เมื่อกราบท่านแล้ว ก็ได้พบกับพรรคพวกเพื่อนฝูง ก็คือ "ท่านอาจารย์บ๊ะ" (พระอาจารย์ศิริชัย ชยธมฺโม) วัดโพธิลังการ์ จังหวัดสิงห์บุรี "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร เป็นต้น
พวกเราทุกคนนั่งเข้าที่เป็นเนื้อนาบุญให้กับญาติโยมทั้งหลายได้พักหนึ่ง ท่านครูบาจันทร์ทิพย์ อินฺทญาโน (พระครูอดุลญาณประยุต) วัดม่วงม้าใต้ รองเจ้าคณะอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ก็มาถึง
ไปกราบรายงานตัวกับท่านแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ขออนุญาตทำการบวงสรวงบอกกล่าว เพื่อขอส่งงานการสร้างพระจุฬามณีเจดียสถาน และยกยอดฉัตรให้กับมณฑปท้าวมหาราชทั้ง ๔ โดยที่จุดธูปเทียนร่วมกับตุ๊พ่อสิงห์ ทำการบวงสรวงขออนุญาตแล้วก็มาจับสายสิญจน์แบ่งปันกัน เพื่อที่จะร่วมในการยกฉัตรให้กับมณฑปท้าวมหาราชทั้ง ๔ ซึ่งทั้ง ๔ องค์นั้น ได้ยืนประจำตำแหน่งอยู่ตั้งแต่ต้นแล้ว
ครั้นยกฉัตรเสร็จเรียบร้อยก็เป็นการแสดงของเด็ก ๆ ซึ่งกระผม/อาตมภาพเห็นแล้วก็ยังคิดว่า "ผู้หญิงแถวนี้ทำไมถึงได้ดุแท้..!" เนื่องเพราะว่าผู้ชายแสดงการ "ฟ้อนเจิง" หรือ "ตบมะผาบ" นั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่นี่ให้ผู้หญิงฟ้อนเจิงยังไม่พอ ยังมีการฟ้อนดาบและพ่นไฟอีกต่างหาก..!
บรรดาเด็ก ๆ ปีที่แล้วมา ๑๐ คน กระผม/อาตมภาพมอบรางวัลให้ไปทุกคน ปีนี้ก็เลยมาเพิ่มเป็น ๑๕ คน..! ทำเอาทุกคนหัวเราะเป็นการใหญ่ ที่เห็นกระผม/อาตมภาพต้องเตรียมรางวัลกันมือเป็นระวิง แต่ว่าปีนี้เด็ก ๆ ได้รับโชคสองชั้น เพราะว่ารับรางวัลจากกระผม/อาตมภาพแล้ว ก็ยังไปรับรางวัลจากตุ๊พ่อสิงห์อีกต่างหาก..!
เมื่อเสร็จจากขั้นตอนนี้ "ครูบาสนิท" (ท่านพระครูวิบูลภาวนานุศาสก์) วัดห้วยบง จังหวัดลำพูนก็เดินทางมาถึง กระผม/อาตมภาพเข้าไปกราบรายงานตัวว่า ตั้งแต่เชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ระบาด ก็ไม่ได้จัดงานวัด จึงไม่ได้นิมนต์ครูบาไปร่วมงานอย่างที่เคย หลังโควิดแล้วก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ หนกลาง ต้องออกทำหน้าที่ในช่วงงานประจำปีของทางวัดทุกปี จึงทำให้ไม่ได้จัดงานวัดต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว กราบขอขมาต่อครูบาพ่อด้วย ท่านบอกว่า "ไม่เป็นไร"
เมื่อกลับมายังที่นั่ง "พระครูปลัดฟลุก" (พระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทฺธิวาที) เจ้าอาวาสวัดยางกวง จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้นำญาติโยมทั้งหลายสมาทานศีล กระผม/อาตมภาพให้ศีลแล้ว จึงนำสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย ต่อด้วยพระคาถาเงินล้าน
ครั้นเสร็จสิ้นแล้วก็ได้กล่าวสัมโมทนียกถา เกี่ยวกับการสร้างพระจุฬามณีเจดียสถานแห่งนี้ ซึ่งญาติโยมทั้งหลายได้ร่วมบุญกันมาว่า ถึงจะเป็นบุญใหญ่แค่ไหนก็ตาม ก็ยังเป็นแค่ทานบารมีเท่านั้น ในส่วนของศีลที่สูงขึ้นไป และในส่วนของการภาวนายังมีอยู่ เราควรที่จะเร่งรัดปฏิบัติให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:41
|