ถัดจากนั้นมาถึงได้มีเตาถ่าน ซึ่งก็คือเตาแบบเดียวกับฟืน เพียงแต่ว่าเปลี่ยนมาใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิง การจุดเตาถ่านถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง คนที่ติดเตาถ่านไม่เป็นจะสิ้นเปลืองมาก แต่ถ้าคนที่ใช้เป็น ถ้าไม่ใช้กาบมะพร้าวแห้ง ซึ่งตัดมาสักชิ้นหนึ่ง วางซุกเข้าไปในกองถ่านแล้วจุดไฟที่กาบมะพร้าว ซึ่งจะค่อย ๆ ลุกติด เราต้องคอยพัดเร่งเพื่อให้ไปติดถ่าน
มาระยะหลังพอมี "ไต้" ซึ่งก็คือเครื่องมืออย่างหนึ่งในการให้แสงสว่างยามค่ำคืน ถ้านึกอะไรไม่ออก ก็นึกถึงเทียนต้นใหญ่ ยาวประมาณศอกหนึ่ง แต่ว่าไต้นั้นทำจากขี้เลื่อยผสมกับยางไม้ แล้วก็ห่อด้วยเปลือกสีเสียดบ้าง ใบจากบ้าง มัดเป็นปล้อง ๆ ภาษาอีสานเรียกว่า "กระบอง"
ทำเอาหนุ่มภาคกลางวิ่งหนีว่าที่พ่อตามาแล้ว ไปบ้านสาวเวลาใกล้ค่ำ พ่อตาก็ "อีหนู..มีผู้ชายมาหามึง เอากระบองให้พ่อหน่อย..!" เล่นเอาหนุ่มภาคกลางวิ่งกันตีนพลิก ก็ใช้ขี้ไต้ซึ่ง "บิ" ออกมาสักชิ้นหนึ่ง เพราะว่าเป็นส่วนของยางชันผสมกับยางไม้ จุดไฟแล้วก็ซุกเข้าไปใต้กองถ่าน
มาระยะหลังพอเริ่มเจริญขึ้นมาก็มีรองเท้า การใส่รองเท้าครั้งแรกโคตรจะทุกข์ทรมาน..! เพราะว่าไม่ว่ามุมไหนก็โดน "รองเท้ากัด" เด็กบ้านนอกจะเกลียดรองเท้ามาก แต่ที่โดนบังคับใส่เพราะว่าต้องไปโรงเรียน รองเท้าฟองน้ำหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "อีแตะ" ถึงเวลาขาดจนซ่อมไม่ได้แล้วเป็นเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด "ฝาน" เป็นชิ้นบาง ๆ จุดไฟแล้วยัดเข้าไป จะเป็นฟืนเป็นถ่าน ก็ลุกไหม้ได้หมด..!
เมื่อมากรุงเทพฯ ถึงได้เจอเตาไฟฟ้า เตาไฟฟ้าเป็นเตาที่มีขดลวด ถึงเวลาเสียบปลั๊กแล้วก็ติดแดงโร่ เผลอเอามือไปโดนก็ไหม้เลย..! จะใช้ก็ต้องระมัดระวัง แล้วก็มาหม้อข้าวไฟฟ้า ซึ่งในยุคแรก ๆ "ลูกเล่น" ยังมีน้อย สามารถที่จะหุงข้าว แล้วตัดระบบเมื่อข้าวสุกได้ที่แล้วเท่านั้น มาระยะหลัง สามารถตั้งอุณหภูมิ สามารถตั้งอุ่นได้ บางทีก็สามารถสั่งให้หุงข้าวด้วยเสียงได้อีกต่างหาก..!
เพียงแต่ว่าเตาไมโครเวฟมาช้าเกินไป บวชไปหลายพรรษาแล้วถึงมา ก็เลยไม่เคยใช้ แล้วก็คงไม่มีโอกาสที่จะใช้ เนื่องเพราะว่า "พระเราห้ามหุงต้มอาหารด้วยตนเอง" ใครที่ลวกบะหมี่สำเร็จรูปน่าจะอยู่ในเกณฑ์นี้..! ยกเว้นว่าเอ็งจะลวกน้ำเปล่าเฉย ๆ ไม่ใส่เครื่องปรุง ซึ่งก็คงจะไม่กินอีกนั่นแหละ..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น กระผม/อาตมภาพจึงไม่สามารถที่จะใช้เตาไมโครเวฟเป็น
แต่ถ้าหากว่าภาวะสงครามทำให้ทุกอย่างขาดแคลน คาดว่ากระผม/อาตมภาพน่าจะตายช้าหน่อย..! เนื่องเพราะว่าอยู่ป่าอยู่ดง หาอะไรกินก็ได้ รู้จักของกินมาก แล้วในขณะเดียวกัน ถ้าหมดท่าขึ้นมา แม้แต่เอาไม้ไผ่มาสีไฟก็ทำเป็น ซึ่งบุคคลที่สามารถสีไฟด้วยไม้ไผ่นั้น ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีไฟก็ติดแล้ว ซึ่งคนรุ่นใหม่ ๆ ไม่เข้าใจ ไปเอาไม้เนื้อแข็งมาสีกัน ชาติหน้าบ่าย ๆ โน่นคงจะติดให้หรอก..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:03
|