ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า วันนี้, 00:50
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,996
ได้ให้อนุโมทนา: 162,400
ได้รับอนุโมทนา 4,535,527 ครั้ง ใน 37,614 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ช่วงนี้ก็มี "ดราม่า" ซึ่งพระไปนั่งเรือบานาน่าโบ๊ท ต้องบอกว่าความจริงแล้วไม่มีอะไรเลย แต่ด้วยความที่คนเราส่วนใหญ่พอเห็นอะไรที่คิดว่าใช่ ก็มักจะชิงวิพากษ์วิจารณ์กันไปก่อน

ถ้าหากว่าข่าวคราวไม่ผิดพลาด คณะพระท่านเดินทางไปกิจนิมนต์บวงสรวงที่บึงโขงหลง แต่ปรากฏว่าหลังจากที่เสร็จสิ้นกิจนิมนต์แล้ว รอเรืออยู่เป็นชั่วโมงก็ยังไม่มารับ เจ้าของบานาน่าโบ๊ทก็เลยอาสาไปส่ง แล้วพระท่านก็นั่งกันเรียบร้อย แต่พอมีคนถ่ายรูปออกมา กลายเป็น "ดราม่า" สนั่นโซเชียลไปได้..!

เรื่องของพระเราต้องระมัดระวังเป็นอย่างสูง เพราะว่าหลายต่อหลายอย่างเราอยู่ในสายตาชาวบ้านยังไม่พอ พวก "เกรียนคีย์บอร์ด" ยังมากอีกด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้ก่อน โดยที่ไม่สนใจว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร ประมาณว่าได้กระทืบพระแล้วกูจะมีความสุข..! อยากจะบอกว่าเอ็งมีความสุขแค่ชาตินี้แหละ ตายเมื่อไรแล้วจะรู้ว่านรกเป็นอย่างไร..!?

ถ้าเราดูในธรรมบทจะเห็นว่า การที่ฆราวาสไปด่าว่าพระภิกษุที่ต้องอาบัติปาราชิกแล้วต้องลงนรก ทั้ง ๆ ที่พระท่านต้องอาบัติปาราชิกขาดความเป็นพระไปแล้ว แต่คนที่ไปด่านั่นมีจิตประกอบด้วยโทสะ พาตัวเองลงนรกทั้ง ๆ ที่ไม่สมควรจะต้องลงเลย..!

ดังนั้น..คนสมัยก่อนจึงถือคติปลอดภัยไว้ก่อน โดยใช้คำว่า "ชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์" คำว่า "ชี" ในที่นี้สมัยก่อนหมายถึงพระ ก็คือหมายถึงนักบวช ใช้คำว่า "ชีบานาสงฆ์" มาระยะหลังคำว่า "ชี" ของเรา ความหมายเหลือแต่อุบาสิกาที่โกนหัวบ้าง ไม่โกนหัวบ้าง แล้วบวชเข้ามา ดังนั้น..ในเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนให้พวกเราได้รู้ว่า สังคมในยุคนี้ไม่ได้มองพระเหมือนเดิมอีกแล้ว..!

กระผม/อาตมภาพเดินในกรุงเทพฯ เด็กรุ่นใหม่ไม่หลีกพระแล้ว พระต้องเป็นฝ่ายหลีกให้ ก็คือถ้าไม่หลีกเด็กก็เดินชนเลย..! สมัยกระผม/อาตมภาพยังเด็กอยู่ ถ้าหากว่าพระเดินสวนมา เราต้องหลีกลงข้างทาง ถ้าหลายท่านสังเกตจะเห็นว่า พี่น้องมอญพม่ารุ่นเก่า ๆ ยังทำแบบนี้อยู่ ก็คือผู้ชายจะหลีกชิดทางไปเลย ส่วนผู้หญิงก็จะนั่งลงกับพื้น นั่นคือลักษณะของการ
ให้ความเคารพต่อตัวแทนของพระรัตนตรัย

แต่ว่ารุ่นหลังของเรามา สภาพจิตที่หยาบกระด้างขึ้นไปเรื่อย พูดง่าย ๆ ว่า "ไม่รู้ดีรู้ชั่ว" อะไรกันแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเกรงใจใคร ขนาดวิพากษ์วิจารณ์ก็ใช้คำว่า "โล้น" นั่น "โล้น" นี่ มานานแล้ว..!

แม้กระทั่งพระของเราเองก็พลอยเป็นไปด้วย อย่าลืมว่าการบวชต่อให้บวชพร้อมกัน ชุดเดียวกัน แต่ถ้าญัตติก่อนก็คือพี่ เราจะต้องให้ความเคารพตามพระธรรมวินัย แต่สมัยนี้ต่อให้พระอาจารย์คู่สวดหรือพระอุปัชฌาย์ บางคนก็เห็นเป็นเพื่อน ก็คือไม่ได้ให้ความเคารพเท่าที่ควร
ในเมื่อเราเป็นพระภิกษุสามเณรแล้ว ในส่วนอย่างนี้ยังไม่ได้ทำตนเป็นแบบอย่าง แล้วญาติโยมที่ไหนเขาจะเอาแบบอย่างไปเลียนตามได้ ?
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:28
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กมลโกศลจิต​ (วันนี้), กฤษฎากร (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)