ท่านอาจารย์องอาจ เดชสาร ครูนอกราชการ เพราะว่าเกษียณอายุมาหลายปีแล้ว เวลาอยู่ในงานเห็นพระภิกษุกราบไหว้กันตามพรรษา อย่างเช่นหลวงพ่อพระครูวรกาญจนโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ ท่านกราบกระผม/อาตมภาพ เป็นต้น ท่านจะย้ำเสมอว่านี่คือความงดงามในพระพุทธศาสนาของเรา ก็คือไม่ได้เอาเรื่องยศเรื่องตำแหน่งเป็นใหญ่ แต่ว่าเอาพระธรรมวินัยเป็นใหญ่
เพียงแต่ว่าระยะหลัง ในเมืองหรือว่าในกรุงเทพฯ บรรดาพระหนุ่มพรรษาน้อย แต่มีสมณศักดิ์สูงกว่า มักจะตีหน้าด้าน ๆ รับการกราบจากพระเถระ ซึ่งมีอายุพรรษามากกว่า ถ้าลักษณะแบบนั้นก็คือต้องอาบัติทุกครั้งที่ทำ..!
พระของเราจะมีคุณสมบัติของความเป็นสงฆ์ ส่วนหนึ่งก็คือต้องรักษาพระธรรมวินัยให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในเมื่อไปตั้งใจทำให้ศีลตัวเองบกพร่องแบบนั้น แล้วจะเอาคุณงามความดีที่ไหนเหลือมาให้ญาติโยมกราบไหว้บูชา ? แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของใครของมัน..!
กระผม/อาตมภาพเองเวลากราบพระเถระบางรูปที่ท่านอายุพรรษามากกว่า ๑ พรรษา หรือ ๒ พรรษา ท่านมักจะบอกว่า "ไม่ต้องกราบ" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ขอทำตามระเบียบวินัยก่อนครับ" ก็คือกราบไหว้กันตามพระวินัยเสียก่อน แล้วหลังจากนั้น คุณจะนับญาตินับเพื่อนกันอย่างไรค่อยว่ากันทีหลัง แต่ในเรื่องของการเคารพตามพระธรรมวินัย เราจะขาดไม่ได้
ในเมื่อพระเราเป็นตัวอย่างที่ดีน้อยลงไปทุกวัน แล้วจะไปหวังให้ญาติโยมเขาแสดงความเคารพเราเหมือนก่อนนี้ก็เป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะญาติโยมรุ่นหลัง ๆ ที่มีการศึกษามาก ยิ่งเรียนจบจากเมืองนอกเมืองนามา ก็ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ เพราะว่ามักจะไปถือเรื่องสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียมกันในสังคม โดยที่ไม่ได้ดูเรื่องคุณสมบัติ เรื่องของวัยวุฒิ เรื่องของคุณวุฒิ มักจะเอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่
แล้วท่านทั้งหลายเหล่านี้พอบวชเข้ามา ก็แบกเอาความคิดแบบนั้นเข้ามาในพระธรรมวินัยด้วย ก็จะทำให้เกิดความวุ่นวายมากขึ้น เพราะว่าขาดความเคารพกันตามอาวุโสภันเต
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:31
|