ดูแบบคำตอบเดียว
  #4  
เก่า วันนี้, 01:21
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,979
ได้ให้อนุโมทนา: 162,342
ได้รับอนุโมทนา 4,534,977 ครั้ง ใน 37,597 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พวกเราจะเห็นว่า พอเราขาดเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แล้ว ก็เหมือนอย่างกับว่าชีวิตขาดหายไป โดยเฉพาะส่วนที่น่ากลัวที่สุดก็คือ "ขาดสติ" พอพวกเราขาดสติก็มักจะละล้าละลัง ทำอะไรไม่ถูก คนที่มีสติ ถึงเวลาก็จะตั้งท่าแก้ไขเหตุการณ์ให้ดีที่สุด แต่คนขาดสติ บางทีก็เตลิดเปิดเปิง ทำอะไรไม่ถูก ไม่สมควรตายก็ไปตายได้..!

อย่างเพื่อนที่สมัยฝึกทหารอยู่ เขามีการฝึกทางยุทธวิถี ลอดวิถีกระสุน ซึ่งจะใช้ปืนกลเบา M60 ถ้านึกหน้าไม่ออกก็นึกถึง "ไอ้แรมโบ้" ที่ถือไปแล้วมีกระสุนเป็นสาย ๆ นั่นแหละ เขาจะยิงกราดกดเอาไว้ ให้พวกเราคลานลอดเข้าไป แล้วยังต้องไปลอดกระโจมลวดหนาม เพื่อบุกยึดฐานข้าศึกอีกต่างหาก..! ในระหว่างนั้นก็มีระเบิดที่เขาฝังไว้ แล้วก็กดระเบิดเป็นระยะ ๆ ไป..!

รุ่นของกระผม/อาตมภาพรอด เพราะว่าตัวเองเป็นหัวหน้า "ตอน" ทหาร คอยตะโกนเตือนสติเพื่อน แต่รุ่นน้องไม่รอด เพราะว่าพอเขากดระเบิดใกล้ตัว จริง ๆ แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ความซวยก็คืองูดันพรวดออกจากรูมาเพราะเสียงระเบิด ไอ้เจ้านั่นตกใจงู ผวาขึ้นมาหน่อยเดียว ขาดสะพายแล่งอย่างกับขวานจามเลย..!

เพราะฉะนั้น..ถ้าหากว่าเราขาดสติ โอกาสที่เราจะแก้ไขเหตุการณ์จากร้ายให้เป็นดีก็ยาก ดังนั้น..ในสถานการณ์ "หน้าสิ่วหน้าขวาน" คือเรื่องฉุกเฉินเกิดขึ้นใกล้ตัว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือทำอย่างไรจะตั้งสติได้ ก็แปลว่าต้องฝึกฝนขัดเกลาตัวเองกันอย่างหนัก ไม่เช่นนั้นแล้ว อาจจะทำให้เราเสียชีวิตในสถานการณ์ที่ไม่สมควรอย่างที่เล่ามา

คราวนี้ถ้าหากว่าทุกคนมีการเตรียมตัว อย่างที่กระผม/อาตมภาพบอกใบ้มาเป็นระยะที่ค่อนข้างจะยาวนาน ป่านนี้ก็คงจะพร้อมรับทุกสภาวะแล้ว แต่ถ้าหากว่าฟังเป็นเสียงลมผ่านหู เป็นเรื่องห่างตัว มาเตรียมตัวตอนนี้ก็ราคาแพงหน่อย..! แล้วยิ่งภาวะสงครามถ้าลากไปยาว ๆ ก็ยิ่งแพงหนักขึ้นไปอีก แต่ก็จะได้เป็นบทเรียนให้รู้ไว้ว่า บางสิ่งบางอย่างถ้าเราเตรียมพร้อมเอาไว้ ถึงเวลาต่อให้ไม่ได้ใช้ก็ยังอุ่นใจ แต่ถ้าหากว่าไม่ได้เตรียมพร้อมเอาไว้เลย ถึงเวลามาเตรียม นอกจากจะไม่ทันการแล้ว อาจจะต้องใช้งบประมาณมากกว่าเดิมอีกหลายเท่า..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:07
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา