาพสังขารที่แท้จริงก็บ่งบอกให้รู้ว่าไปไม่ไหว ระยะทางแค่ ๒๐๐ เมตร ต้องตะเกียกตะกายอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง..! ดังนั้น..ถ้าอยู่ในลักษณะอย่างนี้ บางทีก็ต้องยอมรับสภาพว่า ร่างกายนั้นไม่ไหวจริง ๆ แต่ก็ต้องสู้ทนฟันฝ่าไป อยู่ในลักษณะที่ว่า
ถึงตายก็ขอถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๒๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:09
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 30 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา