ในส่วนของพระภิกษุสามเณรของเรา วัตรปฏิบัติต่าง ๆ ให้เร่งรัดมากขึ้น เนื่องเพราะว่าเราต้องเป็นที่พึ่งของญาติโยมเขา ลักษณะของการเป็นผู้นำคน ก็เหมือนกับหัวรถจักร ถ้าหากว่ามีตู้พ่วงมาก ก็ต้องใช้กำลังมาก มีตู้พ่วงน้อยก็ใช้กำลังน้อยลง แต่ก็ยังลำบากกว่าตนเองคนเดียว ในเมื่อต้องเป็นที่พึ่งของคนอื่น ก็ต้องเร่งรัดขัดเกลา สะสมกำลังของตนให้มากเพียงพอ ที่ญาติโยมเขาจะพึ่งพาอาศัยได้
อีกส่วนหนึ่งก็คือระยะนี้งานของวัดเราจะมีมากขึ้น ตั้งแต่โครงการธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ๗๕ พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงวันที่ ๑๙ - ๓๐ มีนาคมนี้ ก็คืออีกไม่กี่วัน
อีกงานหนึ่งก็คืองานฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ซึ่งวันนี้ ทางด้านพระมหาสุพิศ ธมฺมคุตฺโต ป.ธ. ๘ เลขานุการรักษาการเจ้าคณะภาค ๑๔ เพิ่งจะติดต่อมา ขอให้กระผม/อาตมภาพรับเป็นเจ้าภาพด้วย ก็จะอยู่ในวันที่ ๒๓ - ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ นี้ เดี๋ยวต้องรอหนังสือและตารางการอบรม ที่ออกมาอย่างแน่นอนเสียก่อน
เราในฐานะเจ้าภาพจะมีพระวิปัสสนาจารย์ของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ อย่างน้อย ๘๐ รูปมาอบรมด้วย กระผม/อาตมภาพอาจจะขอแทรกพระวัดท่าขนุนของเราเข้าไปสัก ๑๐ รูปหรือ ๒๐ รูป เพื่อที่ถึงเวลาจะได้ประกาศนียบัตรพระวิปัสสนาจารย์ของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ถึงเวลาจะได้ใช้งานได้ เพราะว่ามีหนังสือรับรองให้แล้ว
ก็แปลว่างานจะมีแต่หนักขึ้น สภาวะของประเทศชาติและโลกก็ไม่ค่อยจะอำนวย แต่ก็ช่วยเหลือกันไป โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม ข้าวของต่าง ๆ จะค่อย ๆ แพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่คาดว่าภาระแค่นี้ วัดท่าขนุนของเรายังน่าจะแบกกันไหว
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:18
|