ขนาดสมัยที่ยังอยู่วัดท่าซุง พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านต้องติดมิเตอร์ให้ทุกกุฏิ พวกท่านลองคิดดูว่าวัดใหญ่ขนาดนั้น แล้วติดมิเตอร์ทุกกุฏิ ค่าใช้จ่ายต้องมากขนาดไหน ?
แต่ท่านก็จำเป็นต้องทำ ไม่อย่างนั้นแล้วคนที่ใช้มากน้อยต่างกัน ไปรับผิดชอบเท่ากันย่อมเป็นไปไม่ได้ ท่านถึงขนาดบอกว่า "ถ้าใครไม่จ่ายปรับปาราชิกเลย..!" เพราะฉะนั้น..ไอ้ใครที่เบี้ยวค่าไฟก็แปลว่าโดนปาราชิกไปเรียบร้อยแล้ว..! อะไรที่เป็นข้อตกลงก็ต้องทำตามนั้น แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าช่วยกันประหยัดได้ก็ต้องประหยัด
ส่วนใหญ่แล้วพระหรือญาติโยมไม่มีใครอยากเข้ากุฏิของกระผม/อาตมภาพ เพราะว่าถ้าเป็นที่วัดอุทยานก็เปิดเครื่องปรับอากาศแค่ ๒๗ องศาเซลเซียส เข้าไปพักเดียวเหงื่อหยดติ๋งก็ต้องลากลับ ส่วนที่ทองผาภูมินี่ไม่ต้องพูดถึง อากาศที่พวกท่านว่าร้อนจะตายชัก เที่ยง ๆ กระผม/อาตมภาพยังต้องนอนห่มผ้าอยู่เลย..! เนื่องเพราะว่าในตัวมีเชื้อมาลาเรีย อากาศยิ่งร้อนเท่าไรก็ดีเท่านั้น..!
เพราะฉะนั้น..ใครเข้าไปแล้วอยู่ได้สักชั่วโมงหนึ่งก็ถือว่าสุดยอดแล้ว ขอยืนยันว่าเครื่องปรับอากาศวัดนี้เอาไว้สำหรับพระอาคันตุกะที่เป็นพระเถระ ก็คือถ้าท่านไม่เคยชินก็พักไป ถ้าเคยชินจะมาพักแบบพวกกระผม/อาตมภาพก็ได้ แต่คาดว่าก็คงไม่มีใครเคยชิน เพราะว่าทำตัวเองสบายมาจนเคยตัวแล้ว..!
ทุกท่านต้องไม่ลืมภาษิตโบราณที่ว่า "ลำบากก่อนแล้วสบายเมื่อปลายมือ" ทุกวันนี้กระผม/อาตมภาพไปไหนไม่เคยรู้สึกว่าลำบากเลย ไม่ว่าจะอยู่ต่างประเทศในประเทศอะไรก็ตาม เพราะว่าทำตัวลำบากมาตั้งแต่ต้น ไปที่ไหนก็เคยชินกับสภาพแล้ว
โดยเฉพาะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงวางฐานะนักบวชของเราไว้อยู่ระดับเดียวกับขอทาน "ภิกขุ" ความหมายหนึ่งคือ "ผู้ขอ" ในเมื่อจะต้องขอปัจจัย ๔ จากญาติโยมเขา แล้วทำตัวร่ำรวย ใครเขาจะให้ หรือถึงจะมีคนเมตตาให้ก็ไม่สมควรแก่ฐานะ
วันก่อนกระผม/อาตมภาพเพิ่งดุไปในกลุ่มไลน์โครงการธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ เนื่องเพราะว่าแต่ละคนอวดบาตรอวดย่ามธุดงค์กัน ว่าของใครจะดูดีกว่า ราคาแพงกว่า ขนาดธุดงค์ก็คือการขัดเกลากิเลส ยังเอากิเลสไปอวดกัน พอดุเข้าไปก็มีการแก้ตัวอีกว่า ของตัวเองได้รับถวายมา ก็คือแค่อยากแนะนำของดีให้เพื่อนฝูงเท่านั้น
ฟังอย่างไรก็ไม่ใช่ ถ้าได้รับถวายมา มึงจำเป็นต้องไปอวดเขาด้วยหรือ ? แล้วถ้าทุกท่านสังเกตจะเห็นว่ากระผม/อาตมภาพใช้ของดีไม่เป็น ไม่ใช่ไม่มี แต่ของดีเอาไว้ถวายพระ ของตัวเองใช้อะไรก็ได้..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 11-03-2026 เมื่อ 02:46
|