จึงขอเรียนถวายบรรดาท่านทั้งหลายซึ่งเป็นวิปัสสนาจารย์ส่วนใหญ่ว่า ความที่ท่านเป็นพระวิปัสสนาจารย์นั้น สร้างความเลื่อมใสให้กับบุคคลได้ง่าย แต่ถ้าหากว่าท่านมาสายปกครองหรือว่าสายการศึกษา ท่านจะสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ญาติโยมได้ยากกว่ามาก
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ก็อาจจะประสบความยากลำบากในการทำงานต่าง ๆ แต่ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า ญาติโยมที่อยากทำบุญนั้นยังมีมาก เพียงแต่ว่าเขาทั้งหลายเหล่านั้นต้องการบุคคลที่ตรงไปตรงมา บอกเขาว่าทำอะไรก็ทำอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าเป็นเช่นนั้น ญาติโยมทั้งหลายก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนทุกท่าน
ไม่ใช่ประกาศว่าจะสร้างศาลาการเปรียญ บอกบุญไป ๑๐ ปีก็มีแต่เสา..! ถ้าแบบนั้น ญาติโยมก็ย่อมเสื่อมศรัทธา พวกเราทั้งหลายจึงควรตระหนักว่า พระพุทธศาสนาของเราจะเจริญหรือว่าไม่เจริญ ก็ขึ้นอยู่กับการประพฤติวัตรปฏิบัติธรรมของพวกเรานั่นเอง
เมื่อได้กล่าวเปิดใจกับทุกท่านแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ขอตัววิ่งตรงไปยังวัดถ้ำเสือดาว ซึ่งท่านพระครูสุธรรมกาญจนาภรณ์นั้นก็เป็นเพื่อนกัน เคยอยู่ร่วมกันมาตั้งแต่สมัยที่อยู่วัดราษฎร์ประชุมชนาราม หรือว่าวัดท่ามะขามแห่งนี้เอง แม้กระทั่งรับสัญญาบัตรครั้งแรก ก็รับพร้อมกัน และสัญญาบัตรก็สลับกันเสียด้วย เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพนั้น ฉายา "สุธมฺมปญฺโญ" พระราชทินนามที่แท้จริงก็คือ "พระครูสุธรรมกาญจนาภรณ์" ส่วนของท่านอาจารย์บูรพา ท่านฉายา "กาญจนธโร" พระราชทินนามของท่านก็คือ "พระครูวิลาศกาญจนธรรม"
แต่ด้วยความที่พวกเราเป็นรุ่นยากเข็ญ บางคนเขาเรียกกันว่า "พระครูรุ่นน้ำท่วม" เนื่องเพราะว่ารับสัญญาบัตรกันในปี ๒๕๕๔ ในเมื่อมีการโยกย้ายข้อมูลกันอุตลุด จากพุทธมณฑลหนีน้ำไปยังอาคารบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า จึงทำให้เอกสารหลายอย่างกระจัดกระจาย เมื่อนำมารวมกันแล้วจึงมีการสลับกันในเรื่องของการทำประวัติ
กระผม/อาตมภาพที่ฉายา "สุธมฺมปญฺโญ" จึงกลายเป็น "พระครูวิลาศกาญจนธรรม" ส่วนหลวงพ่อพระครูบูรพา ฉายา "กาญจนธโร" แต่กลายเป็น "พระครูสุธรรมกาญจนาภรณ์" ด้วยประการฉะนี้..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-03-2026 เมื่อ 01:40
|