วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพออกไปร่วมกับคณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา ซึ่งรับบิณฑบาตจากญาติโยมชาวท่ามะขาม ตั้งแต่ประมาณ ๐๕.๔๕ น. ระหว่างที่ท่านทั้งหลายฉันอยู่ ก็ได้ถวายข้อคิดและประสบการณ์ในการเดินธุดงค์แก่ท่านทั้งหลายเหล่านั้น เนื่องเพราะว่าบางท่านที่ไม่ใช่พระวิปัสสนาจารย์ หรือว่าเป็นพระวิปัสสนาจารย์ แต่ยังขาดประสบการณ์ในการธุดงค์ จึงต้องบอกกล่าวเรื่องราวบางประการให้ชัดเจน
หลังจากนั้นแล้ว ทุกรูปก็อวยชัยให้พรแก่คณะญาติโยมชาวบ้านท่ามะขาม ซึ่งนำโดยผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลท่ามะขาม มาส่งคณะธุดงค์กันอย่างคับคั่ง เมื่อได้เวลาพวกเราก็ออกเดินทาง โดยมีรถพยาบาลของโรงพยาบาลทองผาภูมิ ที่ไม่ทราบเหมือนกันว่าวิ่งลงมาตั้งแต่กี่โมงกี่ยาม ? เนื่องเพราะว่าก่อนออกเดินทาง ๖ โมงครึ่ง รถก็มารออยู่แล้ว
พวกเราเดินออกมาทางด้านถนนสายใน ผ่านผึ้งหวานรีสอร์ท เพื่อที่จะไปออกหัวสะพานจินดา ข้ามสะพานแล้วก็เดินตามถนนแสงชูโต มุ่งตรงไปทางแยกเขาปูน เพื่อขึ้นไปทางอำเภอไทรโยค
ไม่น่าเชื่อว่าในระหว่างทางจะมีคณะญาติโยมดักรอใส่บาตรคณะพระธุดงค์มากถึงขนาดนั้น เนื่องเพราะว่าแทบจะตลอดเส้นทางหมู่บ้านท่ามะขามเลยทีเดียว ทางด้านรถยนต์ของทางวัดท่ามะขาม ที่เป็นรถสนับสนุนในเรื่องของเสบียงและน้ำดื่ม จึงต้องคอยรับข้าวปลาอาหารและสิ่งของ ที่คณะผู้มีจิตศรัทธาได้น้อมถวายแก่คณะธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ ไปจนแทบจะล้นคันรถ..!
สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กำลังใจของญาติโยมทั้งหลายนั้น ยังอยู่ในศีลกินในธรรมเป็นปกติ เพียงแต่ว่าต้องหาพระภิกษุสามเณร ที่มีจริยาวัตรเป็นไปตามพระธรรมวินัย สามารถสร้างความเลื่อมใสให้แก่ญาติโยมได้มาก ก็จะทำให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ทุ่มเทสนับสนุนกันแบบชนิดที่เรียกว่า เต็มกำลังใจ เต็มกำลังกาย เต็มกำลังทรัพย์ของตนเองเลยทีเดียว..!
กระผม/อาตมภาพเองต้องอาศัยรถยนต์ ในการติดตามถ่ายรูปคณะธุดงค์ธรรมยาตราเป็นระยะไป ในระยะแรกท่านทั้งหลายก็เดินได้ค่อนข้างที่จะเร็วมาก อาจจะเป็นเพราะว่าเริ่มต้นเป็นวันแรก และร่างกายยังสดชื่นอยู่ จึงสามารถไปถึงวัดพุเลียบได้ภายในเวลาไม่เกิน ๑๐.๑๕ น. โดยที่คณะญาติโยมทั้งชาวท่ามะขามก็ดี ชาวบ้านพุเลียบก็ตาม และคณะแม่ครัวจากวัดท่าขนุน นำเอาข้าวปลาอาหารคาวหวาน ตลอดจนกระทั่งน้ำปานะมาถวายไว้อย่างมากมายเหลือเฟือ
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-03-2026 เมื่อ 02:36
|