เนื่องเพราะว่าเมื่อคืนมีการแบ่งเป็นกลุ่ม มีทั้งประธานกลุ่มและรองประธานกลุ่ม รวมแล้วเป็น ๗ กลุ่มด้วยกัน แต่ละกลุ่มก็ประมาณ ๑๑ - ๑๒ รูป เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม เนื่องเพราะว่าพวกบรรดาบุคคลที่รักอิสระมีมาก ถึงเวลาแทนที่จะเดินเป็นแถวเป็นแนว เพื่อให้สมกับงานเฉลิมพระเกียรติ ก็อาจจะแหกคอก "บินเดี่ยว" ออกข้างทางบ้าง ลัดป่าบ้าง และที่น่าเกลียดก็คือพวกที่เดินทิ้งช่วงจนเหมือนอย่างกับมากันคนละคณะ..!
ถ้าหากว่าเป็นกระผม/อาตมภาพก็คือ ตัวหัวหน้ากลุ่มจะต้องไปเดินปิดท้าย ให้รองหัวหน้ากลุ่มเดินนำหน้า เพราะว่าหัวหน้ากลุ่มนั้นเราคัดจากพระเถระที่อายุพรรษามากที่สุด อย่างน้อย ๆ ก็จะได้เป็นหลักประกันได้ เพียงแต่ว่าในเมื่อตั้งกลุ่มและมอบหมายให้ท่านไปแล้ว ก็แล้วแต่ท่านจะบริหารจัดการกันเอง
จุดหมายแรกเลยที่ทางวัดเราต้องนำอาหารกลางวันไปก็ชัดเจนแล้ว ก็คือที่วัดพุเลียบ ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ก็คืออาศัยที่ทางของวัดพุเลียบในการพักเพื่อจะฉันเพล และโดยเฉพาะหน้านี้เป็นหน้าร้อน การเดินนั้น ถ้าเช้าเท่าไรก็ร้อนน้อยเท่านั้น ดังนั้น..มื้อเช้าส่วนใหญ่มักจะเป็นข้าวต้ม เดินไม่กี่ก้าวก็หมดแล้ว..! อาหารกลางวันจึงควรที่จะเป็นอาหารหนัก กับข้าวอย่าทำหลายอย่างมากนัก เต็มที่ก็อยู่ประมาณ ๓ - ๔ อย่าง เน้นในเรื่องของเนื้อของข้าวเอาไว้หน่อย
เนื่องเพราะว่าท่านต้องฉันแล้วอยู่ได้ทั้งวัน และที่แน่ ๆ อย่าทำในส่วนที่เป็นน้ำมาก พูดมาก ๆ ว่าเมนูอาหารน้ำ แกง ต้ม อะไร เลิกคิดไปได้เลย เพราะว่าทุกท่านฉันในบาตร ถ้าไปต้มไปแกงอะไรให้ท่าน ตักใส่บาตรก็ลำบากแล้ว โดยเฉพาะยังมีหลายท่านที่เปิบข้าวด้วยมือ เพราะมาจากอีสาน เจออาหารที่เป็นน้ำเข้าไปก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรดี ?
ไปนึกถึงที่เขาเล่ากันขำ ๆ เพื่อนไทยกับอินเดียผลัดกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหาร ปรากฏว่าคนอินเดียใช้มือเปิบอาหาร คนไทยก็ถามว่าทำไมไม่ใช้ช้อน พี่แขกก็ "โชว์สกิล" ให้ดู บอกว่ามือที่แม่ให้มานี่แหละ ใช้กินอาหารได้ทุกอย่าง คนไทยก็เลยอาฆาตไว้ในใจว่า "งวดหน้ากูจะพาไปเลี้ยงสุกี้หม้อไฟ..!"
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-03-2026 เมื่อ 02:22
|