ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า วันนี้, 00:29
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,986
ได้ให้อนุโมทนา: 162,365
ได้รับอนุโมทนา 4,535,284 ครั้ง ใน 37,604 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพเดินทางขึ้นเหนือตั้งแต่ตี ๓ เพื่อไปร่วมงานฉลองพระจุฬามณีเจดียสถาน ที่วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งพระเดชพระคุณตุ๊พ่อสิงห์ (พระอธิการสิงห์ วิสุทฺโธ) ซึ่งเป็นรุ่นพี่บวชจากอุโบสถวัดท่าซุงมาด้วยกัน เพียงแต่ว่าท่านเป็นรุ่นพี่ที่ห่างกัน ๙ พรรษา

ช่วงที่กระผม/อาตมภาพเข้าไปบวชที่วัดท่าซุงนั้น ตุ๊พ่ออยู่ที่วัดพระธาตุจอมแจ้ง อยู่ในลักษณะที่ว่ากลับมาทางบ้านก็คือภาคเหนือของตนเอง แต่ยังหาที่ลงไม่ได้ พูดง่าย ๆ ว่ามาตามนิมิต แต่ยังหาสถานที่ตามนิมิตของตนไม่เจอ..!

จนกระทั่งมาพบพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่แห่งนี้ และได้รับการยืนยันจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงว่า ให้อยู่ที่นี่เป็นที่ตาย ท่านจึงได้ทำการพัฒนาวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ และเผชิญหน้ากับอิทธิพลต่าง ๆ สารพัด โดยเฉพาะอิทธิพลท้องถิ่น ซึ่งพยายามที่จะตัดถนนเข้ามาภายในเขตวัด แต่ว่าเป็นการทำเพื่อที่จะกินงบประมาณเฉย ๆ ในเมื่อทางวัดคัดค้าน ก็จึงหาเรื่องฟ้องร้องขับไล่สารพัดสารเพ..!

เรื่องพวกนี้ไม่ว่าที่ไหนก็มีอยู่ พรรคพวกเพื่อนฝูงของกระผม/อาตมภาพ ก็คือ "หลวงพ่อ ดร.โก๊ะ" (พระครูสุพัฒนกาญจนกิจ, ดร.) เจ้าคณะตำบลดอนขมิ้น เจ้าอาวาสวัดดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ก็โดนทางด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัดถนนมาบริเวณข้างวัด โดยกินพื้นที่วัดไปโดยตลอดแนว แล้วก็ถวายเงินในลักษณะผาติกรรมพื้นที่มา ๑ แสนบาทเท่านั้น..!

แต่ว่า "หลวงพ่อ ดร.โก๊ะ"ท่านไม่ยินยอม จึงทำการฟ้องร้อง โดยอาศัยนิติกรของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี จนกระทั่งท้ายที่สุดก็ชนะคดี ได้รับเงินค่าที่คืนมา ๔ แสนบาท พูดง่าย ๆ ก็คือว่าในช่วงที่บุคคลทั่วไปไม่ทราบราคานั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาจะแจ้งว่าที่ราคาเท่าไรก็ได้ จากนั้นก็เบิกงบประมาณไปโดยการอนุมัติของสภา แต่ว่าส่วนที่นำไปถวายพระนั้นแค่เล็กน้อยเท่านั้น

แต่ก็ยังดีกว่าวัดท่าขนุนของกระผม/อาตมภาพ ที่โดนตัดถนนสาธารณะเข้ามากลางวัดถึงสองเส้น ทำให้กลายเป็นวัดที่ไม่สามารถจะปิดประตูได้ เนื่องเพราะว่าเป็นถนนสาธารณะแล้ว ด้วยเหตุที่อดีตเจ้าอาวาสท่านไม่มีความเข้าใจข้อกฎหมายตรงนี้ หรือไม่ก็ไม่สนใจในเรื่องตรงนี้ ปล่อยให้เขาจัดการตามใจของตน จนกลายเป็น "วัดอกแตก" ก็คือที่วัดซึ่งเป็นสถานที่ตั้งอุโบสถที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตามกฎหมายนั้น อยู่ ๆ ก็โดนหั่นออกไปเป็นสองผืน กลายเป็นที่ธรณีสงฆ์ ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นที่วัดผืนเดียวกัน..!

เรื่องพวกนี้ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ถ้าหากว่าเจ้าอาวาสขาดความรู้ หรือว่าไวยาวัจกรขาดความรู้ หรือต่อให้รู้แต่สู้อิทธิพลท้องถิ่นไม่ได้ หรือว่าไม่กล้าสู้ ก็จะทำให้บรรดาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น มักจะมายึดพื้นที่วัดไปทำประโยชน์ต่าง ๆ นา ๆ โดยที่ทางเจ้าอาวาสก็ไม่กล้าที่จะทำอะไร เพราะว่าเกรงอิทธิพล..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:51
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 19 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา