ในระหว่างนั้นก็ได้เห็นว่า พระภิกษุหลายรูปที่เจ็บไข้ได้ป่วยนั้น เกิดจากท่านไม่ยอมฉันน้ำ..! เนื่องเพราะเกรงว่าถ้าฉันน้ำมาก แล้วจะทำให้เท้าพอง เดินทางไม่ได้ ซึ่งความจริงแล้วท่านเข้าใจผิด
การเดินธุดงค์นั้นต้องจิบน้ำบ่อย ๆ เป็นระยะ แต่ไม่ใช่กรอกกันอั่ก ๆ ทีละขวดครึ่งขวด..! ถ้าทำลักษณะนั้นก็จะเท้าพอง แต่ถ้าหากว่าท่านจิบน้ำไปทีละคำครึ่งคำ แล้วก็เดินไปช่วงระยะหนึ่ง หลังจากนั้นก็จิบน้ำอีกสักคำครึ่งคำ ถ้าอยู่ในลักษณะนี้ก็จะไม่เป็นอะไร ไม่ต้องให้รถพยาบาลต้องทำหน้าที่กันลำบากลำบนอย่างในวันนี้
ยังโชคดีที่ว่าระยะทางไม่ได้ไกลมาก ไม่เช่นนั้นถ้าท่านต้องเดินรวดเดียว ๒๐ - ๓๐ กิโลเมตร อาจจะมีอาการไตวายขึ้นมาก็ได้ เนื่องเพราะว่าร่างกายขาดน้ำหนักมาก..!
แล้วในขณะเดียวกัน เมื่อร้อนมาก ๆ ก็อย่าได้ฉันน้ำเย็นลงไปรวดเดียวมาก ๆ เพราะว่าร่างกายอาจจะเกิดการน็อคความเย็นขึ้นมาได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือ ฉันน้ำแค่พอแก้กระหายด้วยการจิบทีละคำเล็ก ๆ จนกระทั่งร่างกายเย็นลงดีแล้ว จึงฉันเต็มที่ได้ ไม่เช่นนั้นแล้วแพทย์พยาบาลของเราก็ต้องทำงานหนักอย่างวันนี้
อีกหลายท่านก็เกิดอาการเจ็บเท้าเจ็บเข่า หรือว่ากล้ามเนื้อปวดขัดไปหมดทั้งร่างกาย ในลักษณะนี้ท่านจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาอาศัยยาบ้าง อย่าได้คิดว่าให้ร่างกายฟื้นฟูตนเอง ถ้ารอร่างกายฟื้นฟูตนเอง บางทีก็อาจจะไม่ทัน เนื่องเพราะว่าเราต้องเดินต่อเนื่องกันทุกวัน
เป็นพระวิปัสสนาจารย์ก็จริง แต่อย่าได้ถึงขนาดปล่อยวางจนไม่สนใจร่างกาย เนื่องเพราะว่าเรายังต้องอาศัยร่างกายนี้เหมือนกันเป็นรถเป็นรา เป็นเรือเป็นแพ นำพาเราข้ามฟากให้ได้เสียก่อน ถ้าปล่อยให้ร่างกายพังไป โดยที่ตัวเรายังไม่สามารถข้ามฟากได้ ก็กลายเป็นเสียชาติเกิดไปเปล่า ๆ เรื่องเหล่านี้คงจะต้องทำความเข้าใจกันในวันต่อ ๆ ไป
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอาทิตย์ที่ ๒๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-03-2026 เมื่อ 02:40
|